มาเริ่มซีรีส์ตอนแรกกันนะคะ
2
ขอเกริ่นก่อนว่าตั้งใจเขียนซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอยากใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม (อันน้อยนิด) กลับไปดูหนังและก็นึกถึงอดีตของตัวเอง เลยยกหนังที่คิดว่าแทบทุกท่านเคยผ่านตา เคยดูหรือเป็นหนังขึ้นหิ้งในดวงใจมา
คิดว่าจะแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วนนี้ค่ะ
1.รีวิวเนื้อเรื่องคร่าว ๆ (แบบไม่มีสปอย) เผื่อว่าหนังที่ยกมาเป็นเรื่องที่หลายท่านอาจจะยังไม่เคยดู เผื่ออ่านรีวิวแล้วอยากไปดูด้วยตัวเอง และกลัวว่าถ้ารู้สปอยจะหมดสนุก ก็อ่านเฉพาะช่วงนี้ได้เลยค่ะ
2.เล่าความประทับใจในฉาก วิเคราะห์เนื้อเรื่อง และเหตุผลที่ควรลองไปดู (มีสปอย)
ส่วนนี้จะมีสปอยอย่างจริงจังเลยค่ะ จะเหมือนมาคุยเรื่องหนังกัน เป็นความคิดเห็นของพริ้มล้วน ๆ ว่าชอบฉากไหนบ้าง ชอบจุดไหน ไม่ชอบจุดไหน สามารถมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยค่ะ
1
3.เล่าประสบการณ์จริงของตัวเอง และเหตุผลที่ชอบหนังเรื่องนี้ ถือว่าลองอ่านสนุก ๆ นะคะ เผื่อมาแชร์กันได้ว่าเคยเจอเรื่องราวแบบนี้กันบ้างรึเปล่า เผื่อจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ หรืออย่างน้อยก็ได้อ่านเรื่องราวให้ผ่อนคลายกันค่ะ
(สปอยหมายถึงการเปิดเผยเนื้อเรื่องในหนังนะคะ)
มาเริ่มช่วงที่ 1 กันเลยค่ะ
เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ของหนังเรื่องนี้คือ
เป็นหนังที่เล่าถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวที่มีพลังพิเศษที่สามารถย้อนเวลาได้ ทำให้เขาใช้การย้อนเวลาทำสิ่งต่าง ๆ ที่เขาต้องการทั้งความรัก การทำงาน และสิ่งที่เขาทำผิดพลาด จนมาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาที่ทำให้เขาย้อนเวลาไม่ได้อีก เขาจะทำอย่างไรต้องไปลองดูค่ะ
หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักค่ะ ไม่ใช่หนังแนววิทยาศาสตร์ ไม่ได้มีตรรกะหรือเหตุผลในด้านวิทยาศาสตร์ แต่เต็มไปด้วยเหตุผลด้านความรู้สึกค่ะ ส่วนจะเป็นเหตุผลอะไรต้องไปลองชมค่ะ สนุกมากจริง ๆ
ถ้ามีใครถามพริ้มว่าชอบหนังเรื่องไหนมากที่สุด พริ้มจะตอบเสมอว่าคือ ABOUT TIME โดยแทบไม่ต้องคิดเลยค่ะ มันดีมากจริง ๆ และมีอิทธิพลต่อชีวิตพริ้มในด้านทัศนคติของความรักและการใช้ชีวิตเลยค่ะ
สำหรับช่วงที่ 2 จะมีการสปอยเนื้อเรื่องทั้งหมดนะคะ
สำหรับคนที่อยากไปดูหนังด้วยตัวเองสามารถข้ามช่วงนี้ไปได้เลยนะคะ แต่ถ้าอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดก็อ่านบทความนี้ต่อได้เลยค่ะ
ตอนอายุได้ 21 ปี ทิม เลก (โดห์นัลล์ กลีสัน)
ในคืนหลังจากงานฉลองเทศกาลปีใหม่ที่ พ่อของทิม (บิลล์ ไนฮีย์) ได้บอกลูกชายของเขาว่าผู้ชายในตระกูลของเขามีความสามารถพิเศษที่จะเดินทางข้ามกาลเวลาได้ ทิมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและเคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขาเองได้
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะทำให้โลกของเขาดีขึ้นด้วยการหาแฟน แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างมันไม่ง่ายดาย
เขาได้ไปเที่ยวกับครอบครัวหญิงสาวคนหนึ่งคนที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่ได้เห็น เขาได้พยายามบอกรักเธอ แต่เธอบ่ายเบี่ยงว่าเขาบอกรักช้าเกินไปบ้าง เร็วเกินไปบ้าง ทำให้ทิมได้รู้ว่าไม่ว่าจะบอกรักช้าหรือเร็ว ถ้าเธอไม่ได้รักเขา ทุกอย่างก็จบ เขาอกหักในรักครั้งแรก
ต่อมาทิมต้องย้ายจากบ้านเกิดที่คอร์นวอลล์ เมืองริมทะเลไปอยู่ลอนดอน เพื่อเป็นทนายฝึกหัด ในที่สุด เขาได้พบกับ แมรี่ สาวสวยที่ไร้ความมั่นใจ (เรเชล แม็คอดัมส์) พวกเขาตกหลุมรักกัน แต่แล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการเดินทางข้ามกาลเวลา กลับทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนไปเหมือนเขาไม่เคยเจอเธอมาก่อนเลย
พวกเขาได้พบกันครั้งแรกซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ในที่สุด หลังจากเดินทางข้ามกาลเวลาอยู่หลายรอบ เขาก็คว้าหัวใจเธอมาครองได้สำเร็จ
จากนั้นทิมได้ใช้พลังของเขาสร้างเหตุการณ์ขอแต่งงานที่โรแมนติคที่สุด และยังช่วยงานแต่งงานของเขาให้รอดพ้นจากคำพูดที่เลวร้ายที่สุดของเพื่อนเจ้าบ่าว และยังช่วยเพื่อนรักของเขาจากหายนะที่บังเกิดกับงาน
แต่เมื่อชีวิตที่ไม่เหมือนคนปกติของเขาดำเนินไป ทิมพบว่าพรสวรรค์ของเขาไม่อาจช่วยเขาจากความโศกเศร้าและชีวิตที่มีขึ้นมีลงที่ส่งผลต่อหลายครอบครัวในทุกหนทุกแห่งได้ มีข้อจำกัดหลายอย่างที่แม้แต่การเดินทางข้ามกาลเวลาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ และบางครั้งมันยังกลายเป็นเรื่องอันตรายด้วยซ้ำ
หลังจากที่ภรรยาเขาท้อง เมื่อเขาย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรบางอย่างก็ทำให้ลูกของเขาเปลี่ยนไปเป็นอีกคน ทำให้เขาได้รู้ถ้ามีชีวิตใหม่เกิดขึ้น เขาจะไม่สามารถย้อนเวลาได้
เขาก็ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ จนพ่อของเขาย้อนเวลากลับมาเพื่อบอกลาเขา เพราะพ่อของเขาใกล้เสียชีวิตแล้ว ทำให้ทั้งคู่ก็ย้อนเวลากลับมาหากันบ่อย ๆ จนวันหนึ่ง ภรรยาของทิมตัดสินใจจะมีลูกเพิ่ม ทำให้ทิมไม่สามารถย้อนเวลากลับไปหาพ่อของเขาได้อีกแล้ว เขากับพ่อเลยเลือกที่จะกลับไปในช่วงที่เขาเที่ยวทะเลด้วยกัน ที่ที่เป็นความทรงจำที่ดีของทั้งคู่
แล้วทิมก็ได้เรียนรู้จากพ่อของเขาว่าการใช้ชีวิตให้คุ้มค่าจริง ๆ อาจไม่ต้องพึ่งพลังอะไรเลย แค่เรายินดีไปกับทุก ๆ วันและมองเห็นความสวยงามในทุกวัน ทุกช่วงในชีวิตเราก็มีความสุขได้แล้ว
สำหรับพริ้มแล้ว พริ้มชอบตอนที่ทิมอกหักครั้งแรกมากเลยค่ะ เพราะตอนดูก็ลุ้นให้สมหวังด้วยพลังวิเศษ แต่สุดท้ายพลังวิเศษก็ไม่ช่วยอะไรจริง ๆ ค่ะ
1
และฉากที่ทำให้พริ้มรักเรื่องนี้มากที่สุดก็คือฉากที่ทิมกับพ่อคุยกันว่าถ้าเราย้อนเวลามาเจอกันไม่ได้อีก จะทำยังไงดี ตอนนั้นคือน้ำตาท่วมจอเลยค่ะ สุดท้ายพ่อของทิมกับทิมก็ตัดสินใจย้อนเวลาไปเดินเล่นกันที่ชายหาดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พ่อเขาจะเสียชีวิต
1
พริ้มชอบมากที่สุดท้ายแล้ว คุณค่าของการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่พลังวิเศษ แต่อยู่ที่เราใช้ชีวิตยังไงให้มีความสุขต่างหากค่ะ
ขอแอบบอกนิดนึงนะคะว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พริ้มไม่กล้าดูซ้ำเพราะกลัวน้ำตาแตกค่ะ แต่น่าแปลกที่พริ้มกลับจำรายละเอียดภายในเรื่องได้เป็นอย่างดีค่ะ จนกลับมาดูซ้ำอีกทีก็ยังร้องไห้อีกทีค่ะ
สำหรับช่วงที่ 3 จะเป็นการเล่าประสบการณ์จริงของตัวพริ้มเองนะคะ
สำหรับเรื่อง ABOUT TIME จำได้เลยว่าหนังเรื่องนี้พี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องชวนไปดูค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นเพิ่งเริ่มขึ้นมัธยม เวลามีปัญหาเรื่องความรักก็ไม่กล้าปรึกษาใคร ก็จะไปปรึกษาพี่สาว จนมีครั้งที่ปรึกษาเรื่องความรัก จนพี่สาวบอกให้ลองดูเรื่องนี้ มันดีมาก ก็เลยได้นั่งดู พอดูจบก็เลยได้ปลดล็อกอะไรในใจหลายอย่างเลย
อย่างแรกคือเมื่อตอนเด็กรู้สึกว่าหนังมันก็คือหนัง ไม่มีอะไรมาก ดูพอผ่อนคลายสนุกแล้วก็จบ แต่พอดู ABOUT TIME จบ ความรู้สึกมันต่างออกไป ได้กลับมาคิดว่าหรือจริง ๆ แล้วหนังไม่ได้แค่ทำให้เราสนุก แต่ทำให้เราเปลี่ยนความคิด และมุมมองใหม่ ๆ ที่กว้างขึ้น เหมือนเปิดโลกใบใหม่ ซึ่งสำหรับเด็กม.1 คนนั้นมันคือโลกใบใหม่จริง ๆ
อย่างที่ 2 คือทำให้เราเลิกอกหัก ทำให้อาการอกหัก ความเจ็บปวดทรมานที่อกหัก เศร้ามาหลายเดือนหายเป็นปลิดทิ้ง (คือสำหรับเด็กเพิ่งเข้าวัยรุ่น รู้จักความรักครั้งแรก แล้วดันมาอกหักนี่เจ็บมากค่ะ)
อย่างที่ 3 คือทำให้เราเข้าใจความรักมากยิ่งขึ้น จากเด็กน้อยที่งอแงเรื่องความรัก กลายเป็นคนที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดกับการอกหักอีกเลย พร้อมจะอกหักไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอคนที่ทำให้เราไม่ต้องอกหักอีกแล้ว ฟังดูเวอร์นะคะ แต่หลังจากอกหักเป็นหลายเดือนครั้งนั้น ก็ไม่เคยอกหักนานขนาดนั้นอีกเลย เจ็บไม่มาก และก็ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็หายแล้ว
แต่สิ่งที่ไม่รู้ว่าแย่หรือดีคือ ถ้าเกิดพูดถึงหนังเรื่องนี้ทีไร จะคิดถึงพี่คนนั้น คนที่ทำให้เราอกหักครั้งแรกทุกทีเลยค่ะ ตอนแรก ๆ ก็เจ็บนะคะ แต่ตอนนี้ขำค่ะ อยากบันทึกเก็บไว้เหมือนกันว่า ครั้งนึงเราเคยชอบคนนึงมากขนาดนี้ได้ยังไง ใครมีประสบการณ์แบบนี้มาแชร์กันได้เลยนะคะ
จะเล่าแล้วก็รู้สึกเขินนะคะ พี่คนนั้นขอใช้นามสมมติว่าพี่แบงค์แล้วกันค่ะ
เราได้เจอกันครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยมค่ะ ตอนนั้นเพิ่งสอบติดโรงเรียนนั้น แล้วก็ได้ไปร่วมกิจกรรมเป็นนักเรียนใหม่ ได้เจอพี่เขายืนพูดอยู่บนเวที พี่เขาพูดสนุกท่าทางมั่นใจ ดูใจดีแต่ก็ดูสุขุม ตอนนั้นรู้สึกว่าทำไมพี่เขาเท่ขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้จักอะไร ก็ร่วมกิจกรรมไปเรื่อย ๆ แบบแอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ ค่ะ
หลังจากที่ร่วมกิจกรรมจนจบก็เกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นก็คือรู้สึกคิดถึงพี่เขาตลอด อยากไปทำกิจกรรม อยากไปเจอพี่เขา นิดเดียวก็ยังดีอะไรแบบนี้ พอได้ยินชื่อพี่เขาเวลาเพื่อน ๆ คุยกัน ก็จะสนใจเป็นพิเศษ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไรแต่รู้สึกดีมาก ๆ ค่ะ
หลังจากนั้นพี่แบงค์ก็เป็นหัวข้อที่เพื่อน ๆ จะพูดคุยเสมอเพราะพี่เขาเป็นหัวหน้าระดับชั้น ทำกิจกรรมเยอะ เรียกได้ว่าฮอตมาก เพื่อน ๆ ก็สืบตามหาเฟซกันเจอ แต่เราไม่ได้สนิทพอก็เลยไม่กล้าขอเฟซพี่แบงค์จากเพื่อน ได้แต่เก็บความเซ็งไว้ในใจ และก็คิดว่าเรากับพี่แบงค์ไม่มีทางรู้จักกันค่ะ
จนสุดท้ายไม่รู้ว่าวิญญาณนักสืบเข้าสิงหรือโชคช่วย เราค้นเฟซบุ๊คไปเรื่อย ๆ ก็เจอเฟซที่มีรูปพี่แบงค์บนหน้าปกค่ะ คือเราไม่รู้จักชื่อนามสกุลของพี่เขาจำได้แค่หน้ากับชื่อเล่น พอได้เจอตอนนั้นดีใจมือสั่นเลยค่ะ ทำใจเป็นสัปดาห์กว่าจะกล้ากดแอดไป
ปรากฎว่าพี่เขารับแอดเราก็ได้คุยกันนิดหน่อย แต่หัวใจเราพองโตมากค่ะ หลังจากวันนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อย ๆ เราก็ไปแอบดักเจอพี่แบงค์หน้าห้อง โดยทำเป็นบังเอิญเจอกัน แอบดูจากตารางเรียนของพี่เขาเพราะมีสายสืบไปสืบมาได้ค่ะ 555555
แต่พอคุยกันจนถึงจุดหนึ่ง ก็เป็นเราเองที่ทนไม่ไหวอยากจะถามว่าพี่มีแฟนรึยัง อยากจะบอกความรู้สึกว่าเราชอบพี่เขาขนาดไหน แต่พอเรามีสติลองสืบดูก็ได้รู้ว่าพี่เขาก็คุยแบบนี้กับรุ่นน้องอีกหลายคน คุยอารมณ์พี่น้องกันค่ะ แถมสืบไปจนได้รู้ว่าพี่เขากำลังจีบผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนในห้องเขาเองอีกด้วย
พอเจอความจริงเข้ามากระแทกหน้าว่าพี่เขาไม่ได้ชอบเราเลยสักนิด ที่คุยกับเราก็ไม่มีอะไร แค่พี่น้อง และกำลังจีบผู้หญิงคนอื่นอยู่ เรียกได้ว่าอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้รักเลย
ช่วงนั้นก็คือเปิดเพลงอกมีไว้หักของพี่เบิร์ด ธงไชยซ้ำไปซ้ำมา จนถึงท่อน "อกมีเอาไว้หัก มีรักก็ต้องมีทิ้ง ถ้าจะทิ้งต้องรักกันก่อน จริงมั้ย"
น้ำตานี่ไหลเป็นทางเลย ตะโกนตอบว่าไม่จริง นี่อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้รักเลย อนาถตัวเองมากค่ะ 555555
1
ในหัวก็คิดแต่ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะแก้ไขอะไรบ้าง เพื่อให้ความรักของเราไม่ต้องจบแบบนี้ คิดแต่ว่ามันต้องมีซักทางที่เป็นของเรา
ตอนนั้นก็อกหักไปพักใหญ่ ๆ ระบายกับพี่สาวจนได้มาดูเรื่อง ABOUT TIME ถึงยอมรับความจริงได้ว่า คนมันไม่รัก ย้อนเวลากลับไปแก้ไขยังไงก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายแล้วไม่รักก็คือไม่รัก
1
หลังจากได้สติก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ และเก็บความรักครั้งนี้เป็นความทรงจำ อย่างน้อยครั้งหนึ่งก็ได้เรียนรู้ทั้งความรักและก็อกหักไปพร้อม ๆ กัน เป็นความทรงจำที่มีค่า หยดน้ำตาในวันนั้น เป็นรอยยิ้มในวันนี้ค่ะ
สำหรับตอนที่ 1 ABOUT TIME เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาวมากเลยนะคะ
หวังว่าผู้อ่านจะไม่เบื่อกันก่อน และหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อยค่ะ
ถ้าชอบบทความแนวนี้ ฝากรอติดตามบทความต่อ ๆ ไปในซีรีส์นี้ด้วยนะคะ
ฝากกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพริ้มด้วยนะคะ
#ปิดเทอม 9 วัน ดูหนัง 9 เรื่อง
#PRIMEMOTION
#เรื่องเล่าเราเขียน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
45ถูกใจ
2แชร์
29Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      Google ซุ่มทดสอบ 'Apprentice Bard' Chatbot ตัวใหม่ หวังสู้ ChatGPT Google กำลังทดสอบการใช้งาน Apprentice Bard เครื่องมือ Chat ถามตอบ คล้ายของ ChatGPT พร้อมพ่วงเครื่องมือ Search engine และฟีเจอร์ที่ ChatGPT ยังไม่มีเข้าไปด้วย ด้านผู้บริหารระดับสูงยังมั่นใจในจุดแข็งและการเป็นผู้บุกเบิกด้าน AI ของบริษัท
      ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากเราก้าวตามโลกไปไม่ทัน สุดท้ายก็อาจถูกทิ้งให้เป็นผู้ตาม หรือโดนดิสรับไปในที่สุด
      Lisa BLACKPINKกลายเป็นเจ้าของวิลล่าหรูย่านซองบุกดง ที่มีมูลค่าสูงถึง7,500ล้านวอน เป็นอีกหนึ่งข่าวดี ๆ เกี่ยวกับ ลิซ่า ที่ไม่สามารถปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้จริง ๆ
      เมื่อ จีฮโย Twice ต้องรอคิวกว่า 1.30 ชั่วโมง เพื่อกินไข่เจียวปูร้านดังในไทยแลนด์ หลังจากที่เธอกินแล้วเธอก็ถึงกับจบการรีวิวแบบเร็ว ๆ และทิ้งท้ายว่า
      ดูทั้งหมด