อิยะกับความหมายที่หายไป ซีซั่น๓〰️🌸
เรื่องพิพิธภัณฑ์ของพระราชา
บทที่๑ ตอนที่๓..รัชกาลที่๖
ความเดิม
.
.〰️〰️〰️〰️〰️🌸
"โคลนติดล้อ นายรู้มั้ย" เด็กชายชาว
ญี่ปุ่นไม่เข้าใจ เมื่อไล่เลียงมาถึงรัชกาลที่๖ มีรูปถ่ายเล็กๆในนั้นเขียนว่า บทความหนังสือพิมพ์ เรื่องโคลนติดล้อ ของอัศวพาหุ
.
"โคลนติดล้อหมายถึงอะไรใช่มั้ย ที่นายจะถาม"อาโปย้ำคำถามเพื่อนเกลอ
.
"อื้อ .." อีกฝั่งพยักหน้ารับ
.
"คืออย่างนี้ คิงรามา๖ พระองค์ท่านชอบเขียน มีการเขียนลงในหนังสือพิมพ์เป็นบทความแต่ไม่ใช้ชื่อจริงนะ เขาเรียกว่านามปากกา คิงรามาเลยใช้ชื่อว่าอัศวพาหุ ให้คนอ่านเข้ามาออกความเห็นได้เสรี โดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือคิงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนโคลนติดล้อ...
เอิ่ม..อันนี้เราก็ไม่รู้..แฮะๆ" เด็กหนุ่มอาโปยิ้มอย่างเขินๆ
.
"หืม..อย่างนี้ก็ได้
พูดมาเหมือนจะดี..ไหงจบอย่างนั้น"เด็กชายตาตี่ เผลอถอนหายใจเป่าผมที่ปรกแว่นด้วยความเคยชิน
.
"เรามีทางออก ไม่ยาก ไม่ยาก"เด็กหนุ่มดีดนิ้วดังแป๊ะ
.
"ถามอากู๋ มีทางออกเสมอ"เด็กหนุ่มคว้ามือถือหมายจะสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต
.
"ถามฉันก็ได้"
.
เสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมา จากด้านหลัง
.
"ครูแน่งน้อย" เด็กสองคนอุทานแทบจะพร้อมกัน
.
"ทำไม่ยะ เห็นฉันทำตาโต เหมือนกับเห็นยักษ์เห็นผีซะอย่างนั้น" สตรีวัยกลางคน ดัดผมลอน มองลอดแว่นตัวจิ๋วด้วยความเคยชิน
.
.〰️〰️〰️🌸
หลังจากสอบถามสาระทุกข์สุกดิบ ก็ได้ความว่า ครูแน่งน้อยมาเฝ้าไข้มารดาที่รพ.ศิริราช ดั้งเดิมท่านก็เป็นคนบางกอกน้อย ช่วงโควิดและปิดเทอมจึงถือโอกาสกลับมาดูแลบุพการี
บังเอิญวันนี้แวะมาชมพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าระหว่างรอทางรพ.เปิดให้เฝ้าผู้ป่วยในตอนเย็น
.
"โลกมันกลมนะ จากเชียงใหม่ก็ยังมาเจอกันที่กรุงเทพ แถมยังเจอในสถานที่ที่นายธาราพิสุทธิ์ไม่น่ามา.."ครูแน่งน้อยเย้าลูกศิษย์ตัวดี ที่ชอบคาบไม่บรรทัดมากกว่าเรียนหนังสือซึ่งก็หมายถึงเด็กหนุ่มอาโปนั่นเอง
.
"..ที่นาวาอยากรู้ ครูจะอธิบายให้ฟัง..ดีมั้ย รวมถึงเธอด้วยนายธาราพิสุทธิ์.."ครูแน่งน้อยเรียกชื่อจริงของเด็กทั้งสอง นาวาเป็นชื่อที่ใช้ในโรงเรียน นาวะเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนาวะแปลว่าเชือก เส้นสาย ครูแน่งน้อยเป็นครูประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทย และเป็นครูประจำชั้น เป็นคนตั้งชื่อว่านาวาให้สอดคล้องกับนาวะชื่อเดิม สายน้ำจึงน่าจะเหมาะกับคำแปลนี้ ส่วนธาราพิสุทธิ์คือชื่อของอาโปซึ่งก็แปลว่าน้ำเช่นกัน
.
"จริงๆพวกเธอจะได้เรียนเรื่องนี้ตอนม.๕ วิชาวรรณคดี"
หลังจากนั้นครูแน่งน้อยก็ร่ายยาวเรื่องโคลนติดล้อ สรุปได้ความว่า
.
.〰️〰️〰️〰️〰️🌸
.
โคลนติดล้อ หมายถึง ปัญหาและอุปสรรคที่กีดขวางความเจริญของชาติ ซึ่งต้องการการเปรียบเทียบว่า โคลน คือปัญหาและอุปสรรคที่กีดขวางทางเจริญ ส่วนล้อ คือ ประเทศชาติหรือประเทศไทยของเรา
.
โคลนติดล้อ พระองค์ท่าน เขียนหรือที่เรียกว่าทรงพระราชนิพนธ์ลงในหนังสือพิมพ์ไทยระหว่างวันที่ ๒๘ เมษายน ถึง ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๘
และทรงพระราชนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษโดยใช้ชื่อว่า “Clogs on Our Wheels” ลงในหนังสือพิมพ์สยามออบเซอร์เวอร์ (Siam Observer)โดยทรงใช้พระนามแฝงว่า “อัศวพาหุ”
.
และใช้นามแฝงนี้สำหรับบทความที่ลงในหนังสือพิมพ์ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจการทหาร สงคราม เหตุการณ์บ้านเมืองทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการปลุกใจให้คนไทยมีความตื่นตัวในการรักชาติบ้านเมือง
.
และพระองค์ท่านยังอยากให้ชาวสยามในสมัยนั้นเข้าถึงการศึกษา ให้เด็กทุกคนที่มีอายุ๗-๑๔ปี
ต้องเรียนหนังสือในโรงเรียน แสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่านอยากให้ตื่นตัวเรื่องการศึกษา และเปิดกว้างเรื่องความคิดความเห็น เห็นได้จากการตอบโต้บทความในหนังสือพิมพ์ ทรงเล็งเห็นว่าความรู้เป็นสิ่งสำคัญอันจะเป็นรากฐานไปสู่ความเจริญแม้กระทั่งเรื่องประชาธิปไตย และปฏิบัติตามพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่๕ที่เคยมีพระราชดำรัสก่อนหน้านี้สมัยปลายรัชกาลว่าเมื่อรัชกาลที่๖ขึ้นครองราชย์จะมอบของขวัญรัฐสภาและรัฐธรรมนูญแก่พลเมือง แต่ก่อนที่จะได้อย่างนั้น คนไทยต้องมีความรู้มีการศึกษาเพื่อความเข้าใจในสิ่งนั้นๆเสียก่อนนั่นเอง
.
.〰️〰️〰️〰️〰️〰️〰️〰️〰️〰️〰️🌸
.
ในเรื่องโคลนติดล้อพระองค์ท่านท่านเปรียบเทียบ เหมือนโคลน๑๒ก้อน ที่ขัดขวางทำให้ประเทศหรือวงล้อเคลื่อนไปได้ช้า
.
    〰️🌸 ก้อนที่ ๑ การเอาอย่างโดยไม่ตริตรอง
            ว่าด้วยการทำตัวเอาอย่างตามชาวตะวันตกโดยไม่ตริตรอง ทำให้ชาวต่างชาติไม่นับถือเรา คนไทยจึงสมควรที่จะพยายามยกตัวเรา คิดทำอะไรด้วยตนเอง และสนับสนุนผู้มีความคิด
.
     〰️ 🌸  ก้อนที่ ๒ การทำตนให้ต่ำต้อย
            ว่าด้วยคนไทยไม่เชื่อถือคนไทยด้วยกัน แต่เชื่อว่าการทำอะไรให้ดีต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชาวต่างชาติ
.
〰️🌸ก้อนที่ ๓ การบูชาหนังสือเกินเหตุ
            หนังสือพิมพ์เป็นเครื่องแสดงความคิด สิ่งต่าง ๆ ที่ผู้เขียนเขียนลงหนังสือพิมพ์นั้นดังนั้น ไม่ควรเชื่อทั้งหมด เพราะบางครั้งอาจมีความคิดเห็นคัดค้าน เคียดแค้น หรือใส่ร้าย ลงเรื่องไร้สาระ
.
   〰️🌸  ก้อนที่ ๔ ความนิยมเป็นเสมียน
            ผู้ที่มีการศึกษานิยมเข้ารับราชการใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่สนใจกลับไปทำงานทำการเกษตรในภูมิลำเนาเดิม 
เข้าใจว่าการรับราชการ จะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้มากกว่าชาวไร่ชาวนา พ่อค้า และงานอื่น ๆ
.
    〰️🌸 กัอนที่ ๕ ความเห็นผิด
            คนไทยเห็นว่า การประพฤติตนตามแบบฝรั่งทั้งที่ไม่ใช่สิ่งดีก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ความเห็นผิดดังกล่าว เช่น การรับแขกด้วยวิสกี้และโซดา การเป็นหมอความหรือทนายถึงฝ่าฝืนกฎหมาย กฎหมายก็จะคุ้มครองตน อิสระ คือการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะผิดหรือให้โทษเพียงใด
.
     〰️🌸 ก้อนที่ ๖ ถือเกียรติไม่มีมูล
มีคนถือสิทธิ์ความเสมอภาค เห็นว่าคนย่อมเสมอกันโดยกำเนิด การจะแสดงความเคารพใครเป็นเครื่องแสดงความต่ำต้อย
.
       〰️🌸ก้อนที่ ๗ ความจนไม่จริง
            คนไทยนั้นจนไม่จริง ในเมืองเรานั้นไม่เคยปรากฏว่ามีคนอดตายในเมืองเรายังมีการเล่นการพนัน แม้ชาวบ้านนอกก็ยังมีอาหารสมบูรณ์ การจนนั้นก็เพราะสุรุ่ยสุร่ายและเล่นการพนัน
.
      〰️🌸ก้อนที่ ๘ แต่งงานชั่วคราว
            การที่แต่งงานที่พ่อแม่ขายลูกสาวให้แก่ชายโดยไม่ได้ถามความเห็นของหญิง เมื่ออยู่กันไปก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น ครั้นผู้ชายรู้สึกเบื่อหน่ายก็อาจขับไล่หญิงนั้นไปไม่เลี้ยงดู ถ้ามีลูกก็ยิ่งลำบาก
.
       〰️🌸ก้อนที่ ๙ ความไม่รับผิดชอบของบิดามารดา
            การแต่งงานชั่วคราวส่งผลให้บิดามารดาไม่รับผิดชอบ ไม่ทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดี ซึ่งส่งผลให้ลูกมีปัญหา มีความประพฤติไม่ดี
.
        〰️🌸ก้อนที่ ๑๐ การค้าหญิงสาว
            การค้าหญิงสาวเป็นสิ่งที่น่าละอายยิ่ง ผู้ชายชอบมีภรรยาลับซึ่งได้มาด้วยการตกลงให้เงินแก่พ่อแม่ของหญิง
ในระหว่างที่รักกันอยู่หญิงนั้นก็จะได้รับการเลี้ยงดูจากสามี แต่ถ้าสามีหมดรักก็ถูกทอดทิ้ง บ้างก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่ บ้างก็ขายตัว การที่เป็นเช่นนี้นอกจากเป็นเพราะผู้ชายแล้ว แม่สื่อและพ่อแม่ที่ขายหญิงสาวก็ทำให้มีการค้าหญิงสาว
.
        〰️🌸ก้อนที่ ๑๑ ความหยุมหยิม
            บุคคลที่มีนิสัยหยุมหยิม ถ้าไม่มีส่วนอยู่ด้วยก็จะไม่เห็นด้วยและจะขัดขวาง ไม่ให้กิจการดำเนินไป แม้จะเป็นกิจการสำหรับชาติ
.
       〰️🌸 ก้อนที่ที่ ๑๒ หลักฐานไม่มั่นคง
            ผู้ที่บกพร่องในกิจการส่วนตัวเป็นผู้ที่มีหลักฐานไม่มั่นคง ตัวอย่าง ข้าราชการที่ชอบสมาคมกับนักเลง ชอบเล่นการพนัน หลักฐานไม่มั่นคงในบุคคล เป็นเหตุให้ชาวต่างชาติไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อถือ ดังนั้น เราคนไทยต้องประพฤติตนเป็นคนซื่อตรงและสุจริต
.
"เธอลองไปตรองดูเอาเองนะ บางเรื่องบางราวยังมีเห็นในสังคมไทย ครูฝากเธอไว้ให้ได้คิด .."ครูแน่งน้อยฝากข้อคิดไว้ก่อนจะขอแยกตัวออกไปเนื่องจากจวนได้เวลาที่รพ.เปิดให้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยฝั่งรพ.ศิริราชแล้ว
.
ถ้าสมัยนั้นเราไม่ถูกให้เรียนศึกษาภาคบังคับกันทุกคนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๖ เราจะเป็นอย่างไร อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เขาเหล่านั้นจะมีความรู้มั้ย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาคงจะสุดกู่ ความรู้ที่จะพัฒนาตนเองคงสุดทาง และถ้าความรู้นั้นตกไปอยู่กับผู้ทะเยอทะยานในทางที่ผิดเราจะต่อกรอย่างไร ในเมื่อไม่มีอาวุธที่ชื่อว่า "ความรู้"อยู่ในมือเลย
..
เด็กหนุ่มรำพึงเบาๆ..
..
..
..
ขบถ~ยาตราเล่าเรื่อง
..🌸
~แรงบันดาลใจจากการชมพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
~ผู้เขียนเล่าในฐานะผู้ชมนิทรรศการไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์
.
ข้อมูลเพิ่มเติม〰️🌸
~https://blog.startdee.com/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%A15-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
ความคิดเห็น
PakaCher ^o^
อรุณสวัสดิ์ค่ะ อ้าย 🌷🌷
20 ม.ค. เวลา 01:06
ขบถ~ยาตรา
อรุณสวัสดิ์ขอรับ😄
20 ม.ค. เวลา 01:27
ครูจำเป็น🌈
ขอบคุณบทความดี ๆ นะคะ "โคลนติดล้อ" คำนี้ก็พึ่งเคยได้ยินค่ะ
19 ม.ค. เวลา 07:38
ขบถ~ยาตรา
ขอบคุณขอรับครู😊
19 ม.ค. เวลา 11:36
19 ม.ค. เวลา 01:02
ขบถ~ยาตรา
สวัสดีใจดี
19 ม.ค. เวลา 06:51