ใครคิดค้น #แฮชแท็ก เครื่องหมายสำคัญของโลก
2
สมัยก่อน ถ้านึกถึงเครื่องหมาย # ในชีวิตประจำวันเรา
เครื่องหมายดังกล่าวคงเป็นเพียงปุ่มบนโทรศัพท์มือถือ
แต่ในปัจจุบันเครื่องหมาย # หรือที่เรียกกันว่า “แฮชแท็ก” สามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อย่างเช่น Instagram, Facebook และ TikTok รวมทั้งยังเป็นฟีเชอร์หลักของ Twitter
1
นอกจากนั้นเครื่องหมายแฮชแท็กยังถูกใช้อย่างแพร่หลายจนออกไปสู่นอกโลกอินเทอร์เน็ต เช่น การนำไปเป็นแคมเปนการตลาดอีกด้วย
1
แล้วเราเคยสงสัยหรือไม่ว่าใครกันเป็นคนคิดแฮชแท็ก
มันถูกนำมาใช้บนโซเชียลมีเดียครั้งแรกเมื่อไหร่
และมันสามารถเปลี่ยนแปลงโลกอินเทอร์เน็ตไปได้อย่างไรบ้าง ?
#ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
1
ย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน หรือในปี 2007 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ชื่อว่า Twitter เพิ่งเริ่มเปิดตัวไปได้ไม่นาน ซึ่งทางผู้พัฒนาได้เริ่มให้ผู้คนที่อยู่ในละแวกเดียวกัน นั่นก็คือที่ซิลิคอนแวลลีย์ เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มทดลองใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นกลุ่มแรก
หนึ่งในนั้นก็คือคุณ “Christopher Reaves Messina” ซึ่งในขณะนั้นมีอายุ 26 ปี และทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และเป็นที่ปรึกษาด้านอินเทอร์เน็ต อยู่ที่ซิลิคอนแวลลีย์
1
เขามองว่าสิ่งสำคัญที่ Twitter ยังขาดอยู่ก็คือ ไม่มีการจัดหมวดหมู่ของข้อความที่เป็นประเด็นเดียวกัน
จึงทำให้การพูดคุยแบบกลุ่มหรือการค้นหาเรื่องราวตามความสนใจในแต่ละประเด็นทำได้ยาก
ด้วยความที่ Messina คุ้นเคยกับระบบแช็ตออนไลน์อยู่แล้ว เขาจึงนึกถึงการใช้เครื่องหมาย # ที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 1988 ในระบบแช็ตบนอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Internet Relay Chat หรือ IRC ซึ่งคล้ายกับ MSN ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย
2
การใช้งานเครื่องหมาย # บนระบบ IRC คือการใช้พิมพ์นำหน้าคำหรือวลีที่เป็นหัวข้อสนทนา
เขาเลยเกิดไอเดียว่าน่าจะนำเครื่องหมาย # มาใช้จัดหมวดหมู่ประเด็นการพูดคุยใน Twitter บ้าง
3
โดยสิ่งที่พิมพ์อยู่หลังเครื่องหมาย # จะทำให้สามารถคลิกเข้าไปได้และจะนำไปสู่คลังข้อความที่โพสต์โดยใครก็ตามที่พิมพ์ # แล้วตามด้วยคำคีย์เวิร์ดเดียวกัน
4
ที่สำคัญก็คือนอกจากด้านการเป็นผู้ติดตามประเด็นต่าง ๆ แล้ว
ประโยชน์ของเครื่องหมาย # ยังทำให้ผู้ใช้งาน Twitter ทุกคนเป็นผู้สร้างประเด็นขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
2
Messina จึงเขียนอธิบายไอเดียทั้งหมดของเขา แล้วนำไอเดียนี้ไปเสนอที่สำนักงานของ Twitter ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นออฟฟิศขนาดเล็กที่ไม่มีแม้แต่ผู้ดูแลตรงประตูทางเข้า ทำให้เขาเดินเข้าไปได้เลย และได้เจอกับ Biz Stone หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter
2
Stone รับฟังไอเดียที่ Messina นำเสนอแบบผ่าน ๆ และบอกเขาว่า มันดูเนิร์ดเกินไป ไม่มีทางได้รับความนิยมหรอก
แม้ว่าไอเดียของเขาจะถูกปฏิเสธ แต่ Messina ยังเชื่อว่าการจัดกลุ่มประเด็นสนทนาเป็นสิ่งที่ Twitter ควรมี
เขาเลยลองทวีตถามผู้ใช้งาน Twitter เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 2007 ว่า
"how do you feel about using # (pound) for groups. As in #barcamp [msg]?"
1
หรือก็คือ คิดเห็นอย่างไรกับการใช้เครื่องหมาย # สำหรับการจัดกลุ่มประเด็นสนทนาแบบใน BarCamp ซึ่งเป็นชื่อของแพลตฟอร์มแช็ตออนไลน์
อีก 3 วันถัดมา Stowe Boyd ผู้เป็นบล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยีอยู่แล้ว
ได้เขียนบทความที่ชื่อว่า “Hash Tags = Twitter Grouping” ซึ่งอธิบายการใช้เครื่องหมาย # ใน Twitter ของ Messina โดยคำว่า Hash ก็มาจากชื่อเรียกเครื่องหมาย # ของคนอังกฤษและเหล่าโปรแกรมเมอร์
1
Cr.en.wikiquote
นั่นจึงทำให้เครื่องหมาย # ที่ใช้ใน Twitter มีชื่อเรียกว่าแฮชแท็กตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และวันที่ 23 สิงหาคม ปี 2007 ได้กลายเป็นวันเกิดของแฮชแท็ก โดยมี #barcamp เป็นแฮชแท็กแรกของโลก
3
2 เดือนถัดมา แฮชแท็กได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายเป็นครั้งแรก และในเดือนตุลาคม ปีเดียวกันนั้นเอง
ก็ได้เกิดเหตุการณ์ไฟป่าที่เมืองซานดิเอโก เพื่อนของ Messina ได้ใช้ Twitter เพื่อโพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์ เขาเลยบอกเพื่อนให้ลองใช้แฮชแท็ก #sandiegofire
หลังจากทวีตข้อความที่มีแฮชแท็กไป ก็มีผู้ใช้งาน Twitter เริ่มใช้แฮชแท็กนี้ตามกันมากมาย จนกลายเป็นประเด็นสนทนาที่มีผู้ร่วมพูดคุยเป็นวงกว้าง ทั้งเพื่อติดตามและช่วยกันอัปเดตสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้น
และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่แสดงให้ผู้พัฒนา Twitter เห็นถึงความสำคัญของการจัดกลุ่มประเด็นสนทนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ใช้งานทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเข้าด้วยกันได้
หลังจากนั้นการใช้แฮชแท็กใน Twitter ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จน 2 ปีถัดมา หรือในปี 2009 Twitter ได้เพิ่มทางเลือกในการเซิร์ชด้วยแฮชแท็กเข้าไปอย่างเป็นทางการ
และในปีถัดมา Twitter ก็ได้เริ่มจัดทำ Trending Topics ซึ่งแสดงแฮชแท็กหรือคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแบบเรียลไทม์
1
จากความสำเร็จของแฮชแท็กบน Twitter แพลตฟอร์มอื่นอย่างเช่น Instagram จึงเริ่มพัฒนาระบบแฮชแท็กมาตั้งแต่วันที่เปิดตัวแอปพลิเคชันในปี 2010 และตามมาด้วย Facebook ที่เริ่มให้ผู้ใช้งานใช้แฮชแท็กได้ในปี 2013
2
หลังจากนั้นการใช้แฮชแท็กก็กลายเป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วไปบนโลกอินเทอร์เน็ต
โดยในแต่ละวันมีแฮชแท็กเกิดขึ้นใหม่ทั่วโลกกว่าร้อยล้านแฮชแท็ก
แล้วถ้าถามว่าการคิดค้นแฮชแท็ก จนถูกใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลกมาตลอด 14 ปี
ทำเงินให้ Messina ไปได้มากขนาดไหน ?
คำตอบก็คือ 0 บาท
4
ซึ่งนั่นก็เป็นความตั้งใจของ Messina ที่ไม่คิดจะจดสิทธิบัตรแฮชแท็ก
ทั้งที่ความจริงแล้วเขาสามารถจดสิทธิบัตรเพื่อรับเงินจำนวนมหาศาลได้
2
เพราะเขาไม่ได้คิดแฮชแท็กขึ้นมาเพื่อ Twitter หรือแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ต้องการให้เครื่องหมายและการใช้งานรูปแบบนี้ เป็นของใครก็ตามที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต ไม่ควรมีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ซึ่งเขายังคงรู้สึกดีใจทุกครั้งว่าสิ่งที่เขาคิดขึ้นมา ถูกนำไปใช้ต่อโดยผู้คนมากมาย
8
แม้ว่าผู้ที่คิดค้นแฮชแท็กจะไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปของเงิน แต่การใช้แฮชแท็กกลับสามารถสร้างมูลค่าให้กับกลุ่มคนอื่น ๆ รวมไปถึงสังคมได้มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการนำแฮชแท็กไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาด อย่างการใช้แฮชแท็กเพื่อสร้างกระแสบนโลกโซเชียลในวันเปิดตัวสินค้า เช่น #นี่มาแน่ ของการเปิดตัว Disney+ Hotstar ในประเทศไทย หรือการใช้แฮชแท็กเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการตลาด เช่น #Lazada77 แจกคูปองช้อปกระจาย ของ Lazada
ที่มากกว่านั้นก็คือ แฮชแท็กยังเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ยกตัวอย่างเช่น
#MeToo ที่ร่วมกันรณรงค์ให้ยุติการคุกคามทางเพศ
#BlackLivesMatter ที่ร่วมกันรณรงค์ให้ยุติการเหยียดสีผิว
#StopAsianHate ที่ร่วมกันรณรงค์ให้ยุติความเกลียดชังต่อชาวเอเชีย รวมถึงยุติการเหยียดเชื้อชาติ
2
ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นเพียงการรณรงค์ที่เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มคนหรือในประเทศใดประเทศหนึ่ง
แต่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นที่มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นและช่วยกันขับเคลื่อนในระดับโลก
3
ถึงตรงนี้ ก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าต้นกำเนิดของแฮชแท็กจะเกิดขึ้นจากนักออกแบบผลิตภัณฑ์อย่าง Messina ที่มองว่าเครื่องหมายนี้จะทำให้ Twitter มีการจัดหมวดหมู่ประเด็นและคีย์เวิร์ดที่เป็นระบบมากขึ้น
ซึ่งไอเดียดังกล่าว ก็ได้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Twitter กลายเป็นโซเชียลมีเดีย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จนวันนี้กลายมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าเกินกว่า 1.8 ล้านล้านบาท
1
นอกจากแฮชแท็กจะนำพาความสำเร็จให้กับแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียแล้ว
เครื่องหมายนี้ ก็ยังมีบทบาทอีกมากมายทั้งในเชิงธุรกิจ การรณรงค์เพื่อเพื่อนมนุษย์
การอัปเดตประเด็นสำคัญ ไปจนถึงการรายงานอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติ
ทั้งหมดนี้ ก็ทำให้เราสรุปได้ว่า “#แฮชแท็ก” ได้กลายมาเป็นหนึ่งในเครื่องหมายสำคัญของโลก ไปแล้วนั่นเอง..
5