นักวิทย์พบว่าไวรัสไข้หวัดธรรมดายับยั้งไวรัสก่อโรคโควิด-19
(เรียบเรียงโดย ธนกฤต ศรีวิลาศ)
4
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์รู้ดีว่าหากเราติดเชื้อไวรัสสองชนิดพร้อมกัน พวกมันอาจส่งเสริมกันและทำให้เกิดการติดเชื้อมากยิ่งขึ้น หรืออาจยับยั้งกันเองเพื่อให้มีผู้ชนะเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถติดเชื้อในร่างกายมนุษย์ได้
ล่าสุด นักวิจัยสนใจศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างไวรัสก่อให้เกิดโรคโควิด-19กับเชื้อไวรัสชนิดอื่น โดยงานวิจัยนี้ศึกษาเชื้อไรโนไวรัส ที่เป็นเชื้อก่อโรคไข้หวัดทั่วไปในมนุษย์ ซึ่งมีคุณสมบัติคือ อายุขัยสั้น แพร่กระจายได้ดี
นักวิจัยทำการทดลองจนพบว่า หากนำไวรัสก่อโรคโควิด-19 มาทำให้เกิดการติดเชื้อ ปริมาณของเชื้อไวรัสจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ในระยะเวลา 24 – 96 ชั่วโมงหลังติดเชื้อ แต่ถ้าติดเชื้อพร้อมกันกับไรโนไวรัส ปริมาณไวรัสก่อโรคโควิด-19 จะลดลงอย่างรวดเร็ว และตรวจหาเชื้อไม่พบอีกเลยในระยะเวลา 48 ชั่วโมงหลังการติดเชื้อ
2
ไวรัส SARS‑CoV‑2 ที่ก่อโรค COVID 19 ที่มา : Wikipedia
การติดเชื้อไวรัสสองชนิดพร้อมกันนั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในธรรมชาติ นักวิจัยจึงทดลองปล่อยให้เชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ติดเชื้อในทางเดินหายใจก่อน เป็นเวลา24 ชั่วโมง แล้วจึงปล่อยไรโนไวรัสให้ติดเชื้อตามทีหลัง ผลคือ ในช่วงแรก ไวรัสก่อโรคโควิด-19เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆตามปกติ แต่เมื่อมีการติดเชื้อไรโนไวรัสตามมา ปริมาณไวรัสก่อโรคโควิด-19 ลดลงอย่างรวดเร็วอยู่ดี
2
Rhinovirus ที่มา : Wikipedia
สาเหตุที่ทำให้ไวรัสก่อโรคโควิด-19ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ เมื่อมีการติดเชื้อไรโนไวรัสร่วมด้วย เกิดจากความสามารถของเชื้อไรโนไวรัส ที่สามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันอย่าง interferon (IFN) ซึ่งช่วยยับยั้งการติดเชื้อของไวรัสชนิดอื่น แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากอาการไข้หวัดหายไปและภูมิคุ้มกันลดลงแล้ว ไวรัสก่อโรคโควิด-19ก็สามารถติดเชื้อได้อีกอยู่ดี
    หัวแข็ง ชอบพิสูจน์ ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ
    เด็กๆบ้านไหนที่เล่นน้ำเยอะจนเป็นหวัด สามราถโล่งใจได้ในระดับหนึ่งกับผลวิจัยนี้ได้มั้ยครับ