21 ก.พ. เวลา 03:30 • ความงาม
ตลาดความงาม “สำหรับผู้ชาย” ที่กำลังเติบโต น่าสนใจแค่ไหน
2
หมดยุคที่ผู้ชายไม่ดูแลตัวเองกันแล้ว
เพราะตอนนี้ ผู้ชายบางคนดูแลผิวหน้าของตัวเองยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก
รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ถูกหยิบมาใช้ ก็ไม่ใช่ของที่แย่งจากแฟนมา หรือถูกบังคับให้ใช้อีกแล้ว
เนื่องจากผู้ชายหลายๆ คน เริ่มซื้อผลิตภัณฑ์สกินแคร์เป็นของตัวเองมากขึ้น
ถือว่าเทรนด์การดูแลตัวเองของผู้ชายกำลังเป็นกระแสไม่แพ้ผู้หญิงเลย
แล้วตลาดสกินแคร์ของผู้ชายน่าจับตามองขนาดไหน? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
หลายคนคงคิดว่า การล็อกดาวน์อาจทำให้ตลาดความงามชะลอการเติบโต
อย่างแรก เพราะเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
อย่างที่สอง คือ คนไม่ออกจากบ้าน จึงไม่ต้องแต่งหน้า
และเมื่อไม่แต่งหน้า ก็ไม่ต้องซื้อเครื่องสำอางใหม่
แต่จริงๆ แล้ว การที่เราอยู่บ้านแม้ว่าจะไม่ได้แต่งหน้า ก็ยังคงดูแลตัวเองด้านอื่นๆ อยู่
ทำให้ “ตลาดสกินแคร์” ยังคงเติบโตได้อยู่
ซึ่งเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้หญิงเท่านั้น เพราะสำหรับตลาดสกินแคร์ผู้ชายเองก็เติบโตขึ้นเช่นกัน
โดยในปี 2019 ตลาดlกินแคร์ผู้ชายจะมีมูลค่าประมาณ 350,000 ล้านบาท
และมีการคาดการณ์ว่าจากปี 2020-2027 ตลาดจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.2%
1
นอกจากนั้น โมเดลธุรกิจแบบ “Subscription Boxes” หรือ การสมัครสมาชิกสินค้าแบบรายเดือน
ก็กำลังเติบโตมากในกลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขของผู้ชายที่สมัครสมาชิก ก็เริ่มมีอัตราการเติบโตมากกว่าผู้หญิง
โดยกลุ่มสินค้าที่เติบโตมากที่สุดก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลหนวดเคราและความงามอื่นสำหรับผู้ชาย
ในอีกด้านหนึ่ง ทัศนคติของผู้ชายกับการเลือกซื้อสกินแคร์ก็ยังเปลี่ยนไปอีกด้วย
เมื่อก่อน ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่
มักจะมีคำกำกับว่า “For Men” หรือ “สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ”
รวมทั้งแพ็กเกจจิง ก็จะออกแบบชัดเจนด้วยสีโทนเข้ม
เพื่อให้คุณผู้ชายรู้สึกไม่เคอะเขินเวลาซื้อสินค้า
แต่ปัจจุบัน ผู้ชายกลับเลือกซื้อสกินแคร์จากส่วนผสมที่อยู่ด้านในของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
รวมทั้งเลิกเชื่อสูตรอมตะอย่าง “3-in-1”
และไม่ได้เลือกแค่เพราะมันมีข้อความ “For Men” ที่ระบุบข้างกล่อง
ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น “ยูนิเซ็กซ์” หรือไม่ระบุบเพศผู้ใช้ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากกว่า
ยกตัวอย่างเช่น The Ordinary แบรนด์สกินแคร์สัญชาติอังกฤษ
ที่ใช้แพ็กเกจสุดมินิมัล ที่มีแค่ชื่อแบรนด์ บวกกับข้อความที่บอกสรรพคุณและส่วนผสมเท่านั้น
แต่กลับเป็นที่เลื่องลือ เรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ในราคาที่จับต้องได้
ซึ่งตั้งแต่ปี 2017 ทางแบรนด์ ก็มีลูกค้ากลุ่มผู้ชายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากตลาดสกินแคร์แล้ว ตลาดเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายก็เติบโตไม่แพ้กัน
เริ่มจากวงการบันเทิง ที่เราเริ่มคุ้นเคยกับดารานักร้องของเกาหลีมักแต่งหน้าจัดเต็ม
ไม่ว่าจะเป็นบล็อกตาแน่นไม่แพ้ผู้หญิงกันเลยทีเดียว
ซึ่งกระแสนี้ ก็เริ่มเข้ามาสู่คนทั่วไป อย่างที่เราเริ่มเห็นผู้ชายทา BB Cream หรือปกปิดผิวด้วยคอนซีลเลอร์ เป็นเรื่องปกติ
จากผลสำรวจของ Euromonitor International พบว่าในปี 2018
สัดส่วนผู้ชาย ที่เสียเงินซื้อเครื่องสำอางเกาหลี คิดเป็นมูลค่าเกือบ 15,000 ล้านบาท
ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่ง 21% ของยอดขายทั่วโลก
นอกจากนั้น แบรนด์แฟชั่นและความงามระดับโลก
ก็ได้หันมาให้ความสำคัญ และเข้ามาลงเป็นผู้เล่นในตลาดนี้เช่นกัน
อย่างปี 2018 Chanel ได้ปล่อยเครื่องสำอางสำหรับผู้ชาย ชื่อคอลเลกชัน “Boy De Chanel”
รวมถึงแบรนด์ความงามอย่าง Tom Ford Beauty, L'Oréal และ Estée Lauder
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงเห็นได้ชัดแล้วว่า การดูแลตัวเองของคุณผู้ชายไม่ใช่เรื่องแปลกในสมัยนี้
รวมทั้งตลาดสกินแคร์และเครื่องสำอางของผู้ชาย ก็เริ่มมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
หากจะใช้มุกการตลาดแบบดั้งเดิมคงจะดึงกลุ่มลูกค้าหนุ่มๆ ไว้ไม่ได้แล้ว
และในไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจจะเห็นไลน์เครื่องสำอางของผู้ชายเยอะเท่ากับของผู้หญิงก็เป็นได้..