มีบัญชีอยู่แล้ว?
จากคนข้างถนน สู่การเปิดบริษัทของตัวเอง
"ผมกล้าที่จะไปถามคนรวยเเบบตรงๆ ว่าเขาทำงานอะไร ? ซึ่งคำตอบที่ได้ มันกลายเป็นอาชีพที่ผมทำอยู่ในทุกวันนี้"
คำกล่าวของ “คริสโตเฟอร์ พอล การ์ดเนอร์” ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตที่ยากลำบากแสนสาหัส... สาหัสยิ่งกว่าคำว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดให้ทุกคนได้ดูผ่านหนังเรื่อง The PURSUIT of HAPPYNESS
“คริส” ชายผู้เกิดในบ้านที่ไม่สมบูรณ์แบบแถมเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ชีวิตวัยเด็กโดนพ่อเลี้ยงทำร้าย ส่วนแม่ก็ติดคุกข้อหาฉ้อโกงและพยายามฆ่าสามี ทำให้เขาต้องไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก และเจอพ่อครั้งแรกในวัย 20
ไม่มีใครรู้ดีเท่าคริสว่าชีวิตที่ขาดพ่อมันหดหู่แค่ไหน เมื่อเป็นพ่อคนเขาถึงพยายามรักษาสิทธิ์ในการเลี้ยงลูกเอาไว้ ถึงแม้เขาจะไม่มีศักยภาพพร้อมสักด้านเลยก็ตาม
ความดราม่าของชีวิตคือเรื่อง เงินและงาน ด้วยความที่ขาดโอกาสในวัยเด็กทำให้ประวัติการศึกษาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงเป็นผลต่อเนื่องมาสู่การหางานดีๆทำ
จุดเริ่มต้นจากการเป็นเซลส์แมนขายเครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องเดินไปขายตามบ้าน คิดภาพออกใช่มั๊ยครับ ว่าจะถูกปฏิเสธบ่อยแค่ไหน
กว่าจะขายออกแต่ละเครื่องนั้นเลือดตาแทบกระเด็น นานวันเข้าภรรยาของเขาก็เริ่มหมดความอดทน ทิ้งเขาไว้กับลูกน้อย พร้อมกับสภาวะที่กำลังจะถูกไล่ออกจากอาพาร์ทเม้นท์ (ที่แรก) ในเวลาไล่เลี่ยกัน
จนวันหนึ่ง เขาได้เจอผู้ชายขับรถเฟอร์รารี่คันหรูที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข คริสถามชายคนนั้นว่าเขาทำงานอะไร ทำอย่างไรถึงจะมีความสุขแบบคุณได้บ้าง?
ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า “เป็นโบรกเกอร์หุ้น” ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาก็ได้ นับแต่นั้น คริส จึงตัดสินใจที่จะทำอาชีพนี้
คริสใช้ความพยายามอยู่หลายเดือนกว่าจะได้(แค่)สัมภาษณ์งาน สุดท้ายเขาก็ผ่าน แต่กลับพบว่าต้องฝึกงานเป็นเวลา 6 เดือนแบบไม่มีรายได้ และจากผู้เข้าโปรแกรม 20 คน จะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือก
เขาบ้ามากที่รับเดิมพันครั้งนี้ เพราะสุดท้ายก็มีปัญหากับภรรยาจนได้ ไม่มีเงินหนักกว่าเดิม และชีวิตเริ่มนำบททดสอบมาสู่ชีวิตอย่างหนักหน่วง
เริ่มตั้งแต่การถูกไล่ออกจากบ้านพักที่แรก หลังจากที่ภรรยาขอแยกทาง และต้องทนฝึกงานไม่มีเงินเดือน รับส่งลูกไปด้วยในเวลาเดียวกัน ทำให้ทุ่มเทเพื่อสอบให้ผ่านทำได้ยากขึ้น
เขาต้องไปนอนในสถานที่ต่างๆ เช่น ห้องน้ำรถไฟใต้ดิน บ้านพักสาธารณะ ชีวิตเป็นแบบนี้อยู่ระยะนึง ไม่ว่าจะหนักแค่ไหน แต่ คริส ก็ยังคงลุยกับมันเข้าไป พยายามทุกวิถีทาง
จนในที่สุดเขาสอบผ่าน “ได้เป็นโบรกเกอร์” และเริ่มชีวิตใหม่
เป้าหมายแรกของเขาคือ เก็บเงินหาบ้านอยู่ และหลังจากนั้นเขาก็ได้ออกมาเปิดบริษัทค้าหุ้นเป็นของตัวเอง ด้วยเงินทุน 330,000 บาท ชื่อว่า Gardner Rich & Co
การอดทนของคริสช่างมีค่า ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าแม้เขาจะเจอวันที่แย่ เจอคนทำร้ายจิตใจมากแค่ไหน เขาไม่เคยแสดงออกทางด้านอารมณ์เลย
อาจจะเป็นเพราะมีลูกชายสุดที่รักอยู่ข้างๆ ทำให้พยายามคุมสติเอาไว้ คอยตอบคำถามของลูกรักอย่างอดทน
และพยายามหาทางออกให้ได้แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ ถ้าคนปกติก็คงยอมแพ้และไม่เลือกทำ ...แต่ก็นั่นแหละทางเลือกของคนเรามีไม่มากนัก
คริส สอนลูกชายว่า “ถ้ามีความฝัน อย่าให้ใคร แม้แต่โชคชะตา มาบอกว่า คุณทำไม่ได้”
แม้ต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกัน แต่คริสพิสูจน์ให้เห็นว่า “การอดทนอย่างใจเย็น” เดินหน้าต่อไปแม้มันจะยากลำบากแค่ไหน ถ้าไม่ยอมแพ้สดท้ายมันจะสำเร็จได้ในสักวัน
อยากรู้เรื่องอะไร อยากอ่านบทความเเบบไหน ส่งคำถามมาให้ "สมองไหล" ได้ง่ายๆ เพียง “กดลิ้ง” ข้างล่างนี้
ติดตามบทความของสมองไหลได้อีกช่องทางที่เพจ FB ไปให้ถึง100ล้าน https://bit.ly/2pQgrpd
    เรื่ิองทั่วไป.... สบายใจแบบนี้
    น้ำตาไหลครับในเวอร์ชั่นภาพยนต์..... ฉากที่นอนในสถานีรถไฟใต้ดิน