โพสต์

การซื่อสัตย์และจริงใจต่อกันตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรกในบริษัทเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำงานร่วมกัน
ทุกวันนี้หลายๆบริษัท(ไม่ขออ้างถึงแล้วกันครับ) ต่างก็จะมีการเก็บงำความรู้สึกที่ไม่อาจบอกได้ว่าพวกเขารู้สึกยังไงกับงานที่พวกเขาทำให้กับหัวหน้าหรือ CEO ได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
การที่ไม่สามารถพูดความรู้สึกจริงๆจากใจออกมาให้คนอื่นหรือหัวหน้าได้รับรู้มันรู้สึกอึดอัดมาก
เรื่องเหล่านี้ก็ไม่แปลกอะไรที่พวกเขาคิดถูกที่ไม่อยู่ต่อกับความรู้สึกที่อยากพูดอะไรก็ไม่ได้เพราะเราเป็นผู้น้อย
การจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัทจำเป็นต้องอาศัยความจริงใจและความซื่อสัตย์
ต่อทั้งพนักงานระดับล่างและหัวหน้าแต่ละฝ่ายไปจนถึงระดับ CEO
ทุกบริษัทย่อมมีปัญหาที่ต้องได้แก้ไขด้วยกันทั้งนั้นอยู่ที่ว่า แต่ละบริษัทจะมีการสื่อสารให้กับพนักงานและหัวหน้าแต่ละฝ่ายของพวกเขาอย่างไรเพื่อให้การแก้ปัญหานั้นบรรลุตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
- วัฒนธรรมธรรมองค์กรสำคัญมากในการจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งให้ผ่านไปได้
- วิธีการจูงใจหรือโน้มน้าวใจไม่สำคัญเท่ากับ “ความจริงใจต่อกัน” ถ้าหากการโน้มน้าวใจนั้นมีแต่ข้อมูลเท็จแต่คำพูดสวยหรู เหมือนกับ “การจัดแต่งจานที่สวยหรูราคาแพงมาก แต่อาหารไม่ได้เรื่อง”
- สิ่งสำคัญในการพูดกับทีมของตัวเองจำเป็นต้องอาศัยการถามและพูดคุยแบบตัวต่อตัวและดูสิว่าเขาทำไมถึงทำงานนี้พลาดและคุยกับพวกเขาให้พวกเขาหาวิธีแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้น
การทำให้คนที่มาทำงานในบริษัทที่ล้วนมีแต่คนเก่งๆและรู้จักวิธีแก้ไขปัญหา ไม่เคอะเขินหรือกลัวที่จะแสดงความคิดเห็นต่อหน้าผู้บริหารหลายๆฝ่าย
ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขารับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของบริษัทจริงๆไม่ใช่ ทำตามคำสั่งที่หัวหน้าสั่งเท่านั้น
การให้อิสระในการคิด การทำงาน การแสดงความคิดเห็นในบริษัทหรือในทีมการทำงานนั่น
“สำคัญมาก” เพราะจะทำให้เขาได้แสดงศักยภาพที่พวกเขามีออกมาอย่างเต็มที่ แทนที่จะให้เขา
ทำตามคำสั่ง แต่ปิดกั้นความสมารถที่แท้ของพวกเขาเหล่านั้น
การประเมินผลการทำงานจริงๆมันก็ยังจำเป็นอยู่นะในการจะบอกว่าบริษัทกำลังจะไปในทิศทางไหนอยู่ ณ ตอนนี้
แต่การจะประเมินผลแบบรายปี มันอาจจะทำให้การแก้ไขล่าช้าเกินไปจนทำให้บางที ในระหว่างทางพนักงานคนนั้นอาจจะทำงานออกมาได้ดี แต่พอสิ้นปีมา ผลรวมกลับออกมาว่า “เขาทำพลาด”
ถ้าการประเมินผลงานของตัวพนักงานจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอาจจะขยับเป็น ประเมินทุกไตรมาส
(ทุก 3 เดือน) ไหม หรือ ทุก 6 เดือนไหม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทจะเลือกใช้แล้วกัน
สุดท้ายของทิ้งท้ายไว้แล้วกันครับว่า “การจะทำให้บริษัทอยากได้ตัวเรา จำเป็นที่จะต้องหมั่นฝึกทักษะและพัฒนาความสามารถของเราอยู่เสมอ อย่าได้หยุด
เพราะการที่เราจะโดนดึงตัวให้ไปทำงานกับบริษัทใหญ่ได้โดยที่เราไปต้องไปหาสมัครเอง นั่นหาได้น้อยมาก”
- จริงใจ
- ซื่อสัตย์
- พูดคุยกันเวลามีปัญหาเกิดขึ้นในบริษัท
- ให้พนักงานรับรู้ถึงปัญหาของบริษัทอย่างแท้จริง
ทำให้คนที่เดินออกไปจากบริษัทเรารู้สึกว่า “บริษัทนี้มีแต่คนเก่งๆ”
หากมีคำแนะนำและข้อเสนออะไรช่วยคอมเม้นท์บอกผมไว้โพสต์นี้เลยนะครับ
#TheSignature
เขียนวันที่: 15/11/2019
ความคิดเห็น

Anupong toptap

ถ้าสมมุติเจอบริษัทที่เราแทบไม่สามารถแสดงความคิดของเราได้เลย ทำงานผลงานออกมาแค่ไหน สร้างไฟล์งานที่ให้ทุกคนและง่ายต่อการทำงาน สุดท้ายต้องเก็บเอาเข้าไฟล์ขยะ แสดงออกทางความคิดมากแค่ไหน สุดท้ายก็ได้แต่บอกว่าให้ "ทำตามที่เขาสั่ง ที่เขาต้องการ" แบบนี้ มันทำให้เบื่อมากๆ
10 เม.ย. เวลา 02:28
1

chicchic-jp

นอกจากจะมีคนเก่งแล้วบรรยากาศก็น่าทำงานด้วยค่ะ
16 พ.ย. 2019 เวลา 06:56
1

THE SIGNATURE

ใช่แล้วคับ
16 พ.ย. 2019 เวลา 07:19
1

ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 45

เห็นด้วยมากๆครับ ติดตามนะครับ
15 พ.ย. 2019 เวลา 16:50
1

THE SIGNATURE

ขอบคุณมากเลยนะครับ
15 พ.ย. 2019 เวลา 22:24
1