5 เม.ย. เวลา 16:19 • ศิลปะ & ออกแบบ
ช่างทำโลงศพแห่งกานา ผู้สร้างชีวิตชีวาแก่ผู้ล่วงลับ
เจ้าปลาตาใสตัวใหญ่นี้ มองเผิน ๆ อาจดูเหมือนของเล่น หรือของประดับในสวนสนุก
หากแต่มันคือ "โลงศพ" ที่ถูกรังสรรค์ขึ้น โดย ลอว์เรนซ์ อนัง (Lawrence Anang) ช่างทำโลงศพชาวกานาวัย 22 ปีและเพื่อนร่วมงานของเขา
รูปลักษณ์ของโลงศพบ่งชี้อาชีพของผู้เสียชีวิต เช่น โลงรูปปลาสื่อถึงอาชีพชาวประมง รูปปูสื่อถึงผู้ค้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ รูปข้าวโพดสื่อถึงเกษตรกร รูปรถยนต์สื่อถึงคนขับรถหรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์
ชาวกานาเชื่อว่าความตายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในอีกโลกหนึ่ง รวมถึงยังเชื่อว่าผู้ล่วงลับจะยังคงประกอบอาชีพเดิมที่นั่น อนังกล่าวว่าโลงศพเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ครอบครัวได้รำลึกถึงผู้เสียชีวิต
ร้านของอนังตั้งอยู่ในย่านใจกลางกรุงอัคครา เมืองหลวงของกานา โดยเป็นอาคารสองชั้นที่เรียบง่ายและมีพื้นที่โล่งด้านหลังเป็นสถานที่ทำโลงศพ เจ้าของร้านนี้คือคุณปู่เซธ (Seth) ผู้ล่วงลับไปแล้ว ทว่าทักษะงานฝีมือการสร้างสรรค์โลงศพของคุณปู่ได้ถูกส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นภายในตระกูลนี้ เป็นเวลานานกว่า 70 ปีแล้ว
โลงศพแรกของร้านเป็น “โลงรูปเครื่องบิน” ที่ปู่สร้างให้แม่ของปู่ เพราะการได้นั่งเครื่องบินเป็นความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ แต่ก็ล้มเหลวไปอย่างน่าเสียดาย ปู่ของอนังจึงทำโลงศพนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง
แม้สุดท้ายแล้วจุดหมายปลายทางของโลงศพเหล่านี้คือการถูกฝังไปพร้อมกับร่างของผู้เสียชีวิต ทว่าอนังและพรรคพวกยังคงขัดโลงศพอย่างพิถีพิถัน
“เราใช้ทั้งสมาธิและความอดทนในการสร้างสรรค์โลงศพ เช่นเดียวกับงานศิลปะ และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตด้วย” เขากล่าว
งานศพในกานามักจัดขึ้นเป็นเวลาสามวัน โดยวันศุกร์จะเป็นวันที่ญาติและมิตรสหายมาร่วมไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต วันเสาร์จะมีประเพณีแบกโลงศพและการฝังศพ ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันที่สมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะแสดงความขอบคุณแขกที่มาในงานศพ
นิโคลัสพี่ชายของอนังกล่าว “งานศพของกานา มีทั้งน้ำตา การเต้นรำ และการอวยพรให้กับคนตาย”
ลอว์เรนซ์ อนัง สร้างสรรค์โลงศพอยู่ในกรุงอัคครา เมืองหลวงของกานา วันที่ 23 มี.ค. 2021
ปัจจุบัน ร้านขายโลงศพทั้งเล็กใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงอักกรา ไม่เพียงได้รับการสนับสนุนจากคนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมีนักท่องเที่ยวและนักสะสมชาวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมโลงศพ และซื้อเพื่อส่งไปเป็นงานสะสมในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศด้วย
สุดท้ายนี้ อนังได้กล่าวถึงความมุ่งหมายที่จะให้ลูกหลานของเขาได้สืบทอดงานฝีมือนี้ต่อไป
“วัฒนธรรมที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เช่นนี้จำเป็นต้องได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น” เขายืนยัน
: Xinhua