14 มิ.ย. 2021 เวลา 01:45 • การตลาด
ราคาพุ่ง! ไขความลับต้นไม้ 1.4 ล้าน แพงเพราะอะไร ไปดูกัน!
“ฮือฮา! ต้น 'มอนสเตอร่า ด่างมิ้นต์' ราคา 1.4 ล้าน”
ในวินาทีนี้คงไม่มีข่าวไหนฮือฮาเท่ากับการซื้อขายต้นไม้ราคา 1.4 ล้านบาทที่สามารถปิดการขายได้ภายใน 1 วัน! อะไรทำให้ “ตลาดต้นไม้” กลายมาเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้? ในเมื่อเงินกระเป๋าเราก็มีเท่าเดิม แต่ทำไม “ความอยาก” มันเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว
2
ตามไปเจาะลึกมุมมองการตลาด ไข 4 ความลับเบื้องหลังความแพงของต้นไม้ที่แอดนำมาฝากกันเลยดีกว่า!
2
1.Trend New Normal ไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมือง
2
เพราะ “Covid-19” ทำให้มนุษย์ผู้เป็นสัตว์สังคมอย่างเราต้องหลีกเลี่ยงการพบปะ เว้นระยะห่างแบบ Social Distancing รวมทั้งกักตัวช่วยชาติ อยู่บ้าน Work From Home กันแบบยาว ๆ
2
เราจึงขวนขวายเอาตัวรอดจากความเหงาด้วยการสรรหากิจกรรมยามว่าง เช่น ทำอาหาร, วาดรูป, เต้น TikTok รวมไปถึง ปลูกต้นไม้ พอปลูกเสร็จ ก็ถ่ายรูปโพสต์อวดเพื่อนสักหน่อย และพลังของโซเซียลก็ทำให้เกิดเป็นเทรนด์ที่หลายคนให้ความสนใจ
1
เหตุการณ์แบบนี้ในมุมมองการตลาดอาจกล่าวได้ว่าเป็นเพราะ “สภาพแวดล้อมทางการตลาดเอื้ออำนวย” เมื่อพฤติกรรมคนเปลี่ยน การใช้ชีวิตเปลี่ยน ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการก็เปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์นั่นเอง
1
2.ดังเปรี้ยงปร้างเพราะญาญ่าถือต้นไม้ อิทธิพลของ Influencer
ถึงแม้ว่าเทรนด์ปลูกต้นไม้กำลังมาแรง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะ “อิน” ไปกับมัน สิ่งที่ช่วยกระพือไฟ เพิ่มความฮอตให้กับ “ตลาดต้นไม้” คงจะหนีไม่พ้นการโพสต์รูปคู่กับต้นมอนสเตร่าของ “ญาญ่า อุรัสยา” นางเอกเบอร์ต้น ๆ ของเมืองไทย Mass Influencer (ผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน) ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
2
ด้วยพลัง Follower กว่า 10 ล้านคนในอินตราแกรม ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ คนจำนวนมากหันมาซื้อต้นไม้ เมื่อความต้องการของตลาดมีมาก ส่งผลให้ราคาของต้นไม้ดีดตัวขึ้นสูง จากเดิมต้นมอนสเตร่าราคา 200 บาท ถูกอัปให้สูงขึ้นจนแตะหลักพัน!
1
สาเหตุที่ทำให้ Influencer Marketing มีอิทธิพลและได้ผลดีมากกว่าการโฆษณาแบบตรงไปตรงมาจากแบรนด์เพราะว่าผู้บริโภคจะรู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลนั้น ๆ มากกว่า เพราะเป็นคนที่พวกเค้าเลือก “ติดตาม” เอง ดังนั้นจึงไม่ใช่การโฆษณาแบบยัดเยียดให้ดู และยิ่ง Influencer มีภาพลักษณ์หรือความสนใจที่ตรงกับสินค้าก็จะยิ่งสามารถโน้มน้าวผู้บริโภคได้ดีมากยิ่งขึ้น
1
3.CF No CC ไลฟ์สดกดจอง กลยุทธ์ทำการตลาดของพ่อค้าแม่ขาย
1
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการเติบโตทางมูลค่าของตลาดต้นไม้ ก็คือกลยุทธ์การขายสุดหัวหมอของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ถึงแม้จะเปิดร้านไม่ได้ แต่ก็สรรหาวิธีการขายสุดครีเอทมากระตุ้นลูกค้าอย่างเรา ๆ เสมอ
หนึ่งในนั้นก็คือ “ไลฟ์สดประมูลต้นไม้” การขายต้นไม้ออนไลน์แบบเรียลไทม์ที่สร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี เพราะพวกเขาสามารถโต้ตอบกับแม่ค้าได้แบบทันที แถมยังเห็นปฏิกริยาของ “คู่แข่ง” หรือลูกค้าคนอื่น ๆ ที่กำลังดูไลฟ์อยู่ด้วย
3
ทำให้เกิดการแย่ง CF ต้นไม้ พร้อมปั่นราคากันอย่างสนุกสนาน ยิ่งเป็นต้นไม้หายากที่มีแค่ต้นเดียว ยิ่งปั่นราคาได้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัว ด้วยสถานการณ์ที่ต้องแข่งขันเพราะเวลาที่มีจำกัด ทำให้สติของลูกค้ามักโดน “กิเลส” และ “สัญชาติการแข่งขัน” ครอบงำ และกดโอนเงินไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
2
ในมุมของการตลาดมันคือการใช้ “Gamification Marketing” ซึ่งคือการนำหลักจิตวิทยาของ Pavlov ที่ใช้สิ่งเร้าในการกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายให้ปฏิบัติตามที่ตนต้องการ โดยใช้การบังคับทางจิตวิทยาก็คือการให้รางวัลหรือการลงโทษ ในที่นี้รางวัลคือการ CF ได้ทันเวลา หรือประมูลสำเร็จ ซึ่งเมื่อทำได้ก็จะยิ่งมีความสุข และรู้สึกอยากเอาชนะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
1
4. Niche Marketing การตลาดเฉพาะกลุ่ม แพงแค่ไหนก็สู้
1
ท่ามกลางกระแสสุดร้อนแรง ทำให้ต้นไม้กลายเป็น “Mass Marketing” ที่ใคร ๆ ก็ให้ความสนใจ แต่ที่จริงแล้วหากมองให้ลึกลงไปอีกนิด จะเห็นว่ายังมีกลุ่มคนผู้รักต้นไม้เป็นชีวิตใจ โดยที่ไม่ได้สนกระแสสังคมภายนอก ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ถือเป็น “Niche Market ” กลุ่มคนขนาดเล็กที่ยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อต้นไม้หายากราคาแพง
1
Niche Marketing คือการทำการตลาดกับคนเฉพาะกลุ่ม โดยมีการแข่งขันต่ำและมีกำไรต่อหน่วยค่อนข้างสูง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีความสนใจเฉพาะทางในด้านนั้น ๆ อยู่แล้ว พวกเค้าจึงไม่ลังเลที่จะซื้อสินค้าที่ต้องการแม้มีราคาแพง เช่นเดียวกับต้นไม้ราคา 1.4 ล้านบาทที่อาจดูแพงในสายตาของคนทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าเป็นกลุ่ม Niche Market สิ่งที่พวกเค้าเห็นไม่ใช่ต้นไม้ทั่วไป แต่เป็น “ต้นมอนสเตร่าด่างพันธุ์มิ้นต์สุดแรร์ที่หายากมาก ๆ ในตลาด” จึงไม่แปลกที่พวกเขาพร้อมจะจ่ายเงินซื้ออย่างไม่ลังเล
1
ปัจจัยทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงหนึ่งในมุมมองการตลาดที่ทำให้ “ตลาดต้นไม้” ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และ “เพราะมนุษย์ล้วนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีสินค้าสุดฮอตตัวใหม่ที่มาล้มแชมป์ต้นไม้ 1.4 ล้านก็เป็นได้ ~
1
โฆษณา