25 พ.ย. 2019 เวลา 19:21
รีวิว The Cave - นางนอน 8/10
The Cave - นางนอน เรื่องนี้เป็นหนังไทยนะไม่ใช่หนังฝรั่ง ผู้กำกับ ทอม วอลเลอร์ เป็นลูกครึ่งไอริช-ไทย และเคยมีผลงานมาจาก ศพไม่เงียบ(2554) และเพชฌฆาต(2557)
The Cave เล่าเรื่องราวของทีมกู้ภัยที่ทำภารกิจช่วยเหลือทีมนักฟุตบอล 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ถึงแม้ว่าหนังจะมีเด็กอยู่ในเรื่องก็จริง แต่ไม่ได้เป็นตัวดำเนินเรื่อง เพราะทางการไทยไม่อนุญาตให้ทีมงานเข้าถึงตัวเด็ก เกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ซึ่งผู้กำกับก็คิดว่าทางการคงเป็นห่วงเด็กจริง ๆ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ทางการกลับพาเด็กไปนิทรรศการถ้ำหลวงที่พารากอน ไปมุดถ้ำที่จำลองขึ้นมาซะงั้น?! หนังเลยเจาะจงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสายตาของคุณ จิม วอร์นี นักดำน้ำชาวไอริช และคนอื่น ๆ ที่มีส่วนในการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกมา โดยแก่นของเรื่องนี้คือฮีโร่ที่ต่างจากหนังฮีโร่ฟอร์มยักษ์ เป็นคนธรรมดาที่ขอลางานไปมุดถ้ำเพื่อช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จัก
หนังจั่วหัวไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าเนื้อหามีการแต่งเติมเพื่ออรรถรสในการรับชม ในเมื่อเป็นหนังก็ต้องมีฝ่ายพระเอกและตัวโกง ซึ่งแจ็คพอตก็มาลงที่ระบบราชการไทยที่รับหน้าที่เป็นผู้ร้ายนี้ไป ทำให้หลายประเด็นที่หนังถ่ายทอดออกมาเลยดูสุดโต่ง
โดยคิดว่าหนังจับประเด็นที่ศรีวราห์เคยไปถามทีมกู้ภัยว่า "มีใบอนุญาตมั้ย" มาขยายต่อเลยกลายเป็นว่ามุมมองที่หนังถ่ายทอดออกมาคือหน่วยงานราชการไทยทำงานชักช้า เพราะจะทำอะไรต้องมีบัตรผ่าน
โดยเฉพาะซีนที่ผู้ใหญ่ทีมสูบน้ำขนท่อพญานาคมาช่วยจากราชบุรี แต่กลับได้รับการปฏิเสธเพราะต้องขออนุญาตตามขั้นตอน อันนี้คงทำให้หลาย ๆ คนหงุดหงิด โดยเฉพาะคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่ว่า "งั้นคุณก็กลับไปเก่งที่นครปฐม" โอ้โห ขึ้นเลย! ซึ่งสุดท้ายแล้วกว่าจะได้เข้าไปสูบน้ำต้องได้ "เส้นใหญ่" ขนท่อเข้ามาถึงยอมให้ช่วย
ซีนนี้ประสบความสำเร็จในแง่ของอารมณ์ร่วมในหนัง เพราะเป็นฉากที่กดดัน และคับแค้นมาก พอมันผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ จึงนำมาสู่ความปลื้มปิติ ได้ยินหลายคนสูดน้ำมูกฟืด ๆ กันเลยทีเดียว
1
แต่นั่นเป็นมุมมองที่หนังถ่ายทอดมาเพียงด้านเดียว คิดแบบเป็นกลางเลยคือ ถ้าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้คนที่ไม่มีส่วนเข้ามาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลาย ๆ คนไปถ้ำหลวงไม่ทำประโยชน์ แต่เซลฟี่เป็นร้อยรูป ในขณะที่อีลอน มัสก์ เข้าไปช่วยถึงในถ้ำกลับทวิตแค่ 3 รูป
อันนี้เห็นใจเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ต้องกันคนนอกออก ในการทำงานต้องประสานกับหลายฝ่ายทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ถ้าไม่มีระเบียบ ขั้นตอนพวกนี้คงวุ่นวาย งานทับซ้อนกันควบคุมงานลำบาก ซึ่งหนังก็ไม่ได้เล่าให้ครบทุกด้าน
หนังค่อนข้างนำเสนอมุมมองที่ Contrast ระหว่างทีมไทยกับต่างชาติ ผ่านการเล่าเรื่องและการตัดต่อ เช่น ทีมไทยนั่งฟังพระสงฆ์สวดแล้วตัดไปที่ทีมฝรั่งวางแผนวางแผนช่วยเหลือเด็ก หรือหน่วยซีลนอนดูถ่ายทอดสดฟุตบอลอยู่หน้าปากถ้ำ
เราว่าตรงนี้ไม่ค่อยแฟร์กับทีมไทยเท่าไหร่ เท่าที่ตามข่าวมาภารกิจนางนอนนี่ประสานงานดีมาก ๆ แม่งานคือผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ท่านก็สั่งการได้เป็นอย่างดี และยังมีหน่วยซีลที่วางรากฐานไว้ตั้งแต่วันแรก ๆ เข้าไปปักหมุด ร้อยเชือก วางถังอากาศให้ทีมนักดำน้ำต่างชาติจนเราต้องสูญเสียจ่าแซม
ก็ต้องยอมรับว่าหนังสื่อสารกับผู้ชมได้เก่งมาก หลายฉากหลายซีนเรามีอารมณ์ร่วมกับหนัง รับรู้ได้ถึงความยากลำบากในภารกิจช่วยเหลือที่ต้องแข่งกับเวลา ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งมาพูดขัดให้ภารกิจล่าช้า เราจึงพร้อมจะปรี้ดแตกไปกับมัน
หนังมีฉากประทับใจหลายฉาก อย่างเช่นชาวบ้านที่เสียสละนาข้าวเพื่อให้ทีมกู้ภัยสูบน้ำได้ และไม่ขอรับเงินชดเชยเพื่อให้เอาเงินส่วนนี้ไปช่วยเด็กให้รอด แต่ฉากที่คิดว่าน่าจะพีคที่สุดในเรื่องอย่างซีนที่นักดำน้ำไปพบเด็ก หนังกลับไม่ขยี้ให้มันสุด น่าเสียดาย เพราะในข่าวตอนที่พบเด็กมันประทับใจมาก หลายคนร้องไห้เป็นเผาเต่าไปเลย
สุดท้ายจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือซีนที่นายกฯ ไปพบและให้กำลังใจทีมต่างชาติ อันนี้อย่างฮา จะว่าล้อเลียนก็ไม่เชิงเพราะนายกฯ แกก็พูดแบบนั้นเป็นปรกติอยู่แล้ว
แล้วที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้คือ หนังค่อนข้างที่จะนำเสนอมุมมองที่ไม่ดีเกี่ยวกับระบบราชการไทย หลายคนเป็นห่วงกลัวว่าหนังจะถูกแบน จนเป็นกระแสในทวิตเตอร์ เอาเป็นว่าเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ดูสนุกมากเรื่องหนึ่ง เปิดเรื่องเร็วและเน้นที่ทีมดำน้ำ รีบดูก่อนจะโดนแบน
    ฟ้าสีคราม
    น่าตามดูค่ะ