มีบัญชีอยู่แล้ว?
🔥 จุดเริ่มต้นตระกูลเกลเซอร์ทำไมแฟนผีถึงโกรธ 🔥
*** เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นที่หลายคนพูดถึง คงหนีไม่พ้นกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เหล่าแฟนบอลของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกถล่มสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
🔥 ทำให้เกมที่หลายคนรอคอยอย่าง “ศึกแดงเดือด” ต้องเลื่อนออกไป
*** เหตุผลหลัก ๆ นั้นมาจากการที่แฟนบอลต้องการประท้วงเจ้าของสโมสรตระกูลเกลเซอร์ ที่สร้างรอยแค้นมาอย่างยาวนาน บวกกับจังหวะเวลาพอดิบพอดี ที่เจ้าของทีมพาสโมสรเข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก แม้ว่าจะถอนตัวออกมา แต่ไม่ทันการณ์ เพราะทุกอย่างได้ปะทุขึ้นแล้ว
🔥 ตามรายงานจากประเทศอังกฤษระบุว่าแฟนบอลของ แมนฯยูไนเต็ด ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกไปกดดันที่หน้าโรงแรมลาวรี่ ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่านักเตะ “ปีศาจแดง” ไม่ยอมให้รถบัสขนนักเตะเดินทางออกจากโรงแรม
*** ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มใหญ่จุดนี้มีแฟนบอลราว 1,000 คน ที่เข้าไปชุมนุมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดก่อนจะมีการบุกทะลวงเข้าไปภายในสนามกว่า 200 คน เพื่อประกาศชัยชนะและจุดยืนคือการขับไล่เจ้าของสโมสร
🔥 สุดท้ายแล้วด้วยเหตุผลความปลอดภัยในหลาย ๆ เรื่อง ทำให้การแข่งขันต้องเลื่อนออกไป
*** ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ไม่เคยมีทีมไหนที่ประท้วงเจ้าของทีมจนทำให้บอลเตะไม่ได้ หากถามถึงบทลงโทษตามกฎของพรีเมียร์ลีก ความผิดของ แมนฯยูไนเต็ด คือไม่สามารถรักษาความปลอดภัยล้มเหลวในการป้องกัน จะเป็นการปรับเงิน, ตัดคะแนน หรือโทษอื่น ๆ ก็ว่ากันไป
🔥 นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นย่อแบบสั้น ๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าแฟนบอลนั้นรู้จักชื่อของ เกลเซอร์ กันอยู่แล้ว Goalstrom จะพาไปดูจุดเริ่มต้นของตระกูลนี้
*** สำหรับตระกูลเกลเซอร์ พื้นเพเป็นชาวยิวที่อาศัยอยู่ในลิธัวเนีย ก่อนจะอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มัลคอล์ม เกลเซอร์ เป็นลูกคนที่ 5 จากพี่น้อง 7 คน ของ อบราฮัม และ ฮานนาห์ เกลเซอร์ โดยมีกิจการขายเครื่องประดับและซ่อมนาฬิกา
🔥 หลังจากนั้น มัลคอล์ม เกลเซอร์ ได้เติบโตมาในสายธุรกิจผ่านงานการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์, การเงินธนาคาร, ร้านอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่ามีอะไรที่จับต้องเป็นเงินได้ เขาทำหมด..
*** ธุรกิจของ มัลคอล์ม เกลเซอร์ เติบโตเป็นอย่างมากจนทำให้เขาหันมาเดินหน้าเป็นนายทุนในวงการกีฬาด้วยการเข้าซื้อแฟรนไชส์ “แทมป้าเบย์ บัคคาเนียร์ส” เมื่อ 16 มกราคม 1995 ด้วยเงิน 192 ล้านเหรียญสหรัฐ
🔥 นำพาทีมประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ รวมไปถึงการสร้างสนามใหม่ ทำให้เขาได้รับเครดิตตรงนี้ไปเต็ม ๆ การจะขยายธุรกิจต่าง ๆ ดูมีความน่าเชื่อถือ
*** หลังจากนั้น มัลคอล์ม เกลเซอร์ ได้เข้ามาซื้อหุ้น แมนฯยูไนเต็ด โดยเริ่มต้นจากการค่อย ๆ ซื้อไปที่ละนิดในระหว่างปี 2003-2005 จนสามารถเทคโอเวอร์ทีมได้สำเร็จด้วยจำนวนเงิน 790 ล้านปอนด์ (ด้วยเงินที่กู้มา)
🔥 เมื่อซื้อทีมได้สำเร็จ เขาพาสโมสรออกไปตลาดหลักทรัพย์ทันที (เพื่อให้หนี้ที่กู้มาเป็นของสโมสร) แน่นอนว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ของ แมนฯยูไนเต็ด นั้นไม่เห็นด้วยกับการเข้าฮุบสโมสรของเศรษฐีชาวมะกัน
*** ในวันที่ โจเอล เกลเซอร์ ลูกชายของมัลคอล์ม เดินทางมายังสโมสรเพื่อเซ็นสัญญาเป็นเจ้าของทีมอย่างเป็นทางการมีกลุ่มแฟนบอลไปตะโกนขับไล่ แต่ก็เท่านั้น.. เพราะทุกอย่างอยู่ในมือของเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
🔥 ส่วนตัวพ่ออย่าง มัลคอล์ม เกลเซอร์ ไม่เคยเดินทางมายัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แม้แต่หนเดียว จนเสียชีวิตไปเมื่อปี 2014 ให้ลูกชายเป็นผู้ดูแลกิจการสโมสร
*** เห็นได้ชัดว่าเข้ามาซื้อทีมเพื่อทำกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะทั้งตระกูลแทบจะไม่มีใครรู้เรื่องฟุตบอล ทำให้มีการประท้วงจากเหล่า “เร้ด อาร์มี่” อยู่หลายหน แต่ด้วยการที่สโมสรประสบความสำเร็จ (ในยุคที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังอยู่)
🔥 กระแสก็เริ่มซาลงไป แต่ถ้าพลาดเมื่อไหร่ มึงโดนแน่! โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งขึ้นเกิดขึ้น ความผิดพลาดในการบริหารเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แทนที่จะเอามาบำรุงสโมสรให้ก้าวหน้าขึ้นไป
*** ซึ่งต่างจากเศรษฐีคนอื่น ๆ ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ทีมในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น โรมัน อบราโมวิช (เชลซี), ชีค มันชูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน (แมนฯซิตี้) รวมไปถึงตระกูล ศรีวัฒนประภา ชาวไทยที่ไปซื้อ เลสเตอร์ ซิตี้
🔥 ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร สิ่งเดียวที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” ต้องการคือขับไล่ตระกูลเกลเซอร์ออกไป ด้วยการกดดันให้ขายสโมสร
*** แต่มันคงไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ แน่..
#goalstorm #โกลสตรอม #พรีเมียร์ลีก #เล่าให้ฟัง #แดงเดือด
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      #FutureofWork ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ต้องเสียเวลา! วิธีบริหารคนแบบสตาร์ทอัปอเมริกัน วัดใจพนักงานใหม่ จะเลือกอยู่ต่อ หรือรับเงินแสนแล้วลาออกเลย ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าของธุรกิจจำนวนมากในอุตสาหกรรมต่างๆ ต่างประสบปัญหาในการสรรหาคน และรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร
      รู้จัก เจอโรม พาวเวลล์ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อ มูลค่าสินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกนี้ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากคุณดอนัลด์ ทรัมป์ และคุณอีลอน มัสก์ แล้ว จะมีชายอีกคนหนึ่ง ที่เวลาออกมาพูดเพียงไม่กี่ประโยค ก็ดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ทองคำ ไปจนถึงคริปโทเคอร์เรนซี ได้ในทันที
      เสี่ยเจริญ ขายออฟฟิศในสิงคโปร์มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ข่าวใหญ่แห่งสัปดาห์คือ “อาคเนย์ประกันภัย” ยื่นคำขอยกเลิกกิจการ ในวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา และเงินกองทุนประกันวินาศภัยจะใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ โดยกรรมธรรม์ที่มีอยู่จะถูกส่งให้ คปภ. ดูแล
      แบรนด์กาแฟชื่อดังจากเดนมาร์กมาเปิดที่ไทย #SpecialtyCoffee
      ดูทั้งหมด