โพสต์

โรคลายม์ Lyme disease
ไม่นานมานี้เองนักท่องเที่ยวไทยที่กลับมาจากตุรกีได้ 17 วัน แล้วมีอาการไข้ โคม่า ชัก ซึ่งตอนหลังได้พบว่าป่วยด้วยโรคลายม์ (Lyme) นับว่าเป็นผู้ป่วยรายแรกๆในไทยเลย วันนี้หมอจึงอยากมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากโรคนี้ไม่มีในประเทศไทย ดังนั้นหลาย ๆ คนคงไม่รู้จักโรคนี้มาก่อนคะ
Ref: www.housing.wisc.edu
โรคลายม์ (Lyme disease) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Borrelia burgdorferi ซึ่งคนติดโรคนี้จากการถูกเห็บกัด
lyme โรคนี้พบได้ใน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยมีรายงานมากใน รัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา (Northeastern and north-central) และยุโรป ได้แก่ ประเทศ ออสเตรีย เอสโตเนีย ลิทัวเนีย เนเธอร์แลนด์ สโลวีเนีย กิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะถูกเห็บกัดและสัมผัสโรคนี้ ได้แก่ การเข้าป่า เช่นไปเดินป่า ตั้งแคมป์ ทำสวน เห็บจะแพร่เชื้อหลังจากเกาะบนร่างกายของคน 36-48 ชม.
Ref: www.startstemcells.com
อาการของโรคจะแสดงใน1-4 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ อาการเริ่มต้นได้แก่ มีผื่นวงสีแดงบริเวณที่เห็บกัดซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของโรคนี้ ( Erythema migrans) ไข้ ปวดเมื่อยตัว ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต ต่อมาอาจมีอาการทางระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบประสาท เช่น หน้าเบี้ยว อ่อนแรง ปลายมือปลายเท้าชาหรือเจ็บแปลบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ ความจำถดถอย วงจรการนอนผิดปกติ ระบบหัวใจ ได้แก่ การเต้นของหัวใจผิดปกติ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ปวดข้อ ข้ออักเสบ
โรคนี้รักษาได้โดยให้ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งต้องให้นาน 10-28 วัน ขึ้นกับอาการแสดงและระยะของโรค
การป้องกัน ทำได้โดยป้องกันไม่ให้เห็บกัด ได้แก่
1. สวมเสื้อแขนยาว ขายาว คลุมผิวหนังเพื่อป้องกันไม่ให้เห็บกัด
2.ใช้ยากันยุงและแมลงที่มีส่วนผสมของ DEET ซึ่งจะช่วยป้องกันเห็บได้
3.หลังจากกลับมาจากป่า ให้รีบถอดเสื้อผ้าสำรวจร่างกายว่ามีเห็บเกาะหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้แหนบดึงออกโดยจับที่หัวหรือปากของหมัดให้ใกล้ผิวหนังที่สุดแล้วดึงขึ้นในแนวตรง
Ref: www.orthomaryland.net
ดังนั้นก่อนจะเดินทางนอกจากวางแผนท่องเที่ยวแล้วอย่าลืมเตรียมตัวด้านสุขภาพกันด้วยนะคะ โดยศึกษาว่าที่ที่เราจะไปมีโรคอะไรที่ต้องระวังบ้าง และกลับมาหากป่วยให้แจ้งแพทย์ด้วยนะคะว่าเรามีประวัติเดินทางไปไหนมาบ้าง
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้