23 ก.พ. เวลา 13:21 • อาหาร
เก้าพี่น้อง จากร้านห้องแถว สู่ แบรนด์ขนมไทยร้อยล้าน
3
ถ้าเราพูดถึงขนมไทย เราก็จะนึกถึง ของหวานที่มีความละเอียดอ่อน
ประณีตตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน และรูปลักษณ์ที่น่ารับประทาน จนกลายเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาติไทย มาอย่างช้านาน
หนึ่งในแบรนด์ขนมไทยที่อยู่คู่คนไทยมาแล้วกว่า 40 ปี ก็คือ “เก้าพี่น้อง”
วันนี้ลงทุนเกิร์ลได้มีโอกาสคุยกับคุณยุทธนา พิพัฒน์ธวัชชัย
ทายาทเจ้าของแบรนด์ขนมไทยชื่อดัง ที่ได้ส่งเคสธุรกิจเข้ามาให้กับทางเพจ
เรื่องราวของ “เก้าพี่น้อง” น่าสนใจอย่างไร? ลงทุนเกิร์ลจะแชร์ให้ฟังค่ะ
ย้อนกลับไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ขนมไทยเก้าพี่น้อง ยังเป็นเพียงร้านขายอาหารตามสั่งเล็กๆ
ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณแม่ ที่มีใจรักในการทำอาหาร และอยากทำขนมไทยเพื่อเพิ่มรายได้
แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปศึกษาการทำอาหารจากโรงเรียนที่สอนทำอาหารโดยเฉพาะ
จึงต้องใช้วิธี ครูพักลักจำ สังเกตวิธีการทำขนมและอาหารจากการไปช่วยงานบุญต่างๆ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนทำอาหาร แต่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง
ในที่สุดขนมไทยเก้าพี่น้องก็ได้รับการอุดหนุนและตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
หลังจากนั้น คุณแม่ก็เริ่มมีความคิด อยากที่จะขยายกิจการ
และหาช่องทางใหม่ๆ ในการขายขนมไทย จึงได้มาขายที่ตลาด อ.ต.ก. เป็นสาขาแรก
ซึ่งในขณะนั้น ตลาด อ.ต.ก. ยังเป็นเต็นท์ ที่มีค่าเช่าแผง เพียง 12 บาทเท่านั้น
โดยได้ตั้งชื่อร้านขนมไทยแห่งนี้ว่า ขนมไทยเก้าพี่น้อง
เนื่องจากคุณแม่มีลูกทั้งหมด 9 คนด้วยกัน
ตลาด อ.ต.ก แห่งนี้เอง ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทางแบรนด์
ด้วยทำเลที่ดี และเป็นตลาดขายสินค้าขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร
ทำให้มีคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
เมื่อประกอบกับรสชาติและคุณภาพขนมไทยจากเก้าพี่น้องแล้ว ก็ทำให้แบรนด์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนเมื่อดำเนินธุรกิจมาถึงรุ่นลูก จึงได้ตัดสินใจสร้างโรงงานรวมกับที่พักขึ้น บนเนื้อที่ 100 ตารางวา
เพื่อผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น
หลังจากขายที่ตลาด อ.ต.ก. มาเป็นเวลาเกือบ 5 ปี
ทางแบรนด์ได้เห็นโอกาสที่จะเติบโตไปอีกขั้น คือ การผลิตให้กับโรงแรม
เพราะมองเห็นปัญหาของขนมไทย ที่ต้องใช้ความพิถีพิถันในขั้นตอนการผลิต
ทำให้โรงแรมมีค่าใช้จ่ายในการผลิตขนมไทยค่อนข้างสูง
 
ทางแบรนด์จึงได้ลองนำสินค้าของทางร้านไปเสนอให้กับทางโรงแรม
ซึ่งก็ได้รับความไว้วางใจในการผลิตจากนั้นก็ขยายไปสู่ โรงเรียนและศูนย์ประชุมต่างๆ ในเวลาถัดมา
ซึ่งนอกจากเก้าพี่น้องจะเติบโตได้ดีในไทยแล้ว
ทางแบรนด์ยังได้ขยายโอกาสในการทำธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วย
โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ทางต่างประเทศมีความต้องการแบรนด์ขนมไทย
ที่มีศักยภาพการผลิตตรงตามมาตรฐาน ซึ่งเก้าพี่น้องก็ถือได้ว่าตอบโจทย์ต่อความต้องการเหล่านั้น
จนสามารถส่งออกขนมไทยแช่แข็ง เช่น ข้าวต้มมัด ขนมสอดไส้ หรือลูกชุบ
ไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมัน ได้
โดยในปี 2562 ทางขนมไทยเก้าพี่น้องมีรายได้สูงถึง 138 ล้านบาท
และมีสาขาจำนวน 7 แห่งตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ
โดยไม่ได้ผ่านการขายแฟรนไชส์ เพื่อต้องการควบคุมคุณภาพจากโรงงานโดยตรง
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เก้าพี่น้องเติบโตได้ถึงเพียงนี้
คำตอบก็คงหนีไม่พ้น รสชาติ และ คุณภาพ
เนื่องจากขนมไทย เป็นขนมที่ยังไม่มีแบรนด์ใดเป็นเจ้าตลาดที่แท้จริง
จึงทำให้ต้องแข่งขันกันเพื่อที่จะครองส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด
ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้ ขนมต้องมีคุณภาพและรสชาติที่ดี เหมาะสมกับราคา
1
เมื่อเราทำเช่นนี้ได้แล้ว ก็แทบไม่ต้องใช้งบโฆษณาใดๆ เลย
เพราะ สินค้าที่ดีโฆษณาด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าขนมไทยเก้าพี่น้องจะเติบโตมาได้กว่า 40 ปี โดยแทบจะไม่เคยใช้งบโฆษณาเลย
แต่การแพร่ระบาดของโควิด 19 ก็ทำให้ทางแบรนด์ประสบกับปัญหา คือ
ลูกค้าในส่วนของโรงแรม และศูนย์ประชุมหายไปจนเกือบเป็นศูนย์
ทำให้ทางแบรนด์ต้องปรับตัวโดยการหันมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ จากที่ไม่เคยคิดว่าจะทำมาก่อน
ซึ่งก็พบว่า เมื่อขายทางออนไลน์ควบคู่ไปกับการขายผ่านหน้าร้าน
ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์แล้ว
ก็สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากฝั่งของโรงแรมได้
อีกสิ่งที่น่าสนใจจากแบรนด์นี้ก็คือ การทำธุรกิจขนมไทยที่เป็น Zero Waste
หรือ การทำธุรกิจให้ขยะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเป็นศูนย์
เพราะการผลิตขนมไทยแบบเดิมนั้นก่อให้เกิดขยะ
ต้องใช้กล้วย และใบตองเป็นวัตถุดิบจำนวนมาก
ซึ่งหากสามารถนำขยะเหล่านั้น มาเป็นปุ๋ยสำหรับต้นกล้วยได้
ก็จะสามารถผลิตสินค้าที่ดีและปลอดภัยให้กับลูกค้าได้
เรื่องราวของแบรนด์ขนมไทยเก้าพี่น้องก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
จากความวิริยะอุตสาหะในวันนั้น ทำให้ร้านขนมไทยเล็กๆ
กลายมาเป็นแบรนด์ขนมไทยร้อยล้าน ที่ไม่เพียงแต่ขายภายในประเทศเท่านั้น
แต่ยังส่งออกเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของไทยผ่านขนมอีกด้วย..
Reference:
-สัมภาษณ์โดยตรงกับคุณยุทธนา พิพัฒน์ธวัชชัย ผู้ดูแลด้าน Business Development และทายาทของผู้ก่อตั้งขนมไทยเก้าพี่น้อง
เล่าเรื่องจากภาพ
ชอบมากค่ะขนมไทย มาติดตามนะคะฝากน้องใหม่ด้วยคร่า🙏😻🍀