15 ก.พ. 2021 เวลา 09:48 • สุขภาพ
ลูกหม่อน ทางเลือกใหม่ในการป้องกันการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง
วิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมกินอาหารที่มีไขมันสูงและขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้ร่างกายเกิดการสะสมของไขมันและเพิ่มระดับของคลอเลสเตอรอล (cholesterol) ในกระแสเลือด ซึ่งก่อให้เกิดภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และโรคต่างๆ ตามมา เช่น ความดันสูง (Hypertension) หลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary heart disease) และ ภาวะไขมันพอกตับ (nonalcoholic fatty liver disease: NAFLD) เป็นต้น
ไขมันไปที่ไหนในร่างกายบ้าง?
ในสภาวะปกติเมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันเข้าไป ไขมันเหล่านั้นจะถูกย่อยที่บริเวณลำไส้เล็กโดยการทำงานของเอนไซม์ pancreatic lipase ที่หลั่งโดยตับอ่อนได้เป็น glycerol, monoglyceride, diglyceride และ free fatty acid จากนั้นไขมันเหล่านี้จะรวมเข้ากับเกลือน้ำดี (bile salt) ได้เป็น micelle เพื่อผ่านผนังลำไส้เข้าสู่เซลล์ enterocyte โดยในเซลล์นี้จะทำการรวม glycerol, monoglyceride, diglyceride และ free fatty กลับเป็น triglyceride อีกครั้ง ส่วน cholesterol จะถูก esterify เป็น cholesterol ester แล้วนำไปรวมกับ triglyceride โดย microsomal triglyceride transferase protein (MTP) ได้เป็น chylomicron และขนส่งไปยังตับและอวัยวะอื่น ๆ ผ่านทางระบบน้ำเหลือง เรียกกระบวนการขนส่งนี้ว่า exogenous pathway เมื่อ chylomicron ไปถึงที่ตับ
Triglyceride ในตับนั้นจะถูกส่งจากตับไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยระบบไหลเวียนเลือด โดย Triglyceride ในตับนั้นเป็น Triglyceride ที่ได้จากทั้งกระบวนการขนส่งจาก chylomicron และกระบวนการ De novo lipogenesis โดยกระบวนการ De novo lipogenesis คือกระบวนการที่เปลี่ยนน้ำตาลเป็น Triglyceride เพื่อเก็บสะสมโดยกระบวนการนี้ เกิดขึ้นทั้งในเนื้อเยื่อไขมัน และตับ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีระดับ glucose และ Insulin ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น โดยกระบวนการ De novo lipogenesis นั้นเริ่มจากกระบวนการ ไกลโคไลซิส (Glycolysis) ซึ่งเป็นการสลาย Glucose ได้เป็นกรดไพรูเวท (Pyruvate) โดยในกระบวนการ Glucose 1 โมเลกุลจะถูกเปลี่ยนเป็น fructose diphosphate ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Glyceraldehyde 3-phosphate (PGAL) 2 โมเลกุล และสุดท้ายได้เป็น Pyruvate 2 โมเลกุลซึ่ง Pyruvate นั้นจะถูกนำไปใช้ต่อในกระบวนการสร้าง Acetyl Coenzyme A โดยการทำงานของ Coenzyme A จากนั้น Acetyl CoA จะเกิดการ carboxylation ได้เป็น Molonyl CoA โดยการทำงานของ Acetyl CoA carboxylase จากนั้น Molonyl CoA (ACC) จะเปลี่ยนเป็น palmitoyl CoA โดยการทำงานของ Fatty acid synthase (FAS) ซึ่ง palmitoyl CoA สามารถเปลี่ยนเป็น palmitleoyl CoA ด้วยการทำงานของ เอนไซม์ Stearoyl CoA desaturase 1 (Scd1) หรืออาจเปลี่ยนเป็น stearoyl CoA ด้วยเอนไซม์ longchain elongase (Lce) ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Oleoyl CoA ด้วยการทำงานของ Stearoyl CoA desaturase 1 (Scd1) ก่อน ทั้ง Oleoyl CoA และ palmitleoyl Coenzyme A จะเปลี่ยนเป็น Triglyceride และสะสมอยู่ในรูปของ lipid droplet ภายหลัง
เนื้องจากไขมันไม่สามารถละลายในพลาสมา (plasma) ได้จึงจำเป็นต้องทำการขนส่งไขมันจากตับในรูปของ lipoprotein โดย Triglyceride เหล่านี้จะรวมเข้ากับโมเลกุลของ cholesterol ester ด้วยการทำงานของเอนไซม์ microsomal triglyceride transfer protein (MTP) ได้เป็นโมเลกุลใหม่คือ Very low density lipoprotein (VLDL) ซึ่งทำหน้าที่ขนส่ง triglyceride จากตับไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน โดยในการปลดปล่อย triglyceride จากโมเลกุลของ VLDL นั้น จำเป็นต้องอาศัยการทำงานของเอนไซม์ lipolipid lipase ที่ถูกหลั่งจากหลอดเลือดฝอย (capillary) ของอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะสลาย Triglyceride จากโมเลกุล VLDL เป็นผลทำให้ VLDL มีขนาดเล็กลงแต่ยังคงหลงเหลือ Triglyceride อยู่ เรียกโมเลกุลของ VLDL ที่เล็กลงนี้ว่า IDL โดย IDL ส่วนหนึ่งถูกนำกลับเข้าตับโดยอาศัย LDL-receptor จากนั้น cholesterol ของ IDL จะเกิดการ esterify โดย acyl-COA:cholesterol acyltransferase ทำให้ได้ cholesterol ester และเกิดการสะสมทั้ง cholesterol และ triglyceride ไว้ที่ตับ cholesterol ester อีกส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปยังถุงน้ำดี ส่วน IDL ที่ไม่ได้ถูกดูดกลับเข้าตับจะถูกสลาย Triglyceride ด้วยเอนไซม์ hepatic lipase (HGTL) ทำให้มีขนาดเล็กลงไปอีก เรียกโมเลกุลนี้ว่า Low density lipoprotein (LDL) ที่มีหน้าที่ขนส่ง cholesterol เข้าสู่อวัยวะต่างๆ ที่มี LDL receptor เช่น ตับ กล้ามเนื้อ ต่อมหมวกไต ไต และ lymphocyte เป็นต้น
เมื่ออวัยวะต่างๆ มีการสะสม cholesterol มากเกินความจำเป็น ตับจะทำการสังเคราะห์ High density lipoprotein (HDL) เพื่อรับ cholesterol จากเซลล์ของอวัยวะต่างๆ กลับสู่ตับ โดยวิธีการขนส่ง cholesterol กลับมายังตับนั้นมี 2 วิธีด้วยกันคือ
1. วิธีการโดยตรง (direct) คือ HDL จะเข้าจับกับ the scavenger receptor class B type 1 (SR-B1) ของตับและปลดปล่อย cholesterol เข้าสู่เซลล์ตับทำให้ HDL คืนสภาพเป็น apo A1 (apoprotein ที่ทำหน้าที่สร้าง HDL) และเข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง
2. วิธีทางอ้อม (indirect) คือ HDL จะแลกเปลี่ยน cholesterol กับ triglyceride ของโมเลกุล LDL โดยการทำงานของเอนไซม์ cholesterol ester transferase protein (CETP) ซึ่งโมเลกุลของ LDL จะจับกับ LDL-receptor ที่ตับในภายหลัง เรียกระบบการขนส่งนี้ว่า reverse cholesterol transport
ถ้าหากมีการรับประทานอาหารไขมันสูงไปจำนวนมากก็จะส่งผลให้เกิดการผลิต LDL ในกระแสเลือดมากขึ้นและส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น หลอดเลือดแดงแข็ง และโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
ดังนั้นจึงได้มีการใช้ยาในกลุ่ม statin เพื่อการรักษา ซึ่งยาในกลุ่ม statin นั้นสามารถยับยั้งการทำงานของ เอนไซม์ HMG-COA reductase จึงสามารถยับยั้งการสร้าง Low density lipoprotein (LDL) ได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยากลุ่ม statin นั้นมีผลข้างเคียงตามมา คือ ทำลายกล้ามเนื้อลายและตับ หรืออาจทำให้เกิดภาวะไตวายได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการรักษาทางเลือกใหม่ โดยหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจคือการใช้ผลผลิตจากธรรมชาติในการรักษา โดยหนึ่งในผลผลิตจากธรรมชาติที่ถูกใช้มาอย่างยาวนานก็คือหม่อน
หม่อน หรือ Mulberry (Morus alba L.) จัดอยู่ในวงศ์ Moraceae สกุล Morus เป็นพืชประจำถิ่นของประเทศจีน มีสรรพคุณการรักษามากมาย เช่น บำรุงสายตา รักษาเบาหวาน รักษาอาการผมหงอกก่อนวัย ลดไขมัน มีประโยชน์ต่อตับเพราะสามารถช่วยป้องกันตับจากการอักเสบ และช่วยลดความดันเลือด นอกจากนี้หม่อนยังมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย เช่น anti-cholesterol, anti-diabetes, anti-oxidant และ anti-obesity โดย Yang และคณะ รายงานถึงของฤทธิ์สารสกัดลูกหม่อนโดยสกัดด้วย 70% ethanol ในการลดการสะสมไขมันในตับของหนูแรท ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Valacchi และคณะ ที่ได้รายงานถึงฤทธิ์ในการลดการสะสมไขมันในตับของสารสกัดหม่อน ที่ประกอบไปด้วยลูกหม่อนและใบที่สกัดด้วย 70% ethanol โดยในการทดลองใช้หนูไมค์สายพันธุ์ C57BL/6 ซึ่งทำการชักนำให้เป็นภาวะอ้วน นอกจากนี้ Wilson และคณะ ยังได้รายงานถึงผลของใบหม่อนในรูปผลิตภัณฑ์ใบชาหม่อนต่อการลดระดับน้ำตาลและ cholesterol ในเลือด โดยระดับน้ำตาลในเลือดนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดกระบวนการ de novo lipogenesis ในตับ
โฆษณา