ข้อคิดเกี่ยวกับรายการเล่าปัญหาชีวิตแล้วแจกเงิน !!
เห็นกระแสดราม่าเกี่ยวกับคุณปัญญามาหลายวัน โดยเรื่องของเรื่องมันมาจากช็อตที่คุณปัญญาถามน้องแขกผู้ร่วมรายการในรายการปัญญาปันสุข ที่ทำให้ชาวเน็ต และสังคมไม่พอใจ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ครั้งใหญ่บน Twitter, Facebook รวมไปถึงใน Youtube (ถึงขั้นจะบอยคอตช่อง Workpoint กันเลย)
ผมมาคิดๆดูก็รู้สึกว่ารายการเล่าปัญหาชีวิต รายการที่เชิญคนมาปรับทุกข์ มาเล่าความอดสู ความลำบากในชีวิตแข่งกัน เพื่อให้คนดูสงสาร ให้สปอนเซอร์ในรายการรู้สึกอยากบริจาคเงินให้อะไรทำนองนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีในระยะยาว หรือจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงไหม?
คือ ในแง่หนึ่งรายการลักษณะนี้มันก็ดีนะครับ ที่มีใจอยากจะช่วยเหลือคน เอาเงินมาเตรียมไว้เป็นก้อนๆ แล้วชวนคนจน คนยากไร้ให้สมัครเข้ามาร่วมกิจกรรมสนุกๆ เล่นเกมโชว์ หรือไม่ก็มาเล่าถึงความทุกข์ยากของตนเอง ว่าชีวิตลำบากลำเค็ญกันมากน้อยแค่ไหน แลกกับเงินก้อนหนึ่ง
1
แต่ถามว่าในทางปฏิบัติแล้วมันดีจริงๆหรือ? ผมคิดไม่ตกจริงๆว่ามันดีในระยะยาวยังไง มันเหมือนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากจนเกินไป จนชวนให้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยยั่งยืนนัก แบบว่าแจกเงินให้แก่ผู้ที่เล่าเรื่องบีบน้ำตาให้คนดูได้มากที่สุดอะไรทำนองนี้ รายการแบบนี้มีมาเป็น 10 ๆ ปี สมัยก่อนก็มีรายการประเภท ปลดหนี้ช่วงบ่ายวันเสาร์ หรืออะไรทำนองนี้ อีกหลายรายการเช้าบ้าง บ่ายบ้าง
ที่จะให้คนจน คนยากไร้ มาออกรายการเล่นเกมโชว์ ทำกิจกรรมต่างๆ วิ่งไปวิ่งมา เพื่อที่จะชิงเงินรางวัล พอถึงฉากที่ผู้ร่วมรายการออกมาจับไมค์เล่าปัญหาชีวิต ก็จะมีการเปิดเสียงดนตรีเศร้าๆประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศของความดราม่า ชวนให้คนรุ้สึกสงสาร
เมื่อก่อนดูๆไปแล้วก็รู้สึกว่าเขาดูช่วยเหลือคนดีนะรายการแบบนี้ แต่นานๆเข้ามันก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่ภาพใหญ่ภาพรวมอยู่ดี สังคมไม่ได้ดีขึ้น เพราะมีรายการประเภทเล่าปัญหาชีวิตเพื่อแลกกับการแจกเงิน เอาคนจน คนอาภัพมาออกรายการ เพื่อให้ดูน่าสงสารแล้วก็แจกเงินก้อน
ถามว่ามันดีไหม? ก็ดีแหละ แต่คนที่เดือดร้อนมันมีแค่นั้นหรือเปล่า ก็ไม่ใช่อีก คนเดือดร้อนมีเยอะแยะ และมีอีกเยอะมากที่เข้าไม่ถึงโอกาสอะไรพวกนี้ บางบ้านไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุ ติดหนี้ ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเหมือนเดิม เทียบกันแล้วก็คล้ายๆกรณีคุณตูนที่วิ่งรับบริจาคให้โรงพยาบาลนั้นแหละ มันก็ได้แค่ไม่กี่โรงพยาบาล
แล้วโรงพยาบาลที่ลำบาก และทรัพยากรถูกกระจายไปไม่ถึงนั้น ก็ยังเหมือนเดิมอยู่ อย่างไรก็อย่างนั้น ต้องมีรายการเล่าปัญหาชีวิตอีกสักกี่รายการ ต้องมีคุณตูนวิ่งไปอีกสักกี่ครั้ง ถึงจะทำให้ปัญหาเหล่านี้มันทุเลาลง? คำตอบคือ เป็นไปไม่ได้ครับในระยะยาว ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่ดีอยู่แล้ว
สร้างวัฒนธรรมที่ไม่ดี ของแบบนี้มันต้องช่วยกันหลายๆภาคส่วน ภาครัฐต้องเข้ามามากขึ้น ผมชื่นชมพวกโครงการที่รัฐบาลทำร่วมกับกรุงไทยนะ ที่จะดึงคนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น มีการพยายามจะเข้าถึงคนทีมีรายได้พอจะเสียภาษีมากขึ้น จะได้นำภาษีเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนา หรือดูแลจัดสรรให้ถึงส่วนทีมีความต้องการได้มากขึ้น
รายการแบบนี้มีบ้างก็ดี แต่อย่ามีเยอะ มันจะสร้างสำนึกความเข้าใจผิดๆว่าเดี๋ยวก็มีคนออกมาทำรายการแบบนี้ เดี๋ยวก็มีคนออกมาคอยบริจาคให้ ภาคส่วนอื่นไม่ต้องทำอะไร หรือปล่อยให้เป็นหน้าที่รายการแบบนี้ก็ได้ สุดท้ายมันก็ส่งผลเสียต่อในระยะยาวอยู่ดี เพราะเราไม่ได้เข้าไปแตะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยตรง
    จ.อ.ศักดิ์ศรี แดนสีแก้ว
    ขยัน..ประหยัด..อดทน