15 ก.พ. เวลา 00:06 • ธุรกิจ
ผ่านวาเลนไทน์มาแล้ว ยังไหวกันใช่มั้ย ใครที่ยังโสดอยู่ตอนนี้ผมว่านี่อาจจะเป็นเมกะเทรนด์เลยนะ อีกอย่างเป็นโสดก็ไม่ได้หมายความว่าเรารักไม่เป็นซักหน่อย อย่างน้อยๆ เราก็ยังรักงาน โยนงานมาอีกได้เลยลูกเพ่ เฮ่ !
สองสามวันนี่ผมหมุกมุ่นอยู่เรื่องนึง แน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับตรุษจีนและวาเลนไทน์ แต่ไปขลุกตัวอยู่ใน ClubHouse กระโดดไปมา เข้าห้องนี้เปลี่ยนไปห้องนั้น ก่อนหน้านี้ผมมีแวบรู้สึกอย่างนึงขึ้นมาว่า ปีที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้มีเวลาเข้าห้องเรียนในฐานะคนเรียนหรือคนฟังเท่าไหร่เลย โหยหาฟีลลิ่งแบบนั้นอยู่พอสมควร เลยเผลอสนุกไปซะหน่อย เหมือนได้กลับไปงาน Conference ใหญ่ ๆ ที่มีแนวคิด มีประสบการณ์มาเปิดโลกของเราเพิ่มขึ้นไปอีก
แต่ครับแต่ การเอาตัวไปสิงอยู่ในนั้นวันละหลายชั่วโมง จนดึกดื่นก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะงานก็ยังต้องปั่น ความสัมพันธ์ทั้งหลายรอบตัวก็ยังต้องดูแล รู้สึกหน่วง ๆ อารมณ์อยู่ไม่น้อย เหมือนเด็กที่ไม่ได้เล่นของเล่นที่เพิ่งได้มาใหม่ ๆ
บ้าบอเหมือนกันแฮะ
ทีนี้ก็เลยนึกไปถึงเรื่องที่หลายคนถาม ๆ กันมา ช่วงนี้ทำงานกันหนักจนสึกว่า Work Life Balance ของเรามันพัง ๆ ไปแล้ว จะจัดการปัญหายังไงดี
ผมเองก็พัง ๆ อยู่เหมือนกันนะช่วงนี้
1
Work Hard คือสิ่งที่หลายคนเจอกันอยู่ จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายในสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องลองตีความกันดู แน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อ Work Life Balance ของเราแน่ ๆ และตัวช่วยของเราก็คือ ปรับกระบวนการ วิธีการทำงานของเราให้ Work Smart ขึ้น ซึ่งถ้าทำได้ เราก็น่าจะได้ Work Life Balance ของเราคืนมา
ยกเว้นแต่ว่า พอเราทำงานได้ดีขึ้น ใช้เวลาน้อยลง หัวหน้าเห็นว่าเราว่างแล้วเอางานมาอัดเพิ่มให้อีก อันนี้ก็อีกเรื่อง ผ่าม พาม !
Work Smart เริ่มต้นจากการบริหารเวลาให้เป็น และการบริหารเวลาให้เป็นคือการที่เราต้องเอาเวลาไปใช้ให้ถูกกับเรื่องที่ควรจะทำ
ผมไม่ควรจะบ่นว่าผมทำงานไม่ทัน ไม่มีเวลา Work Life Balance ไม่มีเลย ถ้าผมยังมีเวลาไปเข้า Clubhouse ได้ทั้งวัน และผมไม่ควรจะหงุดหงิดด้วย เวลาที่คนรอบตัวมาบ่นว่าผมไม่มีเวลาให้ไคร ถ้าผมยังมีเวลาไปวิ่งที่สวนรถไฟได้
จริง ๆ เวลาเรามี แต่เราให้ความสำคัญกับเรื่องรอบตัวไม่เท่ากัน เพราะฉนั้นก็ต้องบริหารให้ถูกว่าควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร
แล้วสำหรับใครที่บอกว่า โหย งานโคตรเยอะเลยว่ะพี่ นั้นก็ต้องทำ นี่ก็ต้องดู เวลาผมก็มีอยู่แค่เนี้ย
ลองคิดให้ดีว่า งานที่มีทั้งหมดเนี่ย ต้องเป็นเราเท่านั้นรึเปล่าที่ต้องทำ หรือจริง ๆ แล้วเราให้คนอื่นทำก็ได้ แต่เราหวงงานไว้ กลัวว่างานที่ให้คนอื่นทำ ผลออกมาจะไม่ดีเท่าที่เราทำ คำถามที่น่าสนใจคือ จำเป็นต้องดีเท่าที่เราทำมั้ย แล้วเราให้เค้าได้ลองทำแล้วหรือยัง
และอีกวิธีบริหารเวลาสำหรับคนใจอ่อนคือ ต้องรู้จักปฏิเสธบ้าง อย่ารับงานทุกอย่างมาจนเกินตัว ไม่ได้บอกว่าให้เห็นแก่ตัวหรือไม่ช่วยเหลือคนอื่น แต่เราต้องประเมินตัวเราเองให้เป็นด้วยเช่นกัน
ฝากร้านกันหน่อย คืนนี้ 3 ทุ่ม ผมเปิดห้องใน Clubhouse คุยเรื่อง Burn Out ตามเข้ามาแชร์ไอเดียกันได้นะครับ
ไปล่ะ งานเย้ออออออออออออออ
#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #HR20201
tua the greatful
สมัครยังไงครับ ผมรอสองวันแล้วไม่ได้เลยครับ