Adobe ราชาแห่งกราฟิก ผู้ได้ประโยชน์ในโลกดิจิทัลมีเดีย
Adobe เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของคนยุคนี้ค่อนข้างมาก
ไม่ว่าเราจะทำอินโฟกราฟิกลงเฟซบุ๊ก แต่งรูปลงอินสตาแกรม
ตัดต่อวิดีโอลงยูทูบ หรือแม้แต่ทำรูปประกอบโพสต์
เราก็มักจะมีโปรแกรมคู่ใจจากค่าย Adobe เป็นเพื่อนทั้งนั้น
และเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา บริษัท Adobe ได้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2021
(ครอบคลุมตั้งแต่ 1 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม ปี 2021) ผลปรากฏว่าทั้งรายได้และกำไร
ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้
ส่งผลให้มูลค่าของบริษัท Adobe ปรับตัวขึ้นอีก 3%
ดันให้บริษัทแห่งนี้ มีมูลค่า 8.5 ล้านล้านบาท
แล้ว Adobe เติบโตดีขนาดไหน ? มาดูกัน
ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าปัจจุบัน Adobe มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ?
ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันเป็นประจำ เช่น
Adobe Photoshop โปรแกรมสำหรับแต่งภาพ
Adobe Illustrator โปรแกรมสำหรับวาดภาพ สร้างภาพเวกเตอร์
Adobe InDesign โปรแกรมสำหรับสร้างสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือ นิตยสาร
Adobe Premiere Pro โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ
Adobe XD โปรแกรมออกแบบ UI/UX สำหรับแอปพลิเคชัน
สรุปง่าย ๆ ก็คือ Adobe มีผลิตภัณฑ์สำหรับการทำกราฟิก
และคอนเทนต์ประเภทภาพ เสียง วิดีโอแทบจะทุกแบบบนโลก
ทีนี้ เรามาดูผลประกอบการไตรมาสที่ 2 บริษัท Adobe
รายได้ 120,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%
กำไร 35,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่กำไรไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็เพราะว่าปีนี้ Adobe มีค่าใช้จ่ายพิเศษทางภาษี
หากเราตัดรายการนี้ออกไปและดูเฉพาะกำไรจากการดำเนินงาน
ไตรมาสที่ 2 ปี 2020 มูลค่า 31,940 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 ปี 2021 มูลค่า 44,200 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่ากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 38% ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้
สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายในหลายส่วนเริ่มคงที่หรือเพิ่มขึ้นไม่มาก เช่น ค่าใช้จ่ายทางการตลาด, ค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา ส่งผลให้รายได้สมาชิกจากลูกค้าที่เข้ามาใหม่ไหลลงไปเป็นกำไรทันที
1
โดย Adobe มีรายได้แบ่งตามธุรกิจหลักออกเป็น
ธุรกิจ Digital Media (Creative Cloud และ Document Cloud) 73%
ธุรกิจ Digital Experience 24%
ธุรกิจโฆษณา 3%
Cr. Hitech Glitz
การเติบโตของธุรกิจกลุ่ม Digital Media ในไตรมาสที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากฐานลูกค้าสมาชิกรายเดือนที่เพิ่มขึ้นจากแคมเปนการตลาดที่เติบโตขึ้นทั่วทุกมุมโลก
1
ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุว่าซอฟต์แวร์ของบริษัทมีความต้องการจากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกม, รถยนต์, แฟชั่น, อีคอมเมิร์ซ รวมถึงการศึกษา
2
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจ Digital Experience หรือซอฟต์แวร์บริหารระบบการสร้างประสบการณ์ลูกค้าก็ได้มีความต้องการมากขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในหลายอุตสาหกรรมเช่นกัน
โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2021 บริษัท Adobe มีรูปแบบรายได้
มาจากระบบสมาชิกรายเดือน 92% และการขายขาด 8%
 
จุดที่น่าสนใจก็คือ Adobe เป็นบริษัทที่ปรับโมเดลทางธุรกิจจากการขายโปรแกรมขาดครั้งเดียวเป็นรายได้ประจำ หรือ Recurring Income ได้อย่างรวดเร็ว
สะท้อนให้เห็นภาพจากการเปิดตัวระบบสมาชิก Adobe Creative Cloud ปี 2013
ถึงวันนี้ นับเป็นเวลาไม่ถึง 8 ปี Adobe มีรายได้เกือบทั้งบริษัทมาจากระบบสมาชิกแล้ว
Cr. ProDesignTools
สำหรับกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ Adobe เป็นลูกค้าองค์กรที่จ่ายให้กับพนักงานในบริษัทเป็นหลัก
ยกตัวอย่างลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท เช่น ByteDance เจ้าของ TikTok, Netflix, Microsoft และ Unity ทำให้รายได้มีความสม่ำเสมอและผันผวนต่ำกว่า
เมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีที่มีโมเดลสมาชิกรายเดือนแต่เป็นบริการที่ขายให้กับบุคคลทั่วไปเป็นหลัก
นอกจากนี้ บริษัทก็ยังได้รายงานว่าไตรมาสนี้เป็นไตรมาสที่บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสูงที่สุดในประวัติศาสตร์และก็คาดการณ์รายได้ไตรมาสถัดไปไว้ที่ 122,000 ล้านบาท
คิดเป็นการเติบโต 22% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
จากทั้งผลประกอบการ การคาดการณ์และตัวธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตตามการผลิตคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นในแทบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในระยะยาว
ก็ได้ทำให้ตอนนี้ หุ้น Adobe ได้ถูกซื้อขายกันในราคาที่สูงขึ้น จนมีมูลค่ามากถึง 8.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเลยทีเดียว..
1
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลบริษัท ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
    Education 101
    Adobe ครองตลาดจริง ๆ ครับ