14 เม.ย. เวลา 14:17 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รวมกลุ่มกองทุน Index ..ลงทุนได้ทุกตลาดทั่วโลก 🌏
[จักรวาลกองทุนดัชนี อีกทางเลือกของการลงทุน]
วันนี้ #เด็กการเงิน จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Index Fund (กองทุนดัชนีหุ้น) ทั่วโลก ที่เราสามารถลงทุนได้ผ่านกองทุนในไทย เปรียบเสมือนเราลงทุนได้ในทุกตลาดของโลกผ่านกองทุนรวม!! โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปเปิดพอร์ทหุ้นต่างประเทศ แค่มีบัญชีกองทุนรวมก็ได้แล้ว แถมค่าธรรมเนียมยังถูกอีกด้วย
กองทุน Passive Fund ที่ล้อตามผลตอบแทน (Total Return) ของ Index เหล่านี้ มีเป้าหมายทำให้ได้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียง Index ที่สุด ต่างจากกองทุนแบบ Active ที่มีเป้าหมายในการเอาชนะIndex เหล่านี้ให้ได้ ซึ่งหลายครั้งกองทุน Active เอาชนะไม่ได้อยู่เหมือนกันนะ ดังนั้นกองทุนประเภทนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการผลตอบแทนใกล้เคียงตลาดที่สุด ซึ่งความเสี่ยงได้ถูกกระจายออกไปเพราะมีการกระจุกตัวในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งต่ำ และความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับตลาดที่เราลงทุนเท่านั้น
👟ข้อดีของกองทุน Index ดีอย่างไร?
1. ผลตอบแทนเคลื่อนไหวไปพร้อมดัชนี ไม่ต้องพึ่งพาผู้จัดการกองทุนในการเลือกหุ้น เลือกหุ้นให้ได้เท่ากับน้ำหนักของตลาด ณ ขณะนั้น
2. มีค่าใช้จ่ายในการจัดการที่ถูก เปรียบเสมือน Low Cost Airline ผลตอบแทนถึงเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง
กองทุน Index ที่มีอยู่ตลาด มักจะลงทุนผ่านกองทุน ETF ที่เทรดอิงกับดัชนีนั้นๆโดยตรง กองทุน Index ที่ให้เราเลือกซื้อได้ มีดังนี้
1. MSCI World Index 🌏
ดัชนีรวมหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น USA ยุโรป ญี่ปุ่น เป็นต้น
ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 13.36% ต่อปี
2. MSCI All Country World Index (ACWI) 🌏
ดัชนีรวมหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market)
ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 13.21% ต่อปี
1
3. Emerging Markets กลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่ 🌏 ประกอบด้วย
3.1 MSCI Emerging Markets Index
ดัชนีรวมหุ้นประเทศเกิดใหม่ เช่น จีน, ไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย และบราซิลเป็นต้น (พี่ไทยอยู่ในนี้ด้วยนะ)
ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 12.07% ต่อปี
3.2 Latin America
ดัชนี Latin America 40 รวมหุ้นใหญ่ของละตินอเมริกา 40 ตัวแรก รวม บ. ขนาดใหญ่ ใน Mexico, Brazil และ Argentina
ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 4.62% ต่อปี
3.3 B.R.I.C. Countries
ดัชนีรวมกลุ่ม บ. ในกลุ่มประเทศ B.R.I.C. คือ Brazil, Russia, India และ China
ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 20.34% ต่อปี
4. MSCI AC Asia Pacific Ex. Japan Index 🌏
ดัชนีรวมหุ้นในเอเชียแปซิฟิค ยกเว้นญี่ปุ่น
ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 13.42% ต่อปี
5. ตลาดหุ้น USA 🇺🇸
5.1 S&P500 ตะกร้าหุ้น 500 ตัวแรกของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน USA
5.2 Dow Jones ตะกร้าหุ้น 30 ตัวแรกของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน USA
5.3 NASDAQ ดัชนีตลาด NASDAQ เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
6. ตลาดหุ้นEU 🇪🇺
6.1 STOXX600 ดัชนีหุ้นของภูมิภาคEU รวมหุ้นขนาดใหญ่ 600 ตัว
6.2 STOXX50 จาก STOXX600 ย่อเหลือ 50 ตัวแรก
7. ตลาดหุ้น Germany 🇩🇪
มีอยู่หนึ่งดัชนีคือ DAX50 หรือหุ้นใหญ่ 50 ตัวแรก
8. ตลาดหุ้นญี่ปุ่น 🇯🇵
8.1 ดัชนิีนิกเคอิ 225 จัดทำโดย บ. The Nikkei ตั้งแต่ปี 1950
8.2 ดัชนี Tokyo Stock Price (TOPIX) ของ Tokyo Stock Exchange โดยตรง
9. ตลาดหุ้นจีน 🇨🇳
9.1 ดัชนี Hangseng หุ้นฮ่องกง + หุ้นจีนเอชแชร์
9.2 ดัชนี CSI300 หุ้นเอแชร์ 300 ตัวแรก ในตลาดเซี่ยงไฮ้-เสิ่นเจิ้น
9.3 ดัชนี FTSE A50 หุ้นเอแชร์ขนาดใหญ่ 50 ตัวแรก
10. ตลาดหุ้นอินเดีย 🇮🇳
10.1 ดัชนี Nifty50 รวมหุ้น Large Cap 50 ตัวแรกใน National Stock Exchange
10.2 ดัชนี MSCI India ที่รวมหุ้นอินเดียทั้งประเทศ ราวๆ 90 ตัว
ปัจจุบันยังไม่มีดัชนี SENSEX ที่อยู่ในตลาด Bombay
11. ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ 🇰🇷
ที่มีในบ้านเราคือกองทุนที่ลงทุนใน ETF ตามดัชนี MSCI Korea 25/50
ที่มีSamsung เป็นเจ้าขอสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด ประมาณ 22% ในปััจจุบันยังไม่มีดัชนี KOSPI ให้ลงทุนครับ
เท่านี้ทุกคนก็มีคู่มือในการเลือกกองทุนIndex เพื่อจัดพอร์ทให้ตรงกับความต้องการของเราและยังสามารถนำไปเปรียบเทียบกับกองทุนแบบ Active ในกลุ่มประเทศ หรือภูมิภาคเดียวกันได้อีกด้วย
หากแอดตกหล่น กองทุน หรือ ดัชนีภูมิภาค หรือ ประเทศไหนไป แจ้งแอดด้วย 😁
อนึ่งผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นตัวการีนตีผลตอบแทนในอนาคต
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
    เกรียนความคิด
    ขออีกซักคำถามครับ ถ้าเราถือเนื่องจากจีนมีตลาดใหญ่มากแล้ว ถ้าเราถือ All China แล้ว (K-China). เราควรถือ A Share คู่กันไปด้วย มีข้อดี ข้อเสียอย่า...ดูเพิ่มเติม