มีบัญชีอยู่แล้ว?
วัยเด็ก~ระยอง ชลบุรี
นับเป็นโชคดีที่เป็นลูกข้าราชการหัวเมือง ได้ย้ายตามไปอยู่หลายแห่งที่พ่อย้าย ทำให้ได้พบเจอกับเหตุการณ์ และผู้คนมากหลาย เป็นการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและการปรับตัวเมื่ออยู่ในสังคมได้ง่าย
ในสมองเล็กๆของเด็กอายุ 3-4ขวบ จำภาพการเดินทางได้เป็นช่วง ๆ เช่น นั่งเรือท้องแบน [pontoon] ที่ขนทั้งคน รถ และสัมภาระ ข้ามแม่น้ำบางประกงตรงปากแม่น้ำที่ถือกันว่าเป็นปากทางสู่ภาคตะวันออก เพื่อข้ามมาฝั่งที่จะต้องนั่งรถ “ เหยี่ยวดำ”
The bald eagle
ที่เรียกชื่อเช่นนี้. ก็คงเป็นเพราะ เป็นรถสัญชาติอเมริกัน (ผลิตโดย สองพี่น้อง The Dodge Brothers ที่มี Horace & John ร่วมตั้งบริษัท Dodge Company ในปี 1900 ) ส่วน เหยี่ยว (the bald eagle )ก็เป็นสัญญลักษณ์ประจำชาติมาตั้งแต่ปี 1782.
“ เหยี่ยวดำ”
รถสีดำที่ตำรวจภูธรเมืองชลบุรีนำมารับพ่อที่ย้ายจากเมืองตราดมารับตำแหน่งใหม่ที่เมืองชลบุรี( 5 ก.ย.87)คือรถสีดำ ที่มีชื่อเรียกว่า “ เหยี่ยวดำ”
จำได้ว่าวันนั้น ที่รถหน้าตาประหลาด ดำทะมึน มาจอดรับอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำบางประกงเป็นเวลาค่ำแล้ว เมื่อเราก้าวขึ้นจากเรือท้องแบน. เราและพี่ชาย 2 คน อยู่ในกองสัมภาระที่ขนย้าย พ่ออุ้มเราให้นอนบนกล่องใหญ่ เราหลับไปตลอดทางจนถึงบ้านพัก
หลังจากนั้นไม่นาน วันหนึ่งตื่นขึ้นมาตอนเช้า เห็นเด็กตัวแดง ๆ นอนอยู่บนเมาะตรงพื้นข้างเตียงที่มีแม่นั่งอยู่ เราเข้าไปจับมือเล็ก ๆ ขาวซีดพลิกดู แม่บอกว่า “ น้องตายแล้ว”
แม่ท้อง 7 เดือนเมื่อต้องเดินทางย้ายจากเมืองตราด คงสมบุกสมบันไม่น้อยในการเดินทาง จึงคลอดก่อนกำหนด น้องจึงมีชีวิตแค่ไม่ทันข้ามคืน
แล้วความสนุกรื่นเริง ก็ผ่านเข้ามาในชีวิตวัยเด็ก เพราะมีเพื่อนเล่นวัยไล่เลี่ยกัน ชื่อ “ เอื้อย” ๆ แก่กว่าเรา. เป็นลูกภารโรง สองคนหอบแผ่นกระดานไปถีบเล่นบนโคลนเลนที่อยู่ไม่ไกลนักจากบ้านพัก ระหว่างทางต้องเดินไปบนทางแคบๆที่ทำด้วยไม้ยกสูงจากพื้นที่ลุ่ม. และจะต้องผ่านบ้านที่เป็นห้องแถวไม้เก่า ๆ เมื่อเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งและเห็นชายแก่ยืนอยู่
เอื่อยจะเริ่มร้องเพลงเสียงดัง
“ ตาแก่อยากมีเมียสาว ถือไม้เท้ายักแย่ ยักยัน
ที่นี่เขามีอะไรกัน
บ้านแม่สุวรรณเขามีรำวง”
ชายคนนั้นทำตาเขียวใส่เราทั้งคู่
เอื่อยบอกเราภายหลังว่า “ แกโกรธเพราะ แกมีเมียสาว”
การร้องเพลงล้อเลียนจึงเป็นเพลงประจำของเด็กทั้งคู่ที่ไปเล่นกระดานถีบบนโคลนเลนทุกวัน
[ กรรมนั้นส่งผลให้เราต้องมีคู่เป็นชายที่อายุแก่กว่าตนเองถึง 16 ปี]
อีกปีต่อมา( 4 ธ.ค.88) พ่อโอนจากกรมตำรวจไปเป็นปลัดอำเภอชั้นตรี
อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
สิ่งที่เด็ก 4 ขวบจำได้แม่นคือ
แหลมเจริญเป็นแหล่งสนุก เพราะมีเพื่อนที่เป็นลูกสาวแก่นแก้วของไต้ก๋งเรือที่มีบ้านติดทะเล ไต้ก๋งจะให้เรากินข้าวต้มกับถั่วลิสงเยื้อแดงคั่ว ราดด้วยน้ำเกลือ ๆ เกาะบนเม็ดถั่วจนไม่เห็นเยื้อสีแดงบนเม็ดถั่ว
ทุกครั้งที่ไปกินข้าวต้ม ไต้ก๋งเอ่ยปากชมว่ามีมรรยาท และ “กินเรียบร้อย”
แต่เพื่อนเราลูกใต้ก๋ง. เก่งและฉลาดกว่าเรามาก เขาถามว่า “ แม่เอาเงินไว้ที่ไหน เอามาให้เรา 10 บาทซิ” เราพาซื่อ วันหนึ่งหลังจากนั้น เราเข้าไปหยิบเงินที่แม่ใส่ไว้ในหีบเหล็กที่พ่อใช้หอบเสื้อผ้าของใช้ครั้งไปเป็นนักเรียน “ฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า” หลังพระราชวังจันทรเกษมเมื่อครั้งอยุธยายังเป็นที่ตั้งมณฑลกรุงเก่า
ร.5 ได้พระราชทานเงิน 30,000 บาทให้กระทรวงธรรมการจัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคมพ.ศ. 2448. [ หลังพ่อเกิด 1 ปี]
โชคไม่เข้าข้างคนทำผิด
ธนบัตรใบละ 10 บาทที่เหน็บขอบกระโปรงหล่นต่อหน้าแม่เมื่อเดินผ่าน
แม่ถามก็ตอบตามตรงว่า เพื่อนให้มาเอาไปให้. แม่ไม่ได้ทำโทษหรือดุ แต่สอนว่าไม่ให้หยิบของที่ผู้อื่นที่ไม่ได้ให้. เพราะนั่นเป็นการ “ ขโมย”
เราจำได้ขึ้นใจ และไม่เคยทำผิดอีกเลย
ขอย้อนกลับไปปีก่อนที่พ่อเป็นผู้บังคับหมวดกองตำรวจภูธรชลบุรี
จำได้ว่าเป็นบ้านที่อยู่ที่ชลบุรีเป็นบ้านใต้ถุนสูง หลังครัวติดกับฮวงซุ้ย เราชอบขึ้นไปนั่งบนหินที่ก่อเป็นรูปโค้งบนเนินดิน. เพราะเห็นมันเย็นดี
ไม่เคยมีใครบอกเราว่านั่นคือที่ฝังศพ
ความไม่รู้จึงทำให้ทำสิ่งที่ลบหลู่ผู้ตาย
ใต้ถุนบ้านมีโอ่งใบใหญ่มากอยู่ 2 ใบ ปากโอ่งอยู่เกือบชิดกระดานพื้นบ้าน. เราพยายามปีนเพื่อจะดูว่ามีอะไรในโอ่ง แต่ปีนไม่ถึง ไม่เช่นนั้นคงตกลงไปในโอ่งแล้ว
อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นในบ้านกับเด็กบ่อยครั้ง โดยการพลั้งเผลอ หรือไม่คาดคิด
เหตุเกิด เมื่อเดินตาม “ น้าบ๊วย” เสมียนที่มาชอบ” น้าทุม”น้องแม่ที่มาอยู่ดูแลเรา น้าบ๊วยเดินไปสั่งงานภารโรงที่บ้านมีบันได 3 ขั้น เราก้าวตามขึ้นไปด้วย แต่พอถึงขั้นที่ 2 “ เจ้าเสือ” หมาเฝ้าบ้านก็งับเข้าที่หัวเข่าซ้าย
ฟันล่างของมันกัดเป็นรูลึกใต้เข่า 2 รู ส่วนเขี้ยวและฟันบนของมันขบบนเนื้อเหนือหัวเข่าเป็นก้อนใหญ่ออกมาจนเห็นแผลมันจุก
แต่ก็คุ้มค่ากับความเจ็บครั้งนี้ เพราะพ่อพาเรานั่งรถมอเตอร์ไซค์มีรถพ่วงข้างประจำตำแหน่งของพ่อไปโรงพยาบาล [ คล้ายรถในภาพถ่ายใน Pinterest ของ Bayou Renaissance Man : Old Philadelphia / Police cars/ Police History สมใจนึกของเด็กที่อยากลองนั่งรถของพ่อ เพราะมองพ่อนั่งออกไปทำงานโดยมีตำรวจเป็นพลขับทุก ๆวัน
ตลอดเวลา ครึ่งเดือนเราไม่ต้องเดิน [เพราะเดินไม่ได้]
น้าบ๊วยจะเป็นคนอุ้มเราไปไหนทุกแห่งที่เราต้องการ เช่นไปนั่งรับลมบนขอบผนังปูนบนอาคารศาลากลาง ที่ไม่ไกลจากบ้านนัก
ช่วงเราป่วยพ่อ ถ้ากลับมาบ้าน หรือมีเวลาว่างจากงาน เพราะพ่อต้องไปดูแลรับผิดชอบงานที่อ.ศรีราชา และ อ.บางละมุง เกือบตลอด เราจึงจะได้พูดคุย กินข้าวด้วย พ่อจะดูแลเอาใจใส่ลูกทุกคน เราเป็นลูกผู้หญิงคนเดียว พ่อจึงรักและเป็นห่วงมาก แต่พ่อก็เข้มงวดและมีระเบียบให้ลูกปฏิบัติอยู่ไม่น้อย เป็นการบ่มเพาะความรับผิดชอบและเคารพในสิทธิของผู้อื่น
เราเรียนรู้การสอนของพ่อได้ในวันหนึ่งที่อุ้มแมวที่เลี้ยงไปเล่นบนกองหนังสือบนโต๊ะทำงานพ่อ พ่อใช้ฝ่ามือตีเราที่ก้นครั้งหนึ่งทันทีที่เห็น พ่อเพิ่งกลับจากที่ทำงาน. เราจำได้ว่า มันเจ็บมาก เพราะไม่เคยโดนพ่อตีเลย พ่อพูดเสียงดังเด็ดขาดว่า “ห้ามมาเล่นบนโต๊ะทำงาน”ของพ่อ เป็นคำสั่งที่เด็ดขาด และต้องถือปฏิบัติที่เราได้เรียนรู้
เป็นการทำโทษครั้งเดียวในชีวิตที่ได้รับจากพ่อ แต่เป็นบทเรียนที่ล้ำค่ายิ่ง. ซึ่งเราได้นำมาปฏิบัติในชีวิตตลอดมา
ความทรงจำเกี่ยวกับพ่ออีกอย่างที่ยังงดงามแจ่มใสตลอดกาล คือ พ่อจูงมือ 2 ข้างของเราเดินเท้าเปล่าไปบนหาดทรายในเวลาพลบค่ำ ชายหาดบางแสนว่างเปล่า เงียบสงบมาก มีเพียงแสงไฟอยู่ไกล ๆเป็นจุด ๆ. ทางที่เดินไปบ้านใครคนหนึ่งที่พ่อไปหานั้นไกลมากสำหรับเด็กเล็ก 3-4 ขวบ แต่เราก็สนุกและอบอุ่นที่นานๆจะได้อยู่กับพ่อ สัมผัสได้ถึงลมทะเลเย็น ๆ และเสียงคลื่นที่รายล้อม
ได้รับฟังคำบอกกล่าวจากพ่อเมื่อโตแล้วว่า นายของพ่อที่เป็นตำรวจใหญ่จะให้ที่ดินแถบหาดนี้ แต่พ่อไม่ขอรับ พ่อจึงเป็นข้าราชการจน ๆ แบกแต่เกียรติ์ที่รู้เพียงตนตลอดมา
อีกเหตุการณ์ที่จดจำได้แม่นตอนอยู่ชลบุรี
คือการพรางไฟเมื่อคำ่ลงแล้ว เพราะเป็นช่วงสงครามมหาเอเซียบูรพา ทุกบ้านจะดับไฟมืดตามที่ทางการประกาศ. เราและพี่ ๆจะออกมาอยู่นอกบ้าน
เราชอบนอนบนราวบันไดดูแสงไฟวาบๆของเครื่องบินที่บินบนฟ้า บางคืนก็เห็นลูกไฟหล่นเป็นสายจากเครื่องบิน. พ่อบอกว่าเครื่องบินกำลังทิ้งระเบิดที่กรุงเทพฯ
เด็กไม่รับรู้ว่าสงครามเป็นเช่นไร เกิดความสูญเสียแค่ไหน ที่รู้ได้ก็เพียง
ต้องใช้สบู่กรด ก้อนสี่เหลี่ยม มีเนื้อเป็นสีขาวปนสีฟ้าฟอกตัว และทำความสะอาดเสื้อผ้า. พี่ชายที่ล้มเป็นแผลอักเสบรุนแรงก็ไม่มียากิน
แม่บอกแม้น้ำตาลก็ต้องปันส่วนกัน. จำได้ว่าไม่เคยได้ลิ้มรสขนมอร่อยเลย นอกจากลูกอมในโหลแก้ววางเรียงแถวไว้บนเก้าอี้ยาวทำด้วยไม้แผ่นเดียวหน้าบ้านของครู แม่นำเรามาฝากครูดูแลตอนกลางวันบางครั้ง. เพราะแม่คงยุ่ง ครูจะหยิบลูกอมในโหลมาให้กินในบางครั้งที่เราไปเดินป้วนเปี้ยนแถวนั้น ความจริงเราไปยืนดูมนุษย์ประหลาดที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างๆ โหลแก้ว บนหัวมีสายระโยงระยางที่ออกมาจากเครื่องอบผม. ครูเป็นช่างผมด้วย จึงมีคนมา “ดัดผม” ด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดที่เห็นแล้วน่าสยองมากสำหรับเด็กเช่นเรา
ครูยังสอนเราให้ท่องบทอาขยาน ที่สอนเด็กให้ตัญญูรู้คุณเช่นแมวอีกด้วย
“แมวเอ๋ย แมวเหมียว
รูปร่างปราดเปรียว เป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียว เหมียว เดี๋ยวก็มา
เคล้าแข้ง เคล้าขาน่าเอ็นดู
รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง
ค่ำๆซำ้นั่งระวังหนู
ควรนับว่ามันกตัญญู
พอดูอย่างไว้ ใส่ใจเอย”
[ผู้แต่ง~ นายทัด เปรียญ
20/03/2021
………………………………………………………………………………………………………………