ส่องสถานการณ์วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในยุคที่ Grab Bike มาแรง
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นหนึ่งในพาหนะในดวงใจของใครหลาย ๆ คน แค่โบกมือพี่วินก็มาจอดรับถึงที่ บางคนนั่งบ่อย ๆ แค่มองตาก็รู้ใจ มีธุระอะไรก็แค่เรียกพี่วินเจ้าเก่าหน้าปากซอย
แต่ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก มาตรฐานความสะดวกสบายของชีวิตคนเราก็พัฒนาตามไปด้วย บริการเรียกรถแบบ Ride-sharing อย่าง Grab และ Uber ที่สะดวกสบายกว่าก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ บริการเหล่านี้สามารถเรียกผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก มีราคาที่แน่นอน มีระบบคัดกรองประวัติของคนที่จะมาเป็นผู้ขับขี่ เรียกได้ว่าเป็นบริการที่กระทบอย่างมากกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เคยฮอตฮิต
วันนี้ Sertis จึงอยากชวนทุกคนมาส่องสถานการณ์ของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ กันว่า พี่วินของเราเป็นอย่างไรกันบ้าง มีจำนวนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพิ่มหรือลดแค่ไหนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายได้และรายจ่ายของพี่วิน และผลกระทบจาก Grab เป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตามทุกอาชีพต้องมีการปรับตัวไปตามสถานการณ์ พี่วินเองก็เช่นกัน หลังจากนี้เราอาจได้เห็นการปรับตัวของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จะทำให้เขากลับมาทวงบัลลังก์รถโดยสารในดวงใจของคนกรุงฯ คืนก็เป็นได้
เริ่มจากภาพรวมทั่วประเทศกันก่อน จำนวนผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ทั่วประเทศนั้น จากการสำรวจในปี 2562 พบว่ามีจำนวนทั้งหมด 185,303 คน โดยเกือบครึ่ง หรือประมาณ 45% ของจำนวนทั้งหมด เป็นผู้ขับขี่ที่ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ อีก 28.26% อยู่ที่ปริมณฑล และอยู่ที่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลางอีก 6.83% ภาคตะวันออก 7.94% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4.33% ภาคเหนือ 2.99% และภาคใต้ 4.35%
เรามาเริ่มส่องสถานการณ์ของพี่วินในเขตกรุงเทพมหานครกัน โดยข้อมูลที่เราจะมาดูกันในวันนี้คือข้อมูลจำนวนผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ โดยจากข้อมูลพบว่ามีจำนวนผู้ขับขี่ 88,601 คนในปี 2557 เพิ่มขึ้นถึง 105,894 คนในปี 2558 และค่อย ๆ ลดลงจนเหลืออยู่เพียง 84,574 ในปี 2562
โดยในกรุงเทพฯ มี 5 เขตที่มีจำนวนผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์มากมากที่สุด ได้แก่ เขตจตุจักรซึ่งมีผู้ขับขี่กว่า 3,936 คน
รองลงมาคือเขตดินแดง 2,955 คน เขตวัฒนา 2,907 คน เขตบางขุนเทียน 2,899 คน และเขตบางกะปิ 2,870 คน
ในส่วนของบริการ Grab Bike นั้นเริ่มเปิดให้ทดลองใช้ปลายปี 2559 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2560 และค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้ขับขี่ในกรุงเทพฯ โดยรวมแล้วลดลงมาอย่างมากตั้งแต่ปี 2560 จนปัจจุบัน
มาดูสถานการณ์ด้านรายได้ของพี่วินกันต่อ โดยข้อมูลที่เราจะมาสำรวจกันในวันนี้มาจากกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และสำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
อายุเฉลี่ยของพี่วินนั้นอยู่ที่ 39 ปี เริ่มต้นเด็กสุดที่ 21 ปีและอายุมากสุดมากกว่า 61 ปีเลยทีเดียว ในแต่ละวันพี่วินจะขับวินกันโดยเฉลี่ย 41 เที่ยวต่อวัน หรือเป็นเวลาประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน
ในจำนวนกลุ่มตัวอย่างนั้นพบว่ามีผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียนเข้าระบบเรียบร้อย 70.6% ซึ่งการจดทะเบียนนั้นหมายถึงการเสียค่าใช้จ่ายด้านค่าเช่า และค่าวิน ทำให้คนที่เหลือกว่า 29.94% ซึ่งบางส่วนเป็นคนที่ไม่ได้ยึดอาชีพขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เป็นอาชีพหลักไม่อยากจดทะเบียน
แม้พี่วินจะได้รายได้กว่า 975 บาทต่อวัน หรือรวมเป็น 24,370 บาทต่อเดือน แต่เฉพาะต้นทุนในการขับวินมอเตอร์ไซค์โดยเฉลี่ยนั้นสูงถึง 11,634 บาทต่อเดือน ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าผ่อนรถ ค่าเช่าเสื้อ ค่าเช่าวิน เป็นต้น และยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในครอบครัว ทำให้เหลือกำไรต่อเดือนไม่มากนัก
และเมื่อเกิดการเข้ามาของ Grab Bike และแอปพลิเคชันเรียกรถอื่น ๆ แน่นอนว่าพี่วินก็ต้องปรับตัวกันไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่ 35.8% เท่านั้นที่หันไปขับ Grab หรือรับงานในแอปพลิเคชันอื่น ๆ ด้วย โดยกลุ่มนี้เปิดเผยว่าได้รายได้เฉลี่ยมากขึ้น 1,741 บาทต่อเดือน ส่วนกลุ่มที่เหลือนั้นมีหลายเหตุผลในการไม่ปรับตัวไปขับ Grab อาทิ มีระเบียบและขั้นตอนที่ยุ่งยากมากไป ใช้แอปพลิเคชันไม่เป็น รู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและไม่คุ้ม เป็นต้น
แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ไม่น้อยเลย กว่า 60.77% ของผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้หันไปขับ Grab ยอมรับว่าลูกค้าลดลงจริง เนื่องจากการแข่งขันสูงมาก และด้วยความสะดวกของ Grab ทำให้ลูกค้าไม่เดินมาที่วินแล้ว และสำหรับในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด หากสถานการณ์รายได้ของวินลดลงจนรับไม่ไหว กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่ายังหาทางออกไม่ได้เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถไปทำอาชีพอื่นได้
เหล่าพี่วินจากกลุ่มตัวอย่างนี้ยังมีข้อเรียกร้องให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือให้สถานการณ์ของผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ดีขึ้นและสามารถอยู่รอดได้แม้ในยุคที่ Grab เป็นที่นิยมด้วยการ ควบคุมราคาสินค้า เช่น ราคาน้ำมัน ราคาเสื้อวิน ปรับราคาค่าโดยสารขึ้น จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ และมีการบริการสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์
ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่สวยงามนักสำหรับพี่วินทั่วประเทศ แต่ไม่ว่าอย่างไรโลกก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน และทุกอาชีพต้องปรับตัว หากอาศัยความช่วยเหลือจากรัฐและตัวผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เองหันมาปรับปรุงเรื่องปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมากในสังคม เช่น เรื่องราคาที่ไม่แน่นอน เรื่องมารยาทและความปลอดภัยในการขับขี่ เราเชื่อว่ายังไงสถานการณ์ก็จะดีขึ้นไม่มากก็น้อยแน่นอน
บทความโดย: ทีม Sertis