11 ก.พ. 2021 เวลา 12:51 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
รีวิวโครงการ Starlink จากผู้ใช้งานจริง และผลกระทบที่จะเกิดกับไทย
โครงการ Starlink เป็นโครงการที่ส่งดาวเทียมขึ้นไปเพื่อ และส่งสัญญานกลับมาเพื่อให้บริการอินเตอร์เนตทั่วทุกคน ทุกมุมโลก โดยแรกเริ่มส่งดาวเทียมไปเป็นจำนวน 242 ดวง แต่ภายใน 1 ปีสามารถส่งดาวเทียมไปได้ทั้งหมดถึงกว่า 1,000 ดวง
2
กลุ่มทดสอบแรกชื่อ “Better Than Nothing Beta” ซึ่งจะต้องจ่ายค่าฮาร์ดแวร์ Starlink Kit 499 ดอลลาร์ และค่าบริการรายเดือนอีก 99 ดอลลาร์
4
ผู้ใช้งานจากรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนนาดา
ด้านสัญญานความเร็ซพบว่าเร็วกว่า DSL และสัญญานเนตจากดาวเทียมรุ่นเก่าๆแน่นอน ซึ่งในจุดนี้ค่อนข้างจะเป็นประโยชน์ในพื้นที่ชนบทที่อินเตอร์เนตเข้าถึงได้ยาก มีผู้ใช้งานมารีวิวว่าสามารถดาวโหลดที่ความเร็ว 20 Mbps และอัพโหลดที่ 20 Mbps สามารถเล่นเกม และสตรีมมิ่งวิดิโอได้
6
ผู้ใช้งานจากรัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐฯ
ความเร็วในการอัพโหลดค่อนข้างช้าอยู่ที่ 7 Mbps แต่ยังดีที่ค่อนข้างเสถียรหน่อย แต่ความเร็วในการดาวโหลดแกว่งมากเลยตั้งแต่ช่วง 40-190 Mbps แต่ก็พอรับได้สำหรับการสตรีมมิ่งนะ
4
มีคนทำสรุปมาว่าความเร็วในการดาวโหลดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 Mbps ซึ่งมากกว่าระบบดาวเทียมที่ปล่อยสัญญานในปัจจุบันที่ทำความเร็วได้อยู่ในช่วง 19-24 Mbps และความเร็วในการอัพโหลดก็มากกว่าค่อนข้างมาก รวมถึงความต่อเนื่องในการสงสัญญานก็ดีกว่ามากถ้าเทียบกับความเร็วของดาวเทียมรุ่นก่อนที่มีอยู่แล้ว
โดยถ้าเทียบความเร็วตอบสนอง(Latency หรือค่า ping ที่เราคุ้นเคยกันดี) Starlink ปัจจุบันทำได้ 42 ms อินเตอร์เนต 4G ทำได้ 40 ms เนต Fiber บ้านทำได้ 3 ms ในขณะที่เนตจากดาวเทียมรุ่นเก่ามีเวลาตอบสนองประมาณ 700 ms และในหน้าร้อนปี 2021 Starlink เคลมว่าจะทำให้ ping ลดลงเหลือ 16 ms
15
จะเห็นได้ว่า Starlink มี Latency ที่ดีกว่ามากตอบสนองได้เร็วพอที่จะใช้ Zoom หรือสตรีมมิ่งเพราะ Starlink เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำ(Low earth orbit) หรือประมาณ 340 ไมล์เหนือพื้นโลก ในขณะที่ดาวเทียมปัจจุบันอย่าง HughesNet และ Exede อยู่ที่ความสูง 22,000 ไมล์เหนือพื้นโลก
4
โดยสรุปในภาพรวมของการใช้อินเตอร์เนต
Starlink จะมีประโยชน์มากโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล หรือสัญญานอินเตอร์เนตเข้าไม่ถึง เช่น ชนบท ในหลายๆประเทศแม้แต่ในยุโรปพื้นที่ชนบทอินเตอร์เนตก็ยังเข้าไม่ค่อยถึงเหมือนกัน หรือไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะใช้อย่างเต็มที่ได้ และถ้าเทียบกับทั้งความเร็ว การอัพโหลด และ latency อินเตอร์เนตของ Starlink ชนะดาวเทียมแบบเดิมอย่างขาดลอย ถ้าเทียบกับอินเตอร์เนตมือถือน่าจะพอแทนกันได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะดีกว่าเนตมือถือสำหรับพื้นที่ห่างไกล แต่ถ้าเทียบกับเนต fiber ของบ้านคงต้องบอกว่าใช้แบบเดิมดีกว่าถูกกว่า และเร็วกว่าด้วย
7
Starlink ที่จะเปิดให้คนไทยใช้จะกระทบอะไรหรือไม่?
ตอนแรกอาจจะยังไม่มีผลกระทบมากนัก แต่เชื่อว่าต้องมีหลายคนอยากลองเพราะถึงแม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างแพง แต่คนก็จ่ายไหวอยู่ดี และมีโอกาสที่ราคาจะถูกลงได้ในอนาคต สำหรับเนตมือถือไม่น่าจะมาแทนเท่าไหร่เพราะคนคงซื้อแพ็คเกจร่วมกับโปรมือถืออยู่ดี แต่ไม่แน่ถ้าในอนาคตต้นทุนต่ำคนก็อาจจะใช้บริการทั้งคู่เลยก็ได้เพราะบางค่ายก็มีปัญหาในพื้นที่ห่างไกลเช่นกัน
ส่วนอินเตอร์เนตบ้านในอนาคตต้องบอกว่าน่ากลัว เพราะโครงการ Starlink ดูแล้วมีการพัฒนาที่ค่อนข้างเร็วและเมื่อพัฒนาได้ใกล้เคียงกับเนตบ้านคนก็อาจจะย้ายเป็นจำนวนมาก เพราะในไทยสำหรับเนตบ้านจะมีปัญหาเรื่องชุมสายหนาแน่นเหมือนกัน
11
ถ้า Starlink มาแทนแบรนด์อินเตอร์เนตของไทยอีก เรียกได้ว่าปัจจัย 5 ของคนไทย หรือโลกดิจิทัลของคนไทยถูกครอบครองด้วยต่างชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มโซเชี่ยล - Facebook, Twitter ตลาดซื้อขายออนไลน์ -Shopee, Lazada มือถือ - Apple, Samsung มีอีกเยอะแยะมากมาย ถ้าเราหันไปดูโลกดิจิทัลรอบตัวเรา หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบจะไม่มีของไทยเลย และในที่สุดก็มาถึงอินเตอร์เนตซึ่งเป็นสิ่งต่อไปที่จะทำให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ
16
โฆษณา