คำขอโทษแบบไหนที่เป็นจริง?
รู้จัก Fake Apology และการแสดงความ (ไม่) จริงใจของผู้พูด
.
.
“ขอโทษก็แล้วกัน”
“ก็ขอโทษ แต่คนอื่นก็...”
“ขอโทษด้วยแล้วกันถ้าทำให้ไม่พอใจ”
.
ความจริงแล้วการขอโทษมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ แต่คำขอโทษที่เหมือนพูดส่งๆ ขอไปทีแบบนี้ แถมยังมักพบเจอบ่อยๆ กับคนเดิมๆ ต่อให้ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่มาจากใคร ความสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตาม ได้ยินทีไรก็แอบทำให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
.
ในทางจิตวิทยา เรียกการขอโทษที่เหมือนไม่ได้ขอโทษแบบนี้ว่า Fake Apology
.
.
#คำขอโทษที่ไม่ได้รู้สึกผิด
.
จุดประสงค์ของการขอโทษ คือ การแสดงออกถึงความจริงใจจากความรู้สึกผิด เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์กับคู่สนทนา แต่ Fake Apology คือ การใช้รูปประโยคที่แสดงการขอโทษ โดยปราศจากความรู้สึกผิด หรือจะเรียกว่าเป็น #คำขอโทษปลอมๆ ก็ได้เช่นกัน
.
‘แล้วกัน’ แล้วมัน ‘แล้วๆ กันไป’ ได้จริงไหม
‘แต่…’ จะขอโทษแล้ว ยังจะมีแต่ต่อทำไมอีก
‘ถ้า…’ สิ่งที่ทำผิดไปมันคือความจริง ไม่มีถ้า เพราะความรู้สึกที่เสียไปไม่ใช่เรื่องสมมติ
.
#ถ้อยคำคือการกระทำ
.
มนุษย์ใช้ถ้อยคำเพื่อกระทำการบางอย่าง อย่างคำว่า ‘ขอโทษ’ เป็นเพียงตัวอักษรยึกยือรูปร่างประหลาดที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเองเท่านั้น แต่เมื่อแต่ละตัวอักษรถูกเรียงร้อยออกมาเป็นคำว่า ‘ขอโทษ’ และถูกนำไปใช้ในบริบทที่ต่างกัน เช่น หัวหน้างานบริหารงานบางอย่างในองค์กรผิดพลาด แล้วพูดในที่ประชุมว่า “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” กับ “ก็ขอโทษแล้วกัน” ผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ย่อมให้ความรู้สึกแตกต่างกัน ซึ่งก็เนื่องมาจากเจตนาของผู้พูดที่สื่อออกมาที่ต่างกัน สิ่งที่ผู้พูดตั้งใจสื่อออกมานี้เรียกว่า วัจนกรรม (Speech Act)
.
John Searle นักปรัชญาชาวอเมริกันกล่าวถึงเงื่อนไขที่ทำให้เกิด Speech Act ในการขอโทษ ซึ่งจะประกอบไปด้วย
.
1. ผู้พูดแสดงออกถึงความสุภาพ
2. มีการกระทำความผิดบางอย่าง
3. ผู้พูดไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดนั้นซ้ำ
4. ผู้พูดยอมรับผิดว่ากระทำข้อผิดพลาด
.
หากมีองค์ประกอบไม่ครบจะทำให้ไม่นับว่าเป็น Speech Act หรือวัจนกรรมการขอโทษ ดังนั้นเมื่อพิจารณาคำว่า “ก็ขอโทษแล้วกัน” ในบริบทที่กล่าวไปข้างต้นจะพบว่า ถ้อยคำนี้ไม่แสดงออกทั้งความสุภาพ และคำว่า ‘แล้วกัน’ ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าผู้พูดยอมรับผิดเลยเช่นกัน ดังนั้น ถ้อยคำนี้จึง #ไม่นับว่าเป็นการขอโทษ
.
การขอโทษ จะทราบว่าเป็นความจริงได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ดูแค่ที่รูปประโยค สีหน้า หรือท่าทางที่แสดงออกมาขณะกล่าวคำขอโทษเท่านั้น แต่ #การขอโทษที่แท้จริง คือ การสำนึกผิดจากการกระทำ และเรียนรู้จากความผิดพลาด ก่อนจะป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความผิดพลาดนั้นอีก
.
#ขอโทษเพื่อลดบาดแผลจากความผิดพลาด ทั้งตัวผู้พูดและความรู้สึกของผู้ฟัง
การขอโทษเพื่อแสดงความรู้สึกผิดไม่ได้หมายความว่า จำเป็นต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต แต่เป็นการรู้จักที่จะเรียนรู้ ยอมรับ และพยายามไม่ให้เกิดการผิดพลาดนั้นซ้ำอีกก็พอ
.
แน่นอนว่าทุกๆ คนย่อมต้องเคยกระทำบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดต่อผู้อื่น แต่ถ้าหากต้องการแสดงความสำนึกผิดจากการกระทำนั้นด้วยความ ‘จริงใจ’ เพียงแค่เอ่ยคำว่า “ขอโทษ” ออกมาถ้อยคำเดียวด้วยความรู้สึกขอโทษอย่างแท้จริง อาจไม่จำเป็นต้องต่อเติมข้อความใดๆ เพิ่มเติมให้ยืดยาว ก็สามารถลดระดับความบาดหมางในใจกับคู่สนทนาได้แล้ว
.
นอกเสียจากว่าผู้พูดนั้นไม่เคยรู้สึกผิดจริงๆ อย่างที่เอ่ยปากออกมา ต่อให้ต่อเติมคำพูดให้ยืดยาวสักแค่ไหน ความไม่จริงใจนั้น ก็แสดงออกมาให้เห็นแล้วผ่านถ้อยคำที่กล่าวออกมาอยู่ดี
.
อ้างอิง:
.
.
#missiontothemoonpodcast #missiontothemoon #พอดแคสต์
1