โหดจัด รัฐบาลจีนมีแผนฮุบ Alibaba และ Ant Group ทำหุ้นบริษัทดิ่งวูบ Tencent และ Meituan หนาวๆ ร้อนๆ
นับเป็นข่าวใหญ่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจในประเทศจีน เมื่อมีรายงานข่าวออกมาว่ารัฐบาลจีนอาจกำลังดำเนินการตามแผนเพื่อในการตรวจสอบและแทรกแซงบริษัทอี คอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน Alibaba และ Ant Group บริษัทด้านการเงินในเครือของมหาเศรษฐี แจ็ค หม่า ที่เวลานี้ยังไม่ปรากฏตัวนานถึง 2 เดือน ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) ได้เดินหน้าต่อไปด้วยการสอบสวนการต่อต้านการผูกขาดทางการค้าต่อทั้งสองแห่ง
7
รัฐบาลระบุว่า "จากการที่ให้หน่วยงานบริหารของรัฐเข้าไปดำเนินการก็เพื่อต้องการควบคุมตลาดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาฝ่ายบริหารจะสอบสวนอาลีบาบา สำหรับกิจกรรมที่น่าสงสัยว่ามีการผูกขาด"
7
หน่วยงานสืบสวนได้ตั้งหน่อยตรวจสอบขึ้นภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบาในเดือนพฤศจิกายน นอกเหนือจากยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซแล้ว ยังเพ่งเล็งตรวจสอบไปยังบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียอย่าง Tencent และบริษัทอีคอมเมิร์ซอีกรายคือ Meituan
7
ข่าวเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายกับอาลีบาบาที่มากขึ้นส่งผลให้หุ้นของบริษัทลดลงมากถึง 8% อาลีบาบากล่าวในแถลงการณ์ว่า จะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนใดๆ ก็ตามที่รัฐบาลต้องการ ส่วนวันนี้ Ant Group ก็ได้รับหนังสือแจ้งการประชุมจากหน่วยงานกำกับดูแลแล้วเช่นกัน
5
อาจไม่ใช่แค่แทรกแซง แต่อาจถูกยึด
21
ในขณะเดียวกันแหล่งข่าวกล่าวว่า การเข้าแทรกแซงดังกล่าวเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการกำหนดสถานะของอาลีบาบา ซ่ง ชิง ผู้คร่ำหวอดในแวดงวงการเงินกล่าวว่า การสอบสวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่วางแผนที่จะควบรวมทั้ง Ant Group และ Alibaba มาเป็นของรัฐ
6
"มันจะมีผลแน่นอน ตอนนี้พวกเขาได้เริ่มดำเนินการแล้ว นี่อาจจะมาจากคำสังของผู้นำระดับสูงสุด"
5
ข้อเสนอแนะคือแผนการควบรวมอาลีบาบานั้นมาจากโครงสร้างของพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีการปกครองสูงสุด ไม่กี่วันที่ผ่านมา People's Daily ซึ่งเป็นกระบอกเสียงอย่างเป็นทางการของรัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่า "งานต่อต้านการผูกขาด" ของรัฐบาลจะนำไปสู่ "การพัฒนาที่ดีขึ้น" เอกสารระบุว่าพรรคโปลิตบูโรคิดว่า 'งานต่อต้านการผูกขาด' ควรได้รับการสร้างความเข้มงวดเพื่อป้องกันการขยายตัวของธุรกิจด้านการเงินทุนที่ไม่ได้อยู่ในระบบของธนาคาร
11
ซ่ง ชิง เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่า "เมื่อ 2 - 3 สัปดาห์ก่อนพวกเขากำหนดแผนการที่จะฮุบ Ant Group และอาลีบาบาให้เป็นของรัฐบาล ซึ่งแผนการเหล่านั้นล้วนมาจากคำสั่งของผู้นำรัฐบาลกลาง"
9
นอกจากนี้เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่ารัฐบาลต้องการให้บทเรียนกับอาลีบาบา "การโอนสัญชาติเหล่านี้เกิดขึ้นแน่นอนและ การสอบสวนการต่อต้านการผูกขาดน่าจะเร่งกระบวนการดังกล่าว ฉันคิดว่านี่เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูจากตัวอย่างของทั้ง Ant and Alibaba ด้วย"
10
ในขณะที่การสอบสวนการต่อต้านการผูกขาดดำเนินไป ธนาคารประชาชนจีน คณะกรรมการกำกับดูแลการธนาคารของจีน คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน และหน่วยงานบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของรัฐ ก็มีส่วนร่วมในการสอบสวนอาลีบาบาด้วยเช่นกัน
10
สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนและเลขาธิการพรรคฯ ได้กล่าวเมื่อเดือนตุลาคมว่า แผนดังกล่าวจะทำให้จีนเป็นประเทศที่เศรษฐกิจที่มีการควบคุมโดยรัฐมากขึ้นตามอุปสงค์ภายในประเทศ ผู้สังเกตการณ์คิดว่าเศรษฐกิจ การเมืองของจีนพร้อมที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หลายคนเชื่อว่าสี จิ้นผิงจะเปลี่ยนรูปแบบการถือครองทรัพย์สินในประเทศทั้งหมดให้เป็นของรัฐบาล
8
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายรวมทั้งผู้สื่อข่าวด้านเศรษฐกิจอาวุโสหลายคนในไทยก็มีความเห็นไปในแนวทางที่แสดงความกังวลว่า "รัฐบาลจีนน่าจะปรับกฎเกณฑ์เพื่อไม่ให้อาลีบาบาทำการค้าแบบผูกขาด กีดกันผู้เล่นรายอื่น แบบในปัจจุับัน แต่จะถึงขั้นยึดมาเป็นของรัฐบาลเลยหรือไม่ ในมุมนี้ไม่อาจล่วงรู้ความคิดของสี จิ้นผิงได้ แต่สุดท้ายปลายทางรัฐบาลปักกิ่งก็จะต้องใช้ทั้ง Ant Group และ Alibaba ทำหน้าที่ขยายฐาน Digital Economy อยู่ดี"
17
ส่วนผู้ที่ดูแล้วจะหนาวๆ ร้อนๆ ที่สุดคงหนีไม่พ้น มาซาโยชิ ซัน ประธานเเละผู้ก่อตั้ง SoftBank ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Alibaba ในปัจจุบันหลังแจ็ค หม่าได้ขายหุ้น และถอนตัวจากการเป็นผู้บริหารของบริษัท ซึ่งก็ต้องดูท่าทีว่าเมื่อมีข่าวออกมาแบบนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นมากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นและการลูกค้าของบริษัท
9
ความคิดเห็น
pipo
ไม่น่าเชื่อ
14 ม.ค. เวลา 15:16
THEcAT
เอาจริงๆถ้าเกิดขึ้นจริง นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่คงกลัวการลงทุนให้กับบริษัทของจีนมากขึ้นแน่ๆ ถ้าจะลงทุนก็คิดหนักแน่ๆถึงความเสี่ยงใหญ่นี้ในอนาคต เพราะเดิมบริษัทเอกชนจีนมีรัฐควบคุมอยู่เบื้องหลังก็รู้กันทั่วโลกอยู่แล้ว แต่การออกคำสั่งเพื่อฮุบบริษัทมันก็เป็นเคสที่เหนือความคาดหมายไปมากสำหรับนักลงทุนคนไหนก็กลัวทั้งนั้น ถ้าเคสนี้เกิดขึ้นจริง นักลงทุนต่างชาติก็คงต้องคิดถึงการปฎิบัติที่เอาแน่เอานอนทำตามใจตัวเองแบบไม่แค...ดูเพิ่มเติม
14 ม.ค. เวลา 06:34
RAVICHARAS VONGPRASITHI
ถ้าคุณๆได้ฟังคุณสนธแกพูดตอนปีใหม่เรื่องอาลีบาบา จะไม่ว้าจีนสักนิดนะ เพราะคนถือหุ้นใญ่คือญี่ปุ่นและอเมริกา เป็นของแจ๊ค หม่าแค่3%เท่านั้น จู่ๆก็จะมาเล่นเรื่องการเงิน การให้สินเชื่อไม่ต้องมีหลักประกัน ผู้นำจีนย่อมต้องตื่นตัว แน่นอนว่าลูกค้าอาลีบาบามีหลายร้อยล้านคน คิดดูสิว่าถ้าไม่มีการจ่ายหนี้คืน การคลังของจีนจะสั่นคลอนอย่างมาก จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบ ควบคุม ให้ทั้งบริษัทและเศรษฐกิจการคลังของประเทศเขาไม่ล่มสลายตามไป
14 ม.ค. เวลา 06:05