Macy’s ห้างเก่าแก่ 163 ปี ที่กำลังเจอฝันร้าย
ถ้าพูดถึงชื่อห้างค้าปลีกเก่าแก่ในสหรัฐอเมริกา
“Macy’s” จะเป็นชื่อหนึ่งในนั้น..
ห้างเก่าแก่ที่มีสัญลักษณ์เป็นดาวสีแดงแห่งนี้
ถูกก่อตั้งขึ้นบนแผ่นดินอเมริกา มาตั้งแต่ปี 1858 หรือกว่า 163 ปี มาแล้ว
หรือถ้าเทียบกับช่วงเวลาในไทย ก็คือ พ.ศ. 2401 ซึ่งตรงกับช่วงสมัยรัชกาลที่ 4
และถ้าใครนึกภาพห้าง Macy’s ไม่ออก
ก็ต้องบอกว่า Macy’s เป็นห้างสรรพสินค้า ที่คล้ายๆ กับ เดอะมอลล์ หรือ เซ็นทรัล ในบ้านเรา
Macy’s เติบโตขึ้นมาพร้อมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เฟื่องฟู
และด้วยอายุแบรนด์ที่มากกว่า 160 ปี ทำให้ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ผ่านการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายต่างๆ มาอย่างมากมาย
ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ก็จะเห็นว่า ช่วงปี 2010 - 2015 ก็ยังถือว่าเป็นขาขึ้นของห้างดังแห่งนี้
มูลค่าบริษัท Macy’s, Inc เจ้าของห้าง Macy’s
เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี ในช่วงเดือนมิถุนายนปี 2015
ด้วยมูลค่าที่นักลงทุนให้ถึง 728,100 ล้านบาท
จากการที่รายได้และกำไรของบริษัทสามารถเติบโตได้ดี หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวเต็มที่จากวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ในช่วงปี 2008 - 2009
แต่ความรุ่งเรืองก็อยู่ได้ไม่นานนัก..
เพราะรู้ไหมว่า ในวันนี้มูลค่าบริษัท Macy’s, Inc
ได้ลดลงจนเหลือเพียงประมาณ 114,000 ล้านบาท
หรือลดลงไปแล้วมากกว่า 6 เท่า ภายในเวลา 5 ปี
ซึ่งถ้าลองย้อนไปดูผลประกอบการช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ปี 2015 รายได้ 812,400 ล้านบาท กำไร 32,100 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 736,800 ล้านบาท กำไร 16,900 ล้านบาท
ซึ่งปัจจัยสำคัญ ที่กำลังสร้างความท้าทายให้กับธุรกิจห้างค้าปลีกในสหรัฐฯ และทั่วโลก คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปชอปปิงช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น
1
โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ Marketplace Pulse ชี้ให้เห็นว่า
ปี 2019 ยอดขายช่องทางอีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯ เติบโตขึ้นจากปี 2010 ถึง 433%
1
การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเหล่านี้เอง
ที่กำลังสร้างผลกระทบหนักให้กับธุรกิจห้างสรรพสินค้าอย่าง Macy’s
ซึ่งผู้บริหารของ Macy’s ก็รู้ดี และพยายามแก้เกมด้วยการมุ่งสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเหมือนเจ้าอื่น
แต่ก็ไม่สามารถครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดนี้ได้มากนัก
1
เพราะในตลาดแห่งนี้ มีการแข่งขันกันดุเดือด และเต็มไปด้วยคู่แข่งที่มีความเชี่ยวชาญในสมรภูมินี้ เป็นอย่างดี อย่าง Amazon.com และ eBay
โดยจากผลการสำรวจข้อมูล ส่วนแบ่งยอดขายในตลาดอีคอมเมิร์ซสหรัฐฯ ในปี 2019 จากเว็บไซต์ Marketinfcharts
อันดับ 1 คือ Amazon.com 47.0%
อันดับ 2 คือ eBay 6.1%
อันดับ 3 คือ Walmart 4.6%
1
ส่วน Macy’s นั้น อยู่ที่อันดับ 10 ซึ่งมีส่วนแบ่งยอดขายในตลาดอีคอมเมิร์ซเพียง 1.2% เท่านั้น..
1
และซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังมาเจอการระบาดของโควิด 19
ที่ยิ่งทำให้ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ทำให้ 9 เดือนแรกของปี 2020
Macy’s มีรายได้ 317,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 46.5%
และรายงานผลขาดทุน 123,000 ล้านบาท
และยังถูกคัดออกจากการคำนวณดัชนี S&P 500 อีกด้วย
เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
ผู้บริหารของ Macy’s จึงต้องเริ่มทยอยปิดสาขาที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือก็คือสาขาที่เปิดไปก็ไม่คุ้ม
ซึ่งก็ทำการปิดไปแล้วหลายสิบสาขาด้วยกัน
และทางผู้บริหารของ Macy’s, Inc. ยังเผยอีกว่า
จะมีการปิดสาขามากถึง 125 สาขา (จากที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 540 สาขา)
ภายใน 3 ปีต่อจากนี้ เพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทให้เหมาะสมที่สุด
ทั้งนี้ Macy’s ยังคงเป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้า
ที่พยายามทุกวิถีทางที่จะอยู่รอด และผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้
หลังจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ ห้างค้าปลีกชื่อดังรายอื่นในสหรัฐฯ อย่างเช่น J.C. Penney, Neiman Marcus และ Lord & Taylor ก็ได้ทยอยยื่นขอล้มละลาย และเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการกันไปแล้ว
เรื่องนี้ก็คงเป็นกรณีศึกษาที่ดี
ที่ทำให้ได้เห็นว่า ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมายาวนาน
ก็สามารถถูกทำให้สั่นคลอนได้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี หรือ อาจไม่ถึงปีด้วยซ้ำ..
เหมือนกับห้าง Macy’s ในตอนนี้ ที่เหมือนกำลังฝันร้าย
และก็ไม่รู้ว่า Macy's จะตื่นจากฝันร้ายครั้งนี้ ได้ไหม..
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้