4 ก.ย. 2020 เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สรุปการบรรยายหัวข้อ "อย่าหลอกให้อยาก แล้วจากไป ตลาดหุ้นสหรัฐฮึกเหิมสุดๆ จะมีอะไรมาดึงลงได้บ้าง ขณะที่ SET Index เซื่องซึมมานาน เดือน กันยายน ควรทำอย่างไรดี" โดยอ.ปิง ประกิต สิริวัฒนเกตุ วันที่ 1/9/63 โดย Csi Society
- ตอนนี้การลงทุนภาคเอกชนไม่เกิดขึ้น เงินยังไม่มีการหมุนไปที่ต่างๆอย่างทั่วถึง แต่กระจุกไปที่ตลาดหุ้นซึ่งคาดว่าจะทำผลตอบแทนได้ดีกว่า
- เงินส่วนใหญ่ตอนนี้มุ่งหน้าไปสู่ตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งทำ all time high ไปหมดแล้ว PE สูงมาก
- การที่ตลาดหุ้นยังไปได้ต่อ เนื่องจากการที่มี QE policy จาก FED ซึ่งทำให้สภาพคล่องสูงมากและตลาดฟื้น แต่สถานการณ์โควิตและเศรษฐกิจยังไม่ดี ทำให้ไม่รู้ว่า bubble จะแตกเมื่อไหร่
- ตอนนี้เราจนลงเพราะ M2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่าตัว FED ก็ปรับ balance sheet ให้สูงขึ้นอีก ทำให้การถือเงินสดอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ต้องลงทุนในหุ้นด้วยแต่ก็ต้องระมัดระวังเพราะว่า bubble จะแตกตอนไหนก็ไม่รู้
- Powell บอก Fed จะปรับวิธีการกำหนดเป้าหมายงินเฟ้อเป็นค่าเฉลี่ย โดยหลังจากนี้จะเกิดการกดดอกเบี้ยขึ้นมา ในอนาคตอาจจะเกิด hyperinflation มากๆในอีก 2-3ปี
-ติดตามการคาดการณ์เงินเฟ้อของ FED ในช่วงปลายเดือนกันายานอีกครั้ง
 
-2-10 spread พุ่งขึ้นต่อเนื่อง bond yield ระยะยาวดีกว่าระยะสั้น ทำให้ตอกย้ำว่าไม่ควรถือเงินสดอย่างเดียว
-ตามสมการ MV1 = P1T
โดย M = ปริมาณเงิน Vt = transaction velocity of money Pt = ดัชนีราคาของสินค้าที่ซื้อขาย T= ปริมาณธุรกรรม
- เงินท่วมแต่ไม่หมุน เงินไม่ได้ไปที่ผู้ผลิตเพราะไม่อยากเสี่ยง ทำให้เงินไปที่อื่น ซึ่งก็คือเข้าไปเก็งกำไรที่ตลาดหุ้น ราคาเลยพุ่ง
- ตลาดทุนยังน่าสนใจกว่าพันธบัตร
- ตอนนี้เงินเฟ้อในไทยปรับตัวสูงขึ้น ราคาสินค้าสูงขึ้นร่วมกับมีภาวะเงินฝืด เกิด stagflation ซึ่งกนง.ไม่น่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงได้ง่ายๆ
-10 year bond yield ในไทยปรับตัวสูงขึ้น หุ้นในกลุ่มแบงค์ตอนนี้ราคาต่ำลงมาก ทำให้น่าสนใจแต่ยังกังวลเรื่อง NPL อยู่เพราะหลังจากเดือนกันยายน มาตรการการพักชำระหนี้จะสิ้นสุด อาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างลูกหนี้หลังจากนี้ อาจจะทำให้ NPL ไม่รุนแรงมาก จึงทำให้ valuation ของหุ้นกลุ่มแบงค์ตอนนี้ต่ำกว่าราคามาก P/BV อยู่ในช่วง 0.5เท่า ซึ่งคุ้มค่ามากถ้าจะเก็บระยะยาวเพื่อเอาปันผล และคาดว่าไตรมาส 4 จะดีขึ้นจากมาตรการ Travel bubble ที่จะเริ่มให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา
สรุป
- การที่ FED เปิดไฟเขียวเรื่องการอัดสภาพคล่อง ทำให้ตลาดทุนมีความน่าสนใจมากกว่าพันธบัตร ซึ่งเห็นได้จากตลาดหุ้นสหรัฐปรับสูงขึ้นจนทำจุดสูงสุดใหม่
- ภาพระยะกลางถึงยาวของตลาดหุ้นยังไงก็ขึ้น แต่ช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงเก็งกำไรสูงและมีโอกาสปรับตัวลดลงก่อนในช่วงเดือนกันยายน
- ตลาดหุ้นไทยตอนนี้มี downside อยู่ที่ 1270 จุดซึ่งเป็นโอกาสสะสมหุ้นใหญ่มากกว่าหุ้นกลางกับหุ้นเล็ก
ขอขอบคุณคลิปการบรรยากจากเพจ Csi Society ครับ
สามารถชมคลิปการบรรยายตอนอื่นๆได้จาก https://www.blockdit.com/series/5f3612cd3aca810caa8ea31f
โฆษณา