โพสต์

สายลมพรหมรัก บทที่ 1
สายลมอ่อนโยนพัดโชยผ่าน เสียงโมบายกระดิ่งดังกรุ๋งกริ๋งล้อลม รัดเกล้านั่งมองสนามหญ้านอกหน้าต่าง ต้นหญ้าเอนพลิ้วลู่ไปตามแรงของลม เสียงเครื่องชงกาแฟดังขึ้นมาเป็นระยะ หญิงสาวสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากแก้วก่อนจะลิ้มรสชาติลาเต้สูตรใหม่ของร้าน
เพราะร้านตั้งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัย คนส่วนใหญ่ที่มาจึงเป็นนักศึกษา และมักมาด้วยกันเป็นกลุ่ม หญิงสาวมองกลุ่มคนโต๊ะข้างๆที่คุยกันดังจอแจสนุกสนาน ขณะที่ท้องฟ้าภายนอกเริ่มมืดครึ้มเต็มไปด้วยเมฆฝน ถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่นานฝนคงจะตกลงมาแน่ แต่คนที่เลือกนั่งอยู่นอกร้านกลับยังสนุกกับการนั่งรับลม
“พี่เกล้าคะ คือ พรุ่งนี้หมิงมีสอบถึงค่ำเลยค่ะ” มีรดาพูดขึ้นมา
รัดเกล้าหันมองเด็กสาวร่างอวบที่ทำหน้าตาเคร่งเครียดขณะที่ในมือยังคงถือถาดเสิร์ฟกาแฟและมีบิลค่าน้ำวางอยู่ในนั้น
คนเดียวที่หล่อนยอมจ้างเอาไว้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่วันเดียว ทั้งความขยันและเอาใจใส่กับการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่แปลกเลยที่เพื่อนของหล่อนยุให้จ้างเอาไว้ช่วยงาน
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่มาเปิดร้านเอง” หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะ
“แต่ว่า…” แววตาวิตกกังวลของมีรดายังคงทำให้รัดเกล้าเอ็นดู แม้รู้ว่านั่นเป็นความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นเพราะวันพรุ่งนี้ไม่สามารถมาเปิดร้านได้ตามเวลา
“โอ้ย เรื่องแค่นี้ไม่คิดมากนะ ตั้งใจสอบดีกว่า”
หญิงสาววางแก้วกาแฟลงแล้วเดินเข้าไปหาเด็กสาวก่อนจะดันหลังให้มีรดารีบเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้ลูกค้าที่นั่งรออยู่
“ค่ะพี่เกล้า” เด็กสาวตอบพร้อมรอยยิ้มแล้วทำงานต่อ
“สั่งเครื่องดื่มค่ะ” ลูกค้ารายใหม่พูดพลางชูใบรายการขึ้นมา
“สักครู่นะคะ” เจ้าของเรือนร่างบอบบางเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริงพลางไปรับใบรายการแล้วรีบเดินไปที่หลังเคาเตอร์ หล่อนอ่านใบรายการแล้วรีบชงเครื่องดื่มก่อนจะนำขนมไปอุ่นให้ร้อนแล้วจัดใส่ถาดรอให้มีรดามานำไปให้ลูกค้า
“น้องแก้มใส ดื่มนมไหมคะ”เด็กสาวร่างอวบแวะคุยกับหลานสาววัยสี่ขวบของหล่อน
เด็กตัวเล็กยิ้มหวานจนตาหยีก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัดเจน “ดื่มค่ะ”
มีรดาเดินมารับถาดอาหารและหยิบนมกล่องติดมือไปด้วยแล้วแวะเอานมให้เด็กตัวเล็กดื่มก่อนจะนำอาหารไปเสิร์ฟ ลูกค้าหลั่งไหลมาไม่ขาดสายทั้งนั่งที่ร้านและซื้อกลับบ้าน พวกหล่อนทำงานกันเพียงแค่สองคนเพราะเจ้าของร้านอีกคนหนึ่งยังสนุกกับการเที่ยวในเมืองหลวงและไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาง่ายๆเสียด้วยสิ
ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงรัดเกล้าทำหน้าที่เจ้าของร้านและคนชงเครื่องดื่ม และมีรดาที่คอยเสิร์ฟอาหารและจัดการดูแลลูกค้า
“ขอเครื่องดื่มที่หวานเหมือนแม่ค้าครับ” เสียงดังขึ้นเรียกรัดกล้าตื่นจากความคิด
หญิงสาวหันมองลูกค้าที่มาใหม่แล้วคลี่ยิ้มหวานก่อนจะตอบกลับ “ไม่มีค่ะ แม่ค้าที่นี่หวานที่สุด”
เพราะคนตรงหน้าคือเพื่อนสนิทจึงได้กล้าพูดจาหยอกล้อกันเช่นนี้ กฤตพลโคลงศีรษะพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกมาก่อนจะสั่งเครื่องดื่ม
“ชาเขียวแก้วหนึ่ง” หญิงสาวพยักหน้าตอบพลางมองเขาที่หันซ้ายทีขวาที “ขอนั่งกับแก้มใสนะ”
“ตามสบายเลยต้น ช่วยเสิร์ฟก็ได้นะเกล้าไม่ว่าหรอก” หล่อนพูดขึ้น และเขาก็ตอบปฏิเสธทันที บอกไว้ว่าวันนี้ขออาสาไปส่งไปที่บ้าน ก่อนจะรุดไปนั่งที่พิเศษที่หล่อนจัดไว้ให้หลานสาว
เดิมทีที่ตรงนั้นเป็นโต๊ะกับเก้าอี้ธรรมดา แต่สองปีก่อนที่พี่ชายเอาเด็กคนนี้มาฝากไว้ หล่อนก็จัดการเปลี่ยนเป็นโซฟานุ่มๆแล้วจัดให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวเพื่อเลี้ยงเด็กคนนี้โดยเฉพาะ เป็นเวลาสองปีที่กานพิชชาต้องมานั่งเล่นที่นี่เพราะไม่มีใครว่างดูแลที่บ้าน เด็กตัวเล็กคุ้นเคยกับการที่มีคนเยอะมากพอที่จะไม่งอแงและไม่ขัดคำสั่ง
ยิ่งเวลาผ่านไปความมืดยิ่งเข้ามาปกคลุมบนฟากฟ้า และลมยิ่งพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ลูกค้าก็ยังเดินเข้ามาเรื่อยๆและมีคำสั่งผ่านไลน์ของร้านเข้ามาเรื่อยๆจนรัดเกล้าและมีรดาต้องวิ่งทำงานกันวุ่นวาย โชคดีที่กฤตพลว่างพอที่จะช่วยดูแลกานพิชชาทำให้รัดเกล้าสามารถทำงานได้คล่องตัว
“เด็กเสิร์ฟขอชาเขียวกับโกโก้หวานน้อยหน่อยสิ เสิร์ฟดีๆนะมีทิปให้” เสียงดังขึ้นจากหน้าร้าน
ทันทีที่เห็นลูกค้าคนใหม่เข้ามารัดเกล้าถึงกับต้องผงะไป ผู้ชายคนนั้นเป็นคนในความทรงจำของหล่อน คนที่ผลักให้รัดเกล้าจมลงไปสู่ความมืดมน แม้ในใจจะอยากลืมมากแค่ไหนแต่การที่เขายังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเช่นนี้มันก็ยากที่จะทำได้
“พี่เกล้าคะ” มีรดาเรียกหล่อนขึ้น ขณะที่รัดเกล้ายังคงมองประพัฒน์ที่ควงสาวคนใหม่เดินเข้ามาในสภาพที่เหมือนกับพึ่งดื่มมา
แววตาของเด็กสาวคนนั้นส่งความกังวลออกมาอย่างชัดเจน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พยายามจะเดินหน้าต่อไปแต่สุดท้ายอดีตก็ยังคอยหลอกหลอนทุกคืนวันจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะสามารถเปิดใจได้อีกครั้งหรือไม่
“ไล่มันไหม” กฤตพลเดินเข้ามาถามหล่อน แววตาของชายหนุ่มบอกชัดว่าพร้อมซัดกับคนๆนั้น แต่มันไม่คุ้มกับการมีเรื่องกับคนพรรค์นั้นแน่นอน
“ไม่เป็นไร” รัดเกล้าเอ่ยขึ้นพลางพยายามฝืนส่งยิ้ม ขณะที่กฤตพลทำท่าหัวเสียแล้วเดินกลับไปนั่งกับกานพิชชาเช่นเดิม
มีรดารับถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟสองคนนั้นที่ยังส่งเสียงคุยกันดังไม่หยุดจนคนในร้านเริ่มหันมอง หญิงสาวมองนาฬิกาแขวนผนังอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาที่จะต้องปิดร้านแล้วแต่การปล่อยให้คนแบบนี้ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของคนในร้านเป็นเรื่องไม่ดีแน่
รัดเกล้าเดินไปหากฤตพลแล้วขอร้องให้เขาช่วยเหลือ เขารับคำขอร้องในทันทีและจัดการลากตัวสองคนนั้นออกจากร้านเพื่อรักษาบรรยากาศอันเงียบสงบจนถึงเวลาปิดร้าน พวกหล่อนช่วยกันเก็บของทั้งหมดแล้วตรวจความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะปิดร้านให้เรียบร้อย ขณะที่กฤตพลช่วยอุ้มกานพิชชาที่หลับปุ๋ยไปขึ้นรถ
“โอเคอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มถามขึ้น
หญิงสาวพยักหน้าตอบขณะที่ขึ้นรถไปกับเขา เพราะสนิทกันมานานมากทำให้เขารู้เรื่องทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับหล่อน รู้แม้กระทั่งว่าหล่อนยังไม่สามารถลืมเขาได้จนถึงทุกวันนี้ แม้จะพยายามปิดบังแค่ไหนก็ตาม ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสลัดเรื่องนี้ทิ้งไปได้เสียที หล่อนอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสเหมือนกับคนอื่นๆที่อยู่ในวัยเดียวกัน
นั่นทำให้รัดเกล้าจริงจังกับร้านกาแฟแห่งนี้มากทั้งๆที่เจ้าของร้านอีกคนเปิดร้านขึ้นมาเพื่อเป็นงานอดิเรกเพียงเท่านั้น ส่วนหล่อนตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อหลีกหนีคำที่ชายคนนั้นสบประมาทเอาไว้ ให้เขาได้เห็นว่าชีวิตของหล่อนเดินหน้าต่อได้ไกลเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง
FarFaLLarR การเดินทางของผีเสื้อ
ความคิดเห็น

Classiccar

อรุณสวัสดิ์นะครับคุณ การเดินทางของผีเสื้อ
23 เม.ย. เวลา 00:45
1
26 เม.ย. เวลา 12:34

พี่ติ แอฟโฟร่

ดีครับน้องปูเป้
18 เม.ย. เวลา 16:07
26 เม.ย. เวลา 12:34
1

กลอนพาไป

สวัสดีครับคุณปูเป้
17 เม.ย. เวลา 13:50

กลอนพาไป

สบายดีนะครับ
26 เม.ย. เวลา 12:34