ลูกยิงไกลเสียบสามเหลี่ยมของ ยูรี่ ตีเลอมันส์ ที่กลายเป็นประตูชัยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เชลซี 1-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนที่ผ่านมา ถือว่ามีดราม่าจากแฟนทีมสิงโตน้ำเงินครามจำนวนไม่น้อยทีเดียว
บรรดาเด็กสิงห์อาจเกิดความสงสัยว่า ทำไม วีเออาร์ ถึงไม่แม้แต่จะเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังเพื่อทำให้ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ปฏิเสธประตูนี้ จากการที่บอลไปโดนแขน อาโยเซ่ เปเรซ ในจังหวะก่อนหน้าที่ ลุค โธมัส จะไหลบอลแอสซิสต์ให้ ตีเลอมันส์ ตะบันเต็มข้อ
หลายคนจดจำว่า "บอลโดนแขนฝ่ายรุก ไม่เป็นแฮนด์บอลทุกกรณีหรอกหรือ?"
ผมจะขอเขียนอธิบายอย่างละเอียด โดยนำกฎแฮนด์บอลจากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (IFAB) ซึ่งทำหน้าที่ออกกฎ/กติกาฟุตบอลสากลมาใช้ควบคุมการแข่งขันทั่วโลก มาแปลให้อ่านกันอย่างกระจ่างตรงนี้ทีเดียวเลยละกันครับ
หากเป็นฤดูกาลที่แล้ว หลายคนคงจำต่อๆ กันไปว่า "บอลโดนแขนฝ่ายรุก แฮนด์บอลทุกกรณี" ซึ่ง วีเออาร์ ควรจะมีการเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังในการริบประตูของ ตีเลอมันส์ คืน
1
แต่ความเป็นจริงก็คือในฤดูกาล 2020-21 นี้ ทางคณะผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก ได้มีการนำกติกาฟุตบอลสากล IFAB มาตีความใหม่ และประกาศออกมาตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่นแล้วนะครับ เพื่อให้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
2
ผมขอแปลกติกาจากภาษาอังกฤษมาให้ดูกันชัดๆ อีกครั้ง
1
An accidental handball by an attacking player or team-mate will only be penalised if it occurs immediately before a goal or a goalscoring opportunity.
"จังหวะแฮนด์บอลแบบไม่เจตนาของผู้เล่นฝ่ายรุกหรือเพื่อนร่วมทีม จะถูกตัดสินลงโทษก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นโดยทันทีก่อนเป็นประตู หรือก่อนโอกาสของการทำประตูเท่านั้น"
1
If an attacking player accidentally touches the ball with their hand or arm and then scores a goal, or the ball goes to another attacking player and they immediately score, this is a handball offence.
"ถ้าหากผู้เล่นฝ่ายรุกสัมผัสลูกบอลด้วยมือหรือท่อนแขนโดยไม่เจตนา แล้วจากนั้นยิงประตูได้ หรือทำให้บอลไปถึงนักเตะฝ่ายรุกอีกคนแล้วพวกเขาได้ประตูทันที ถ้าเป็นแบบนี้ถือเป็นแฮนด์บอลของฝ่ายรุก"
1
But it is not a handball offence if after an accidental handball the ball travels some distance via a pass or a dribble, or there are several passes before the goal or goalscoring opportunity.
1
"แต่มันจะไม่ถือเป็นแฮนด์บอลของฝ่ายรุก ถ้าหากหลังจากเหตุการณ์แฮนด์บอลแบบไม่เจตนานั้น คือการที่ลูกบอลเดินทางไปสักระยะหนึ่งด้วยการผ่านบอล, การเลี้ยง หรือมีการผ่านบอลขึ้นหลายจังหวะ ก่อนที่จะเป็นประตู หรือโอกาสทำประตู"
2
ก่อนอื่นเลย จังหวะที่ลูกเปิดของ รีซ เจมส์ ไปโดนแขนของ อาโยเซ่ เปเรซ ถือเป็นจังหวะแฮนด์บอลโดยไม่เจตนา (accidental handball) แบบชัดเจน
2
เพราะนอกจากจะไม่ใช่การเจตนายกมือขึ้นขวางอย่างผิดธรรมชาติแล้ว วิถีของลูกบอลยังพุ่งไปโดนเข่าของดาวเตะชาวสแปนิชก่อน แล้วค่อยลอยมาโดนแขนแบบไม่ตั้งใจ
เคสแบบนี้ ผู้ตัดสินจะปล่อยให้เกมดำเนินต่อทันที ถ้าหากพิจารณาแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่เป็นจังหวะแฮนด์บอลโดยเจตนา
ส่วนเหตุผลที่ วีเออาร์ ไม่ถูกนำมาเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังของประตูนี้ นั่นเป็นเพราะว่า จังหวะดังกล่าว ไม่ได้นำมาสู่โอกาสยิงไกลของ เลสเตอร์ โดยทันที
นักเตะคนแรกที่รีบวิ่งไปเก็บบอลที่กระดอนออกมาคือแบ็กซ้ายอย่าง ลุค โธมัส ซึ่งเป็นคนทำแอสซิสต์ให้ ตีเลอมันส์ เลี้ยงแต่งหามุมซัดเต็มข้อด้วยขวา ส่งบอลพุ่งเป็นจรวดตุงตาข่าย
"มันจะไม่ถือเป็นแฮนด์บอลของฝ่ายรุก ถ้าหากหลังจากเหตุการณ์แฮนด์บอลแบบไม่เจตนานั้น คือการที่ลูกบอลเดินทางไปสักระยะหนึ่งด้วยการผ่านบอล, การเลี้ยง หรือมีการผ่านบอลขึ้นหลายจังหวะ ก่อนที่จะเป็นประตู หรือโอกาสทำประตู"
1
ข้อความเมื่อสักครู่นี้ ที่ผมหยิบมาย้ำให้อ่านทวนอีกครั้ง จึงยิ่งเป็นการยืนยันชัดเจน ว่าตามกติกาสากล ณ ปัจจุบัน จังหวะบอลทูแฮนด์ของ อาโยเซ่ เปเรซ ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธประตูสุดสวยของ ตีเลอมันส์ ได้อย่างแน่นอน
3
เพราะมันไม่ใช่จังหวะบอลทูแฮนด์ที่นำไปสู่การทำประตู "โดยทันที" แต่มันเกิดการเล่นอย่างน้อย 4 จังหวะ (โธมัส เก็บบอล, โธมัส จ่ายให้ ตีเลอมันส์, ตีเลอมันส์ เลี้ยง, ตีเลอมันส์ ยิง) กว่าที่บอลจะเข้าไปตุงตาข่ายนั่นเอง
ย้อนไปในช่วงต้นฤดูกาล เชลซี เองก็เคยได้ประตูจากจังหวะต่อเนื่องจากแฮนด์บอลโดยไม่เจตนาเช่นเดียวกัน ในเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกไปเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-3
ประตูตีเสมอของทีมสิงโตน้ำเงินครามจาก แทมมี่ อับราฮัม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเกมดังกล่าว มีจังหวะแฮนด์บอลแบบไม่เจตนาของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ก่อนที่ไม่กี่วินาทีถัดมา อับราฮัม จะยิงตุงตาข่าย
สาเหตุที่ เชลซี ได้ประตูนั้นอย่างโปร่งใส เป็นเพราะว่าบอลที่มาโดนท่อนแขนของ ฮาแวร์ทซ์ ไม่ได้นำไปสู่โอกาสยิงประตูโดยตรงของทีมสิงห์บลูส์แต่อย่างใด
1
คนแรกที่ได้สัมผัสบอลที่ตกมาจากแขนของดาวเตะทีมชาติเยอรมนีก่อนใครเพื่อน คือนักเตะของเวสต์บรอมวิชอย่าง ฮัล ร็อบสัน-คานู
ซึ่งหลังจากนั้น ร็อบสัน-คานู เคลียร์บอลไม่ขาดเอง แล้วก็ไปเข้าทาง เมสัน เมาน์ท ได้จับหนึ่งจังหวะ ก่อนยิงไปติดเซฟของ แซม จอห์นสโตน แล้วค่อยเป็น แทมมี่ อับราฮัม ที่ยิงซ้ำเข้าไปเป็นคนสุดท้าย และไม่ล้ำหน้า
นั่นหมายความว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ "แฮนด์บอลแบบไม่เจตนา" ของ ฮาแวร์ทซ์ ลูกบอลมีการสัมผัสโดยนักเตะถึง 3 คน (ร็อบสัน-คานู, เมาน์ท และ จอห์นสโตน) กว่าจะเดินทางไปถึงคนยิงอย่าง อับราฮัม
มันจึงไม่ใช่จังหวะที่นำไปสู่ "การทำประตูโดยทันที" แต่อย่างใด แถม ฮาแวร์ทซ์ ก็ไม่ได้กางแขนขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติ จึงเข้าข่ายว่าไม่ใช่แฮนด์บอลโดยเจตนา
ซึ่งกติกานี้ที่ทำให้เชลซีได้ประตูในตอนนั้น ก็เป็นกรณีเดียวกันกับที่พวกเขาเสียประตูชัยให้ เลสเตอร์ เมื่อคืนนี้ เพราะหลังจากบอลพุ่งไปชนเข่าของ อาโยเซ่ แล้วลอยขึ้นไปโดนแขน มันก็เกิดการเล่นหลายจังหวะต่อมา กว่าที่ ตีเลอมันส์ จะได้สับไกยิงนั่นเอง
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทาง IFAB ได้ทำการประกาศอีกครั้ง ว่าตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป จังหวะแฮนด์บอลของฝ่ายรุก จะถูกนับฟาวล์แค่ 2 กรณีนี้เท่านั้น
- ใช้ส่วนมือหรือแขนทำประตูโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะเจตนาหรือไม่ก็ตาม จะถูกริบประตูคืนทุกกรณี รวมไปถึงจากผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูด้วย (ตัวอย่างเช่นเขวี้ยงบอลจากประตูตัวเอง เข้าไปตุงตาข่ายอีกฝั่งหนึ่ง)
- ทำประตูได้โดยทันที หลังจากที่บอลเพิ่งสัมผัสถูกบริเวณมือหรือแขน ถึงแม้จะเป็นจังหวะไม่เจตนา ก็ไม่ได้ประตู
สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือต่อจากนี้ไป "แฮนด์บอลแบบไม่เจตนา" จะมีผลต่อการปฏิเสธประตูก็ต่อเมื่อมันคือการทำประตูแบบ "โดยทันที" ของผู้ยิงเท่านั้น
หากมีจังหวะที่เพื่อนร่วมทีมเล่นก่อน แล้วบอลค่อยมาถึงคนจบสกอร์ทีหลัง จะถือว่าได้ประตู ถ้าผู้ตัดสินปล่อยให้เกมเล่นต่อไปก่อนหน้านั้นแล้ว เมื่อมองว่ามีจังหวะแฮนด์บอลโดยไม่เจตนา และไม่เป่าหยุดเกม
และสาเหตุที่ วีเออาร์ ไม่เสียเวลามาเช็คเหตุการณ์ประตูชัยของ เลสเตอร์ นั่นเป็นเพราะว่าไม่เจออะไรที่เข้าข่ายผิดกติกาเลยนั่นเอง
#เสียบสามเหลี่ยม #ตีเลอมันส์ #อาโยเซ่เปเรซ #เลสเตอร์ #เลสเตอร์ซิตี้ #จิ้งจอกสยาม #คิงเพาเวอร์ #เชลซี #แฮนด์บอล #IFAB #VAR #วีเออาร์ #กฎแฮนด์บอล #กติกาฟุตบอล #เอฟเอคัพ #พรีเมียร์ลีก
    Buawan
    ถ้าผู้รักษาประตูเขวี้ยงบอลเข้าประตูตัวเองจะถือว่าเป็นประตูหรือเปล่าครับ