‘ความสุข’ แค่พูดถึงก็คงจะยิ้มตามๆกัน เอ๊ะ ว่าแต่ความสุขของคุณเป็นยังไงคะ ไหนลองมาเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ☺️ อยากฟังจัง
#จริงๆก็เขินกับรูปนี้ แต่ก็อยากให้เห็นในหลายๆมุม 😆
แต่ก่อนจะเล่า ลองอ่าน’ความสุข’ในแบบฉบับของปูเป้กันก่อนนะคะ ปูเป้ได้มีโอกาสฟังเรื่องราวจากคุณฌอร์น อาเชอร์
เขาว่า บนโลกใบนี้มีสมการความสุขแบบสำเร็จรูป ซึ่งถูกส่งต่อๆกันมาโดยคนที่เรียกว่าครู หรือ ผู้ปกครอง หรือนายจ้าง
หลักๆแล้วจะมีสองสูตรด้วยกันค่ะ
1. ทำงานหนัก เงินเยอะ = ความสุข
2. ประสบความสำเร็จ = ความสุข
ใครๆก็รู้ว่าสมองมีผลต่อการตีความของความสุขให้กับชีวิต เจ้าสองสูตรนี้ก็เช่นกันค่ะ มีผลอย่างมากต่อสมอง
เราจะมาคิดและวิเคราะห์กันทีละสูตรนะคะ
สูตรที่ 1 ทำงานหนัก เงินเยอะ = มีความสุข
เมื่อได้รับงานหรือเงินมากกว่าคนอื่นแล้วคุณสามารถทำได้ดี และได้รับคำชม สมองคุณเรียนรู้ว่านั่นคือความสุข
สิ่งที่สมองสั่งต่อมาคือ
มีความสุขมากกว่านี้ = ต้องทำงานหรือทำเงินมากกว่านี้
คุณจะรับงานมาเพิ่มอีก และการเรียนรู้ของสมองและความคิดก็จะวนลูปเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งต้องการความสุขมากขึ้น ยิ่งต้องการงานหรือเงินเพิ่มขึ้นไปอีก จนสุดขีดจำกัดของคุณ สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าต้องทำงานหนักแค่ไหนถึงจะสามารถหยุดโหยหาความสุขได้
เช่นเดียวกัน
สูตรที่ 2 ประสบความสำเร็จ = ความสุข
คำจำกัดความของคำว่าประสบความสำเร็จของคุณคืออะไร การได้เข้าโรงเรียนดัง การสอบติดมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง เมื่อได้ดั่งปรารถนาคุณจะรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ แล้วหลังจากนั้นละคะ หลังจากที่เรียนไปสักหนึ่งเทอมความสุขมันหายไปไหน?
เป็นเช่นนั้นเพราะสมองเรียนรู้ไว้แล้วว่า ต้องได้ตามเป้าหมายเท่านั้นถึงจะมีความสุขได้ หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เป้าต่อไปคือเรียนจบ ได้เกรดเฉลี่ยสูงๆ จากนั้นก็มุ่งมั่นเรียนไม่สนใจอะไร จนไม่รู้ว่าจะดื่มด่ำความสุขจากไหน แต่ละวันคอยให้เวลาผ่านไปจนกว่าจะถึงวันที่เรียนจบ
ทั้งสองสูตรนี้ทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างไม่แฮปปี้เท่าที่ควร แต่หากลองกลับทางสูตร ใช้ผลลัพธ์เพื่อให้เกิดวิธีทำที่ดีกว่า จะทำให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนได้
Pinterest
กลับสูตรง่ายๆ
ความสุข = การประสบความสำเร็จ
ความสุข = การทำงานหนัก และเงินเยอะ
ต่างกันตรงไหน ในเมื่อใช้เครื่องหมายเท่ากับ ง่ายๆเลยคือ ใช้ความสุขนำมาซึ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ งาน และเงิน
เมื่อกลับด้านความคิดเช่นนี้แล้ว สมองของเราก็จะจดจำว่าชีวิตมีความสุขนำทุกสิ่งทุกอย่าง ความสุขนำมาซึ่งการตื่นนอน ความสุขนำมาซึ่งการรับประทานอาหาร
ฟังดูเว่อไปแต่ว่าวิธีนี้จะทำให้มีความสุขกับทุกอย่างรอบกายได้จริงๆค่ะ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ หรือคิดว่ายากเกิดไป
ฌอร์น ได้เสนอวิธีการฝึกมองโลกไว้ให้เราได้ฝึกกันเรื่อยๆโดยใช้ทฤษฎี 21 วันค่ะ
1. เขียนสิ่งดีๆ 3 สิ่งที่พบในแต่ละวัน เป็นไปได้ไม่ให้ซ้ำกันจะดีมากค่ะ ทำแบบนี้สมองจะคุ้นชินกับการมองหาสิ่งที่ดีก่อนสิ่งที่ไม่ดีเสมอ
2. ทำสมาธิ ฝึกจิต ลดอาการสมาธิสั้น เพื่อให้จดจ่อกับความสุขได้นานกว่าการเล่นโทรศัพท์ และไม่วอกแวกยามทำงาน
3. ออกกำลังกาย ฝึกฝนร่างกาย และจิตใจให้เข้มแข็งไปพร้อมกัน ฝึกฝืนตัวเองเพื่อให้จิตใจแข็งแกร่งกับสิ่งภายนอกที่สามารถยั่วยุได้ตลอดเวลา
4. แกล้งชมคนที่ไม่ชอบบ้าง ในวันนั้นหากมีใครทำให้อารมณ์ขุ่น ลองเอาเรื่องเขามาเขียน แสดงความเห็นใจ ให้กำลังใจ และชื่นชมเขา เป็นการฝึกใจไม่ให้คุณหวั่นไหวกับสิ่งไม่ดีได้ง่ายๆอีก
จิตวิทยาเชิงบวกในสมองมนุษย์ ช่วยเปิดทุก Switch ของการเรียนรู้ เปลี่ยนความกดดันเป็นความท้าทาย เปลี่ยนโกรธให้เป็นความเห็นใจ
แน่นอนว่ามันยาก แต่ก็ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพวกเราอยู่แล้วค่ะ
ส่วนความสุขของปูเป้ก็ยังตั้งมั่นอยู่กับพี่โป๊ป รักเสมอไม่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เปลี่ยนใจ เพราะพี่โป๊ปคือความสุขของปูเป้ไงคะ 😘💕
ใครมีสถานที่บำบัดแนะนำปูเป้บ้างคะ เหมือนควรไปบำบัดอาการคลั่งดารา
ป.ล. ถ้างงว่าทำไมครั้งนี้เอารูปทำหน้าประหลาดลงแทนรูปยิ้มหวานๆละก็... แค่อยากบอกว่าเค้ามีหลายมุมนะ มุมสดใส(ค่อนข้างบ้า) มุมจริงจัง มุมอ่อนไหว มุมโกรธ มีหมดเลยนะ คิคิ 🥰
ที่มา ฌอร์น อาเชอร์
เรียบเรียง การเดินทางของผีเสื้อ
    โดมิโนสตอรี่
    เข้ามาติดตามค่า