2 เข็มอาจไม่พอ!!! มาทำความรู้จักกับ Booster dose กระตุ้นภูมิคุ้มกันสู้กับ COVID 19
1
เมื่อจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ Coronavirus คือความสามารถในการกลายพันธ์ได้อย่างรวดเร็วและบางสายพันธ์ เช่น สายพันธ์ Delta มีความรุนแรงและอันตรายมากขึ้น ผู้ผลิตวัคซีนต่างๆ จึงจำเป็นต้องหาหนทางใหม่ในการสู้กับไวรัสมรณะดังกล่าว และแผนการสําหรับการพัฒนาวัคซีนในระยะต่อไปคือการพัฒนา Booster dose เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันพร้อมสู้กับไวรัสสายพันธ์ใหม่ต่างๆ ครับ
3
ความจำเป็นของ Booster dose
แน่นอนว่าการได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานให้ครบ dose ตามที่ควรจะเป็นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกัน (Advisory Committee on Immunization Practices: ACIP) ได้มองไปในอีกมุมหนึ่งครับ เนื่องจากในปัจจุบันนักวิจัยได้พบว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับการวัคซีนครบตามจำนวน dose อาจจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปีหรือมากกว่านั้นครับ และแน่นอนส่วนที่สำคัญที่สุดคือวัคซีนในปัจจุบันมีประสิทธิภาพในการกันไวรัสกลายพันธ์บางสายพันธ์ได้ไม่ดีนักครับ
เพื่อป้องกันและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ปลอดภัยที่สุดจากสายพันธุ์ coronavirus ดั้งเดิมและตัวแปรที่เกิดขึ้นใหม่ ทาง ACIP จึงได้พิจารณาศึกษาการฉีดวัคซีนเสริมเข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือ Booster dose ขึ้นครับ โดยหลักการของ Booster dose จะค่อนข้างคล้ายกับวิธีการฉีด Booster dose ป้องกันเชื้อบาดทะยักทุก ๆ 10 ปีหรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่แตกต่างกันในแต่ละปีครับ อย่างไรก็ตามทาง Centers for Disease Control (CDC) ได้ออกมากล่าวว่าปัจจุบันยังต้องการองค์ความรู้เรื่องการฉีด Booster dose อีกมาก และยังไม่แนะนำให้มีการฉีด Booster dose ในกับคนหมู่มาก แต่อย่างไรก็ตามบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลจากทางแพทย์เป็นระยะเวลายาวนาน ผู้สูงอายุ บุคคลที่มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน และบุคลากรทางการแพทย์อาจต้องได้รับ Booster dose ในอนาคตอันใกล้ครับ
2
พัฒนา Booster dose เทียบกับการฉีดวัคซีนใหม่ทั้งชุด
Dr. William Moss ศาสตราจารย์และผู้อํานวยการบริหารของศูนย์การเข้าถึงวัคซีนระหว่างประเทศจาก Johns Hoplins Bloomberg School of Public Health กล่าวว่าการฮีด Booster dose ก็เหมือนการย้ำเตือนภูมิคุ้มกันของคนเราให้จดจำอันตรายอยู่เสมอ เมื่อเราได้รับไวรัสที่อันตรายเข้ามา ร่างกายจะได้ตอบสนองต่อเชื้อร้ายได้อย่างรวดเร็วครับ แต่ในกรณีของวัคซีน COVID-19 ยังไม่แน่ชัดครับ เพราะวัคซีนดังกล่าวใช้เวลาในการพัฒนาสั้นมาก และยังถือว่าใหม่มากๆ ดังนั้นนักวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าภูมิคุ้มกันจะคงอยู่ในระดับที่ใช้ต้านไวรัสได้นานแค่ไหน แต่นักพัฒนาวัคซีนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ทราบข้อเท็จจริงนี้ดีและต้องเฝ้าระวังตัวไวรัสสายพนัธ์ใหม่ที่อาจหลบหนีภูมิคุ้มกันได้ครับ
โดยปกติปริมาณของ Booster dose ในการป้องกันเชื้อไวรัสทั่วไปมักจะใช้วัคซีนชนิดเดียวกันที่คนได้รับก่อนหน้าเพื่อเตือนระบบภูมิคุ้มกันให้เฝ้าระวังเชื้อโรค แต่ Booster dose สำหรับ COVID-19 อาจจะสามารถใช้วัคซีนที่ต่างชนิดได้ครับ ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ
1
แล้วเราต้องการ Booster dose บ่อยแค่ไหน?
การคาดการณ์จำนวนครั้งและระยะเวลาในการรับ Booster dose เป็นเรื่องที่ยากมากครับ โดย Dr. Anthony Fauci ผู้อํานวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติก็ไม่สามารถตอบได้ครับ โดย Dr. Fauci ได้กล่าวว่าแม้ว่าเราจะไม่สามารถบอกได้ แต่เราก็ต้องเตรียมตัวเพื่อที่สุดท้ายเราอาจจะต้องการ Booster dose ครับ
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายบริษัทที่พัฒนาวัคซีน COVID 19 คาดการณ์ว่าประชาชนโลกอาจต้องได้รับ Booster dose ภายในระยะเวลาหนึ่งปี แต่การคาดการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางครับ
นักวิจัยได้คาดว่าประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสจะมีผลต่อระยะเวลาในการที่ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดลงครับ โดยการศึกษาแสดงให้เห็นว่าวัคซีนที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี mRNA เช่น Pfizer หรือ Moderna จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสมากกว่า 90% วัดที่ 6 เดือนหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน และนักวิทยาศาสตร์คิดว่าตัวภูมิคุ้มกันน่าจะคงอยู่ได้นานกว่านั้นครับ อย่างไรก็ตาม Dr. Fauci ยังไม่แน่ใจว่ากลไกที่ภูมิคุ้มกันค่อยๆ ลดลงช้าหรือเร็วมีปจจัยมาจากอะไรครับ
อย่างไรก็ตามเราคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าวัคซีน Booster dose จะเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันได้มากแค่ไหน และการได้รับวัคซีนดังกล่าวจะช่วยให้ป้องกันไวรัสกลายพันธ์ได้หรือไม่ครับ
    สาวเมืองลิง🐒
    เข็มแรกอยู่หนายยยยย