มีบัญชีอยู่แล้ว?
เมื่อศึกวัคซีน สะท้อนอนาคต Tech War
Blockdit Originals โดย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร
 
หลายคนอาจสงสัยว่า วัคซีนซึ่งเป็นเรื่องสาธารณสุข มาเกี่ยวข้องอะไรกับการแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจ
แต่จริงๆ แล้ว การแข่งขันเรื่องวัคซีนระหว่างจีนและสหรัฐฯ สามารถใช้เป็นภาพสะท้อนจุดแข็งและจุดอ่อนด้านเทคโนโลยีของทั้งฝั่งสหรัฐฯ และจีนได้เป็นอย่างดี
11
วัคซีนจีนเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (inactivated virus) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิม เก่าแก่ ใช้มายาวนานในวงการแพทย์
2
มีใครสงสัยเหมือนผมไหมว่า ทำไมจึงมีแต่จีนที่ผลิตวัคซีนเชื้อตายมาสู้กับโควิด ในขณะที่วัคซีนของประเทศอื่นล้วนใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น ของ AstraZeneca (ค่ายอังกฤษ) ใช้เทคโนโลยี viral vector ส่วนวัคซีนค่ายสหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยี mRNA ซึ่งไม่เคยใช้มาก่อนในโลก
7
คำตอบก็คือ การผลิตวัคซีนชนิดเชื้อตาย ต้องใช้ต้นทุนการผลิตที่สูงมาก ต้องอาศัยมาตรฐานโรงงานที่สูง และต้องใช้แรงงานทักษะจำนวนมหาศาล เพราะต้องมีการเพาะเชื้อไวรัส และนำเชื้อไวรัสมาฆ่าในห้องปฏิบัติการ จนเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นวัคซีน
13
หากจะผลิตวัคซีนโควิดชนิดเชื้อตายในประเทศอื่นให้ได้ปริมาณวัคซีนจำนวนมาก ต้นทุนการผลิตจะสูงทะลุเพดาน ทั้งยังต้องอาศัยความสามารถในการสร้างโรงงาน ห้องปฏิบัติการ กระบวนการควบคุมการผลิต แรงงานทักษะ
3
ทั้งหมดนี้ไม่ง่ายเลยครับที่ประเทศใดก็ตามจะทำได้ในเวลาที่รวดเร็วภายใต้ต้นทุนที่ต่ำเหมือนกับจีน
2
การที่วัคซีนสองตัวแรกของจีนทั้ง Sinovac และ Sinopharm เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย จึงสะท้อนจุดแข็งในภาคเทคโนโลยีของจีนสองข้อ
1
ข้อแรก คือ ความสามารถด้านการผลิต ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการสร้างโรงงาน การออกแบบกระบวนการผลิต การมีแรงงานทักษะจำนวนมหาศาล ทั้งหมดภายใต้ต้นทุนที่ควบคุมได้
2
ข้อสอง คือ ความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยีดั้งเดิม จีนพัฒนาวัคซีนจากการศึกษาต่อยอดจากฐานเทคโนโลยีเก่าแก่ ไม่ต่างจากเทคโนโลยีประยุกต์มากมายในจีนที่สร้างจากฐานเทคโนโลยีเดิมที่ใช้แพร่หลายในปัจจุบัน
หากวงการแพทย์หยุดอยู่ที่เทคโนโลยีวัคซีนชนิดเชื้อตาย ก็คงมีแต่จีนที่คิดค้นและผลิตวัคซีนออกสู่ตลาดได้เร็วกว่าเพื่อน แต่นี่เป็นยุคของการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี การปฏิวัตินวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ (Next Generation) ที่พลิกโฉมของเดิมด้วยฐานคิดใหม่ทั้งหมด
13
นี่เองคือจุดแข็งของสหรัฐฯ ที่เข้ามาปฏิวัตินวัตกรรมการแพทย์ด้วยเทคโนโลยี mRNA ซึ่งเป็นการสร้างสารพันธุกรรมสังเคราะห์ที่จำลองมาจากสารพันธุกรรมของไวรัส แทนการใช้เชื้อตายทั้งตัวของไวรัส ผลลัพธ์คือวัคซีนชนิดใหม่นี้ประสิทธิภาพสูงเกิน 90% เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนชนิดเชื้อตายที่ประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง 50-80%
4
สิ่งที่หลายคนเคยปรามาสสหรัฐฯ อย่างต้นทุนแรงงานที่สูงและการขาดความสามารถด้านการผลิต จึงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะวัคซีน mRNA สามารถผลิตปริมาณมหาศาลได้ง่าย ใช้ต้นทุนถูก ไม่ต้องใช้ห้องปฏิบัติการหรือโรงงานขนาดใหญ่ ไม่ต้องอาศัยแรงงานทักษะมหาศาล ใช้เพียงบุคลากรนักวิจัยระดับแนวหน้าที่ดูแลการวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวนไม่มากเพื่อออกแบบสารพันธุกรรมสังเคราะห์ให้เหมาะสมเท่านั้นเอง
7
ผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงวาดภาพอนาคตว่า การผลิตวัคซีน mRNA ในอีกไม่กี่ปีอาจง่ายถึงขนาดที่ทำเป็นเหมือนเครื่องถ่ายเอกสารติดตั้งในประเทศยากจน เพียงแต่มีแบบของสารพันธุกรรมที่ออกแบบและส่งมาจากห้องแล็บในสหรัฐฯ ก็สามารถกดปุ่มหนึ่งคลิก เครื่องก็จะสังเคราะห์สารพันธุกรรมผสมเป็นวัคซีนออกมาได้เลย ไม่ต้องใช้โรงงานใหญ่โตผลิตอีกต่อไป
8
เทคโนโลยีรุ่นใหม่ “Next Generation” หลายอย่างของสหรัฐฯ ก็เหมือนกับเรื่องวัคซีน คือพลิกฐานคิดเดิม และไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานมหาศาลหรือโรงงานขนาดใหญ่อีกต่อไป
2
ตอนนี้ไบเดนได้ประกาศทุ่มสุดตัวกับการพลิกฐานคิดเช่นในเรื่องเซมิคอนดักเตอร์สำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล เรื่องแบตเตอรี่สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
1
สหรัฐฯ มุ่งหวังจะเป็นผู้นำโลกต่อไปด้วยการปฏิวัตินวัตกรรม ไม่ใช่เพียงต่อเติมเสริมแต่งจากเทคโนโลยีเก่าแบบจีน
2
หลายคนฟันธงว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ สหรัฐฯ ย่อมชนะในศึกวัคซีนและศึกเทคโนโลยี แต่ใจเย็นก่อนครับ เพราะปรากฏว่า จีนเองกลับสามารถแหวกวงล้อมได้อย่างรวดเร็ว
2
อย่าลืมครับว่า ไม่มีประเทศใดผูกขาดเทคโนโลยีอยู่เพียงผู้เดียว ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี mRNA ที่เรากำลังพูดถึงนั้น บริษัท BioNTech ของเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีนี้ ได้ร่วมมือกับ Pfizer ในสหรัฐฯ ผลิตวัคซีน mRNA ออกมาเป็นเจ้าแรกของโลก
5
แต่ไม่นานต่อมา ก็ไปตกลงร่วมมือกับบริษัทจีนอย่าง Fosun Pharma เพื่อผลิตวัคซีน mRNA แบบเดียวกับ Pfizer สำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ โดยตั้งเป้าว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในจีนตั้งแต่เดือนสิงหาคม ก็ใครจะปฏิเสธแรงดึงดูดของตลาดขนาดใหญ่ของจีนได้ล่ะครับ
2
ในขณะเดียวกัน จีนเองก็พร้อมทุ่มเงินทุนมหาศาลให้กับเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว บริษัทจีน Abogen ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์ของกองทัพจีน กำลังเร่งพัฒนาวัคซีน mRNA ของตนเองและได้เข้าสู่การทดลอง Phase 3 ไปแล้วในเดือนพฤษภาคม
1
ส่วนบริษัทจีนอีกแห่งอย่าง Stemirna Therapeutics ก็เพิ่งระดมทุนเพิ่มอีก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาวัคซีน mRNA อีกตัว ซึ่งตอนนี้ก็เข้าสู่การศึกษา Phase 2 เรียบร้อยแล้ว
ศึกวัคซีนจึงเป็นภาพจำลองหมัดชกและหมัดสวนในเรื่องเทคโนโลยีของทั้งสองมหาอำนาจ จีนเก่งประยุกต์และมีความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมการผลิต จนเหมือนสหรัฐฯ กำลังจะตกเวที แต่สหรัฐฯ ก็พลิกเกมสวนกลับด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เกือบจะทำจีนตกขบวน
5
แต่จีนก็สวนหมัดกลับด้วยการเรียนรู้ของใหม่อย่างรวดเร็ว โดยร่วมมือกับบริษัทจากประเทศที่สาม อาศัยอำนาจต่อรองจากตลาดขนาดมหึมา และทุ่มทุนเพื่อเร่งคิดทำเองให้ได้เช่นกัน
7
ศึกวัคซีนจึงยังมีภาคต่ออีกหลายยก อีกไม่นาน ก็คงจะเห็นจีนเริ่มส่งออกวัคซีน mRNA แข่งกับค่ายสหรัฐฯ
เรื่องวัคซีนยังสะท้อนปรากฏการณ์ใหม่ในภาคเทคโนโลยี นั่นคือ การเปลี่ยนจากยุค “หนึ่งห่วงโซ่โลก” เป็นยุค “สองห่วงโซ่แยก” เพราะจีนและสหรัฐฯ ต่างคิดถึงความมั่นคงของซัพพลายเชนเป็นตัวตั้ง เช่นถือหลักว่าห่วงโซ่การผลิตวัคซีนต้องยืนได้บนขาของตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบหรือเทคโนโลยีจากอีกฝั่งหนึ่ง
10
อย่างประเทศไทยโชคดีที่มีโรงงานผลิตวัคซีนภายในประเทศ จึงมีความมั่นคงระดับหนึ่ง แต่ก็มีคนเล่าว่าวัตถุดิบบางอย่างหรือหัวเชื้อในการผลิตวัคซีน ไทยเรายังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้เราไม่สามารถจำกัดการส่งออกวัคซีนได้เต็มที่ เพราะหากทำเช่นนั้น บริษัทแม่ก็จะไม่ส่งหัวเชื้อให้เรา ในขณะที่จีนและสหรัฐฯ สามารถผลิตวัคซีนได้เองครบห่วงโซ่ภายในประเทศหรือภายในกลุ่มประเทศพันธมิตร โดยไม่ต้องพึ่งพาอีกฝั่ง
9
ไม่ใช่เพียงเรื่องวัคซีนเท่านั้น แต่เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เครื่องมือการแพทย์ยุคใหม่ ไปจนถึงเทคโนโลยี 5G ทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างกำลังวางแผนห่วงโซ่การผลิตที่ตัดฝ่ายตรงข้ามออกจากห่วงโซ่
ผลคืออนาคตย่อมเกิดสองห่วงโซ่เทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2
ปรากฏการณ์สำคัญสุดท้ายที่เป็นผลจาก Tech War ที่ดุเดือดระหว่างสองยักษ์ ก็คือ สปีดของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะเร็วขึ้นอย่างทบทวีคูณ
3
วัคซีนปกติจะใช้เวลาเฉลี่ยอย่างน้อย 10 ปี ในการคิดค้น แต่วันนี้ทั้งสองฝั่งเข็นวัคซีนเข็มแรกออกมาได้ภายใน 8 เดือน เพราะรัฐบาลทั้งสองฝั่งทุ่มเม็ดเงินสุดตัว
1
ในเทคโนโลยียุทธศาสตร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดัคเตอร์ รถยนต์พลังงานสะอาด ไปจนถึงรถยนต์ไร้คนขับ รัฐบาลทั้งสองประเทศต่างทุ่มเงินอุดหนุนเต็มที่ให้กับการพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ได้ปล่อยไปตามกลไกตลาดหรือตามยถากรรมของการระดมทุนจากภาคเอกชนเช่นในอดีต
2
สหรัฐฯ เพิ่งออกร่างกฎหมายยุทธศาสตร์เทคโนโลยี จะทุ่มเงิน 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Next Generation ในด้านต่างๆ
ในขณะที่ในแผนพัฒนาฉบับที่ 14 (ค.ศ. 2021-2025) ของจีนเองก็ประกาศทุ่มงบไม่อั้น และพูดชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่จีนต้องเปลี่ยนจากเทคโนโลยีประยุกต์มาเป็นการขับเคลื่อนการปฏิวัตินวัตกรรมเช่นเดียวกัน
4
การแข่งขันระหว่างสองขั้วเทคโนโลยี ซึ่งเดิมพันหน้าตาของมหาอำนาจและเดิมพันว่าใครจะครองอนาคต ย่อมผลักให้โลกหมุนด้วยสปีดจรวด
คน ธุรกิจ และประเทศที่ยังเคลื่อนช้าเหมือนเต่าคลาน ก็เตรียมตกขบวนเศรษฐกิจใหม่ที่จะมาถึงเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว
7
    Francisco TL
    สนับสนุน20 เพชร
    ชอบอ่านครับ
    ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆที่มีประโยชน์ครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ธรรมนัสระบุ ต่อให้ไม่มีตำแหน่งใดๆ เลย ก็จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป จับตาประชุมพลังประชารัฐในวันถูกเขย่าเก้าอี้ วานนี้ (27 ตุลาคม) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดพะเยา ได้เขียนข้อความทางเฟซบุ๊กระบุว่า ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า ต่อให้ผมไม่มีตำแหน่งใดๆ เลย เหมือนก่อนเข้ามาในวงจรการเมือง เป็นเพียง ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ผมก็จะอุทิศตนช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่เหมือนเดิมตามที่ผมได้ตั้งใจไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
      ยกเลิกอัญเชิญพระเกี้ยว สู่การสำรวจยกเลิกงานฟุตบอล มองปรากฏการณ์สังคมเห็นต่าง ปมนิสิตเลิกอัญเชิญพระเกี้ยว เตรียมยกระดับ ยกเลิกงานบอลฯ ด้านจุฬาฯ แถลงการณ์เตือนนิสิต เตรียมลงโทษวินัยหากแสดงออกผิดระเบียบ-กฎหมาย พูดคุยกับ ธันยธรณ์ โรจน์มหามงคล ประธานฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศิวกรณ์ ทัศนศร รักษาการนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จับตาพลังประชารัฐปรับโครงสร้างพรรคพรุ่งนี้ หลัง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นัดหมายประชุมกรรมการบริหารพรรคด่วนในวันพรุ่งนี้ (28 ตุลาคม) หลังมีแรงกระเพื่อมภายในพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ที่ลุกลามจากเกมโหวตไม่ไว้วางใจ ต่อเนื่องมาจนถึงการเดินเกมแรง บีบให้ ร.อ. ธรรมนัส พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการพรรค ด้วยข้ออ้างปรับโครงสร้างใหม่เพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์และนโยบาย
      โคโดะ นิชิมุระ พระสงฆ์ผู้ใส่สบงคู่กับรองเท้าส้นสูง ชายหนุ่ม LGBT++ ผู้เป็นทั้งช่างแต่งหน้าและพระสงฆ์ในเวลาเดียวกัน🙏
      UPDATE: นายกรัฐมนตรี ฉีดวัคซีนไฟเซอร์บูสเตอร์โดส กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ก่อนบินไปร่วม COP 26 ที่กลาสโกว์ สกอตแลนด์ วันนี้ (28 ต.ค 64) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ยี่ห้อไฟเซอร์ โดยมีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ฉีดให้ หลังการฉีด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ก็โอเค มีภารกิจที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ เลยต้องได้รับการฉีดวัคซีน และผู้นำต่างประเทศทุกท่านก็ได้รับการฉีดวัคซีน
      ดูทั้งหมด