วันนี้ หนังสือพิมพ์​ New York Times ลงบทความที่ดีมากเกี่ยวกับสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางวัคซีนทั่วโลก
เป็นที่รู้กันมาสักพักแล้วว่า ประเทศกำลังพัฒนาจะขาดแคลนวัคซีนระหว่างที่ประเทศร่ำรวยจะมีวัคซีนเหลือเฟือเกินจำนวนประชากรที่มีเสียอีก คนอเมริกันเกิน 40% ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม ระหว่างที่ประเทศส่วนมากในโลกยังฉีดวัคซีนได้เพียงหยิบมือ
แม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยเช่นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังขาดวัคซีน จะนับประสาอะไรกับประเทศยากจน!
ในมุมหนึ่ง ก็เข้าใจได้ว่าทำไมสหรัฐอเมริกากับสหภาพยุโรปจะต้องให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนให้ประชากรของตนเองก่อน ในฐานะผู้นำของประเทศที่มีคนตายจากโควิดแล้วเกือบหกแสนคน และยังมีการติดเชื้อวันละห้าหมื่นคน หากไม่ฉีดให้คนของตัวเองก่อนก็คงเป็นการละเลยหน้าที่ในรูปแบบที่ประชาชนให้อภัยไม่ได้
แตนิวยอร์คไทมส์กล่าววันนี้ว่า สหรัฐจำเป็นต้องมองเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับโลก ทุกวันที่อเมริกายังละเลยการฉีดวัคซีนในต่างประเทศ ก็คือทุกวันที่โควิดจะระบาดต่อไป โอกาสที่จะมีเชื้อกลายพันธุ์ที่อันตรายขึ้นและรุนแรงเกินกว่าที่ภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีนที่มีในปัจจุบัน ก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น เมื่อถึงวันที่สถานการณ์เริ่มทรงตัวในอเมริกา และอเมริกามีวัคซีนเหลืออีกหลายล้านโดส ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องรีบบริจาควัคซีนให้ทั้วโลก
นิวยอร์คไทมส์เสนอนโยบายสี่อย่าง ได้แก่:
1. หยุดสะสมโดสโดยไม่จำเป็น (vaccine hoarding): อเมริกามีวัคซีนที่จะไม่ได้ใช้จำนวนมหาศาล ซึ่งควรถูกส่งเข้าโครงการ COVAX ขององค์กรอนามัยโลก
2. เบรคเรื่องลิขสิทธิ์: ประเทศทั่วโลกถึง 60 ประเทศเรียกร้องให้เลิกสิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญาด้านวัคซีนชั่วคราว เพื่อให้มีการซื้อ-ขาย-ผลิตวัคซีนได้รวดเร็วมากขึ้น นี่คือสิ่งที่สหรัฐควรสนับสนุน
3. แบ่งปันเทคโนโลยีและทรัพยากร: ณ​ ขณะที่อินเดียมีคนติดเชื้อโควิดวันละสามแสนคน และโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มีอ็อกซิเจนเพียงพอในการดูแลคนไข้ แต่รัฐบาลไบเดนไม่อนุญาติให้มีการส่งออกวัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตวัคซีน จึงทำให้อินเดีย ซึ่งเป็นฐานผลิตวัคซีนที่สำคัญของโลก อาจจะต้องหยุดการผลิตวัคซีนเร็วๆ นี้ ไบเดนจึงควรเลิกการห้ามการส่งออก
4. การสร้างสมรรถภาพในการผลิตวัคซีน: แอฟริกาและลาตินอเมริกาแทบจะไม่มีฐานผลิตวัคซีนของตัวเอง ไบเดนสามารถช่วยลงทุนในด้านนี้ได้
5. ลงทุนในวัคซีนทางเลือก: วัคซีน mRNA เก็บยาก จนส่งยาก วัคซีน viral vector ก็มีผลข้างเคียง แต่ก็ยังมีวัคซีนที่ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาที่ถูกและใช้เทคโนโลยีเก่า สหรัฐควรลงทุนในการวิจัยด้านนี้
ทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่ดี และมีเหตุผลทางมนุษยธรรม เพราะเป็นเรื่องของความเป็นและความตาย ("The global vaccine gap is a matter of life and death."
แต่ผมขอเสนออีกเหตุผลหนึ่งที่อเมริกาควรเร่งส่งวัคซีนให้ต่างประเทศ
ในวันที่ประเทศทั่วโลกต้องการวัคซีน อเมริกามีทั้งคลังวัคซีนที่เพียงพอ และมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดในโลก เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดที่อเมริกาจะซื้อใจชาวโลกทุกคน
ในระยะแรก จีนดูจะเป็นประเทศที่ใจถึงพึ่งได้มากที่สุดด้านวัคซีน แต่ประสิทธิภาพของวัคซีนจีนที่ต่ำกว่า ประกอบกับข้อมูลการทดสอบที่ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร ทำให้จีนเพลี้ยงพล้ำในศึกวัคซีนครั้งนี้
เมื่อพันธมิตรอเมริกาล้วนต้องการวัคซีนไฟเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย ฟิลิปปินส์ ไม่มีวิธีไหนเลยที่จะซื้อใจคนได้ง่ายกว่าการบริจาควัคซีน
Your move, President Biden!
[ อ่านผลงานอื่นๆ ของผมได้ที่ kenlwrites.com และติดตามได้ที่ทวิตเตอร์ @kenlwrites ]