แกรมมี่มั่นใจ ธุรกิจเพลงในปี 2564 ยังไปได้สวย ภายใต้โควิด-19
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) จัดกิจกรรมพบปะนักลงทุนประจำไตรมาสที่ 1/2564 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีคุณธนากร มนูญผล รองกรรมการผู้อำนวยการ หน่วยงาน Group Investment ร่วมนำเสนอและตอบคำถามกับนักลงทุน โดยได้พูดถึงทิศทางต่อไปในอนาคตภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่สามอีกด้วย
โดยในไตรมาสที่ 1/2564 แกรมมี่มีผลประกอบการแบ่งเป็น ธุรกิจเพลงแบบครบวงจร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.5, ธุรกิจขายสินค้าผ่านโทรทัศน์ภายใต้แบรนด์ โอ ช้อปปิ้ง ร้อยละ 35.1, ธุรกิจแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียม จีเอ็มเอ็ม แซท ร้อยละ 6.1, ธุรกิจภาพยนตร์โดย จีดีเอช 559 ร้อยละ 5.3 และกิจการร่วมการค้า เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร้อยละ 7.0 โดยรายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากธุรกิจเพลงเป็นหลัก ถือเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจคอนเทนต์เพลงเต็มรูปแบบในประเทศไทยอีกด้วย ด้วยความเชื่อว่าการเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์จะสามารถสร้างการเติบโตในระยะยาว ทั้งในด้านการผลิต และจัดจำหน่าย
แต่ด้วยการเกิดโรคระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สาม ทำให้แกรมมี่ยังไม่สามารถทำธุรกิจที่รวมคนหมู่มากได้ ซึ่งเป็นความยากลำบากพอสมควร ทำให้รายได้ในส่วนนี้ตกลง และมีผลต่อแผนธุรกิจโดยรวมพอสมควร แต่ถ้าสถานการณ์โอเคขึ้น อาจจะกลับมาดำเนินงานได้ตามแผนเดิม นอกเหนือจากนี้ในโอ ช้อปปิ้ง ที่เน้นการร่วมการค้ากับสินค้ายอดนิยมเป็นหลัก ซึ่งจะทยอยผลิตสินค้าขายผ่านช่องทางที่มีอยู่ได้ เช่น โอทูคิส ที่ร่วมมือกับ โรจูคิส
จีดีเอช 559 แน่นอนว่ายังมีผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้โรงภาพยนตร์ต้องปิดตัวลง ซึ่งส่งผลต่อรายได้ตกลงไปมากกว่าร้อยละ 60 แต่ช่องทางอื่นๆ ผ่านแพลตฟอร์ม OTT ยังสามารถจัดจำหน่ายได้ต่อ เช่นกรณีของ GHOST LAB ที่เดิมจะไปฉายในโรงภาพยนตร์ ทางจีดีเอชปรับตัวด้วยการนำไปเปิดตัวบน Netflix แทน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างดี ซึ่งยังมีแพลนที่จะเปิดตัวหนังอีก 3 เรื่องในปีนี้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโควิด-19 ซึ่งถ้าโรงภาพยนตร์เปิดได้ก็อาจจะไปฉายในโรงภาพยนตร์เป็นหลัก
ส่วนธุรกิจเพลงที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง คือธุรกิจการจัดคอนเสิร์ตที่ต้องรวมคนหมู่มากจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ไม่มีรายได้เลยในไตรมาส 1/2564 ในส่วนของรายได้จาก Digital Music นั้นถูกแบ่งรายได้มาเป็นรายได้จาก 3G เช่น Streaming ต่างๆ เป็นต้น และรายได้จาก 2G เช่น *123 แกรมมี่ได้หมดเลย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา
โดยสรุปในภาวะโควิด-19 ที่ผ่านมานี้ แกรมมี่ได้รับผลกระทบในเชิงธุรกิจทั้งในส่วนของธุรกิจเพลงหลักทั้งหมด และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง คือโรงเรียนสอนดนตรี และ LIVE HOUSE Business ด้วย ซึ่งการรับมือในไตรมาสต่อๆ ไป คือ การรุกธุรกิจ Digital Music เป็นหลัก รวมถึงการจัดการบริหารเพลงให้เกิดประสิทธิภาพจากการที่มีคลังเพลงมากกว่า 36 ปี มากกว่า 30,000 เพลง และเน้นการขยายคอนเทนต์ในการผลิตมากขึ้น รวมไปถึงปรับแผนคอนเสิร์ตไปในไตรมาส 3-4/2564 ซึ่งโดยปกติแต่ละปีต้องจัดงานอยู่ที่ 16 งานต่อปี แต่การปรับแผนในครั้งนี้อาจทำให้ได้จัดแค่ 8 งานในปี 2564 เท่านั้น
คิดถึงเรื่องสื่อ เปิด #ส่องสื่อ
ติดตามเราได้ทาง www.songsue.co
ติดต่อโฆษณา ad@modernistthai.com