30 ม.ค. เวลา 04:41 • ข่าว
Airbus A220 "ลูกบุญธรรม"
ที่กำลังจะสร้างตำนานบทใหม่
ถ้าเอ่ยชื่อ Airbus A220-100,-200
หลายคนคงสงสัยว่าเครื่องบินรุ่นนี้
มาจากไหน? เพราะลูกๆในตระกูล Narrow Body ของ Airbus ที่เป็นที่นิยม ก็จะเป็นรหัสรุ่นยอดนิยมที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 เช่น Airbus A318,319,320,321
-จุดกำเนิด Airbus A220
ที่มาของแอร์บัสเอ 220 ไม่ธรรมดาครับ
เพราะมันไม่ใช่ลูกในสายเลือดของแอร์บัสมันเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาเครื่องบินของบริษัท Bombardier Aerospace ด้วยชื่อเริ่มต้นโครงการ Bombardier CSeries
-วัสดุและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
เครื่องบินสัญชาติแคนาดาเครื่องนี้น่าสนใจครับ ลำตัวใช้วัสดุ aluminium-lithium  ทำให้น้ำหนักเบา รวมกับขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ Pratt & Whitney PW1000G ทำให้เครื่องบินรุ่นนี้มีอัตราการ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องบินในแบบรุ่นขนาดเดียวกันถึง 20 % พร้อมกับอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ต่ำลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน
-จำนวนเก้าอี้และระยะบินไกล
สำหรับจำนวนผู้โดยสารสำหรับรหัสรุ่น 100
จัดวางเก้าอี้ได้ 100-120 ที่นั่ง รหัสรุ่น 200
จัดวางเก้าอี้ได้ 120-150 ที่นั่ง กับพิสัยบินไกลได้ถึงประมาณ 6,300 กิโลเมตร!!
ถือว่าสุดยอดมากๆ
- ความเย้ายวนใจที่แอร์บัสต้องหันมามอง
โดยประสิทธิภาพดังกล่าว
บริษัทแอร์บัสจึงสนใจเข้าร่วมทุนกับ Bombardier Aerospace ในลักษณะการร่วมทุนสัดส่วนประมาณ 50% ก่อนในปีที่แล้ว แอร์บัสจะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนถึง 75 เปอร์เซ็นต์ หลังจากเปลี่ยนมาใช้ชื่อ
"แอร์บัส A220" อย่างเต็มรูปแบบในปี 2018
- หรือนี่คือเครื่องบินที่โลกต้องการ
หลังจบการระบาดของ covid-19?
การกลับมาเดินทางอีกครั้งหลังจากการระบาดจบสิ้น น่าจะเริ่มต้นที่จำนวนผู้โดยสารที่ไม่มากนักเน้นการเดินทางที่คล่องตัว
เดินทางจากจุดหนึ่งจุดหนึ่งโดยไม่ต้องแวะพักใช้เครื่องบินขนาดเล็กที่ลงจอดที่สนามบินแห่งใดก็ได้ โดยโจทย์ของ Airline ที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากภาวะขาดทุนคือต้องเป็นเครื่องบินที่ประหยัดน้ำมันแบบสุดๆ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
นี่เองจะเป็นทางเลือกที่หลายสายการบินให้ความสนใจอาจเรียกว่าเป็น "Perfect Post Pandemic Plane" เลยทีเดียว
ด้วยตัวเลขยอดจองแล้วกว่า 600 ลำ ทำให้เครื่องบินลูกบุญธรรมลำนี้เป็นที่น่าสนใจและน่าจับตามอง
Airbus A220 "ลูกบุญธรรมของแอร์บัส"
ที่กำลังจะสร้างตำนานครั้งใหม่
กัปตันหมี
ข้อคิดบรรทัดสุดท้าย by captain mhee
"จุดกำเนิดอาจไม่สำคัญ
เท่ากับตัวคุณนั้น
สร้างการเปลี่ยนแปลง
ได้มากเพียงใด.."
Photo: Airbus