พับเป็ด ท่าบังคับ สำหรับถวายงาน ของบาทบริจาริกา
ในสมัยโบราณ มีกฎมณเฑียรบาลสำหรับหญิงสามัญชน ที่จะเข้ารับการถวายตัว เป็นบาทบริจาริกาของกษัตริย์ หนึ่งในนั้น คือท่วงท่า ที่ต้องได้รับการฝึกตั้งแต่ยังเล็ก เรียกว่า "ท่าพับเป็ด" มีที่มา ที่ไปอย่างไร เพจท้อปฯ จะแรงค์ให้ฟังใน 10 ข้อ ต่อไปนี้ครับ
10 บาทบริจาริกา
ความหมายของ บาทบริจาริกา คือ ภรรยาที่เป็นสามัญชน ของพระมหากษัตริย์ พระมหาอุปราช และเจ้าฟ้า ซึ่งแบ่งออกเป็นชั้นย่อย ๆ ได้แก่ พระสนม แบ่งเป็น พระสนมเอก พระสนมโท ชั้นต่อมา คือ เจ้าจอมอยู่งาน หากมีพระราชโอรส หรือพระราชธิดา จะเรียกว่าเจ้าจอมมารดา ชั้นสุดท้ายคือ นักสนม หรือนางอยู่งาน
9 ฐานะทางสังคม
การนำบุตรสาว เพื่อเข้ารับการถวายตัวเป็น บาทบริจาริกา ในสมัยโบราณนั้น จุดประสงค์เพื่อฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคมของวงตระกูล ด้วยเหตุนี้ ภายในพระราชสำนัก จึงคับคั่งไปด้วยสุภาพสตรีมากมาย ที่คอยถวายงาน​ รับใช้กษัตริย์
1
8 พระแท่นบรรทม
โดยปกติแล้ว พระแท่นบรรทม จะอยู่ใต้เศวตฉัตร 9 ชั้น ผู้อื่นที่ไม่ใช่กษัตริย์ จะไม่สามารถอยู่ใต้นภปดลเศวตฉัตรได้ นางสนมก็เช่นกัน เหตุนี้จึงมีพระแท่นรอง สำหรับถวายงาน​ ในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานจะเรียกว่า “พระแท่นลด”
7 พับเป็ด
สำหรับตระกูล ที่มุ่งหมายจะถวายตัว ต้องฝึกดัดกาย คล้ายกับโยคะบางท่า กับบุตรสาว เรียกว่าท่า​ สัปตะวัชราสนะ​ หรือ "ท่าพับเป็ด" โดยในกฎมณเฑียรบาลนั้น ปลายเท้าของเจ้าจอม ห้ามชี้ไปทางพระแท่นบรรทม ซึ่งอยู่ใต้ร่ม ของพระมหาเศวตฉัตร 9 ชั้นนั่นเอง
6 อบเต่า
การจะเป็นบาทบริจาริกา ยังมีอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน​ เรียกว่า "อบเต่า" เริ่มจากผู้ถวายตัว ต้องผ่านการล้าง และอบร่ำบริเวณต้องห้าม อย่างพิถีพิถัน พร้อมทั้ง ทาขมิ้น พรมน้ำอบทั่วตัว หลังจากนั้น​ ต้องนั่งบนกระโถนพักใหญ่ ภายในกระโถน จะมีของหอมกลิ่นแรงใส่ไว้ จนถือได้ว่า หอมทั้งนอกและใน
5 ท่าบังคับ
สำหรับท่าแรก และท่าบังคับในกฎมณเฑียรบาล​ การถวายตัว ที่เรียกว่า "พับเป็ด" คือการพนมมือ นอนหงาย พับขาไปทางด้านหลัง คล้ายการนั่งพับเพียบ เป็นการนอนพับเพียบ เพื่อไม่ให้เท้าของหญิงที่กำลังถวายงาน ไปสัมผัสพระวรกายของพระเจ้าแผ่นดิน ตามความเชื่อชาวสยามเดิม
4 พระราชนิยมส่วนพระองค์
สำหรับการถวายตัว และถวายงานของบาทบริจาริกา ตามกฎมณเฑียรบาล เมื่อท่าแรก​ หรือท่าบังคับ ตามจารีตประเพณีผ่านไปแล้ว หลังจากนั้น น่าจะขึ้นอยู่กับ พระราชนิยมส่วนพระองค์ อ้างอิงจากหนังสือของ เผ่าทอง ทองเจอ ปี 2552
3 ศีรษะหรือผม
2
ถึงกระนั้นก็ยังมีท่าทาง หรือการกระทำลักษณะต้องห้าม อันเชื่อถือกันมาอย่างยาวนาน ว่าพระสิรัฐิ (ศีรษะ) หรือพระเกศา (เส้นผม) เป็น “ของสูง” ห้ามมิให้ผู้ใด สัมผัสโดยเด็ดขาด หรือแม้แต่ เอื้อมมือข้ามก็ตาม เพราะถือว่า​ เป็นการกระทำที่มิบังควร
2 พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
ในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานนั้น พระแท่นบรรทม​ มีลักษณะ 4 เสา โครงหลังคาทำด้วยไม้ฉลุ มีที่พำนัก 3 ด้าน แต่ขึ้นลงได้ด้านเดียว ตามอิทธิพลที่ได้รับมาจาก ราชสำนักจีน ด้านหน้าพระแท่นบรรทม​ มีเตียงขาคู้ขนาดใหญ่ เรียกว่า “พระแท่นลด” สูงประมาณ 1 ศอก ลดต่ำลงจากพระแท่นบรรทม
1 พระแท่นลด
ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดินแดนสยาม​ รับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามากขึ้น สังเกตจาก หัวเตียงปลายเตียง สามารถขึ้นลงได้ 2 ทาง อิงจากห้องบรรทมในพระที่นั่งอัมพรสถาน และทั้งสองด้านพบ "พระแท่นลด" อยู่ทั้งสองข้าง นำไปสู่ข้อถกเถียงว่า การถวายตัวของ บาทจาริกาในพระองค์​ อาจมีจำนวนมากกว่า 1 คน
ผ่านมาแล้วกว่าสองร้อยปี เรื่องราวของบาทบริจาริกา นางสนม หรือหญิงสามัญชน ผู้เข้ารับการถวายตัว ดำเนินต่อไปอย่างไร ยังคงไว้ซึ่งกฎมณเฑียรบาล อย่างเดิมหรือไม่ เอาไว้ถ้ามีข้อมูล ผู้เขียนค่อยมาแรงค์ให้ฟังใหม่ครับ
หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
กดไลค์หากถูกใจ แชร์หากเห็นว่ามีประโยชน์ คอมเมนท์เพื่อแนะนำติชม
พูดคุย และทักทายผ่านอีเมลล์หรือ HangOut ที่
ความคิดเห็น
PUPAN ทำอาหารกินกับปู
พี่ก็พึ่งรู้เลย🤔
14 ม.ค. เวลา 03:39
Top Ranking
รู้พร้อมกัน 😁😁
14 ม.ค. เวลา 03:43
เรื่องเล่าจากดาวนี้
แบมเพิ่งเคยทราบเลยค่ะว่าเขาเรียกกันว่าท่าพับเป็ด แบมชอบนั่งท่านี้ตอนเป็นเด็ก ๆ ค่ะ (แต่ไม่ถึงขนาดนอนลงไปดังภาพนะคะ) 😄
13 ม.ค. เวลา 14:05
เรื่องเล่าจากดาวนี้
จริงเลยค่ะนั่งท่านี้นาน ๆ แล้ว ปวดเข่าเลยค่ะ 😄
14 ม.ค. เวลา 02:07
13 ม.ค. เวลา 05:48
Just Read It แค่อ่านมันส์
เสียวตะคริว
13 ม.ค. เวลา 13:09