มีบัญชีอยู่แล้ว?
TIMEOUT
Dive!! (2008) - เราจะไปโอลิมปิกกัน
โดย ธ.เจริญมิตร
*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์
1
กีฬากระโดดน้ำไม่ใช่กีฬายอดฮิตอะไร มีนักกีฬาและผู้ชมน้อยคนจะเห็นความงามของมัน เด็กหนุ่มมัธยมสามคนที่ดวงตาเห็นความงามจนหลงรักกีฬานี้ด้วยมุมมองต่างๆ กันไป พวกเขากำลังขับเคี่ยวกันเป็นตัวแทนประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปโอลิมปิก
โรงเรียนเอกชนมิสึกิมีทั้งสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน และอีกสระหนึ่งสำหรับกระโดดน้ำโดยเฉพาะ มีแท่นกระโดดน้ำครบทุกระดับความสูง ด้วยเจ้าของโรงเรียนเคยเป็นนักกีฬากระโดดน้ำทีมชาติเข้าแข่งกีฬาโอลิมปิก ชมรมกีฬาทางน้ำที่นี่จึงเข้มข้นและจริงจังกว่าที่อื่นๆ
ผู้บริหารรุ่นต่อมาก็สานต่อความสำเร็จเดิมไว้อย่างดี ชมรมกระโดดน้ำรุ่งเรืองมาโดยตลอด จนมาถึงรุ่นที่สามในปัจจุบัน คาโยโกะ อาซากิ (อาซากะ เซโตะ) หลานสาวของคุณปู่เจ้าของโรงเรียน ที่รักชอบและฝันจะเป็นนักกระโดดน้ำเหมือนกัน แต่เธอกลับต้องยุติบทบาทนักกีฬาเนื่องจากอาการบาดเจ็บหลังเรื้อรัง จึงตัดสินใจไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา มุ่งเอาดีทางงานโค้ชแทน
ช่วงสามสี่ปีหลังผลงานชมรมกระโดดน้ำซบเซาอย่างหนัก เหลือเด็กสมาชิกอยู่ไม่มากคน ผู้บริหารคาดว่าจะยุบชมรมนี้เสียเพื่อลดรายจ่ายลง ถึงโค้ชเคสึเกะ ฟูจิทานิ (เค็น มิตสึอิชิ) ยังอยากเดินหน้าต่อแค่ไหนแต่ก็จนปัญญาจะสู้ กระทั่งคาโยโกะ หลานสาวเจ้าของโรงเรียนกลับถึงบ้าน เธอรับโจทย์มาว่าชมรมจะต้องปั้นนักกีฬากระโดดน้ำเป็นตัวแทนญี่ปุ่นไปแข่งโอลิมปิกให้ได้ มิฉะนั้นจำต้องโดนยุบโดยไม่มีข้อแม้อื่น ถึงงานจะยากหนักหนา แต่พอได้เห็นเด็กหนุ่มสมาชิกชมรมสองคนนั้นก็เบาใจ คาโยโกะเชื่อมั่นอยู่ลึกๆ ว่าชมรมจะได้ไปต่อ
1
คนแรกคือ โยอิจิ ฟูจิทานิ (โซสึเกะ อิเคมัตสึ) ลูกชายของโค้ชฟูจิทานิ ผู้ฝึกฝนที่สระแห่งนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก มีทักษะดีเป็นพื้นฐาน เคร่งครัดวินัย ตั้งใจจริง เชื่อฟังโค้ช ตอนนี้ฝีมือยิ่งรุดหน้า ความสามารถโดดเด่นกว่าเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน
อีกคนคือ โทโมกิ ซากาอิ (เค็นโตะ ฮายาชิ) เด็กหนุ่มที่หลงใหลกีฬากระโดดน้ำตั้งแต่ตัวจิ๋ว เพราะได้เห็นโยอิจิฝึกซ้อมแล้วประทับใจนัก อยากกระโดดน้ำได้สวยงามแบบนั้นบ้าง เขาฝึกหนักกว่าคนอื่นๆ โดยยังไม่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่
อีกไม่กี่วันชมรมได้ ชิบุกิ โอคิทสึ (จุนเป มิโซบาตะ) เด็กหนุ่มจากอาโอโมริมาเพิ่มอีกหนึ่งคน ท่าทีมั่นใจในตัวเอง และท่วงท่าสง่างาม เขาฝึกกระโดดน้ำจากหน้าผาสึการุลงทะเลตามอย่างคุณปู่เขา ชิราฮะ โอคิทสึ ยอดนักกระโดดน้ำอัจฉริยะแห่งยุคโชวะตอนต้น ทว่าโชคร้าย อดไปมหกรรมโอลิมปิกเพราะสภาวะสงครามโลก
คาโยโกะฝึกฝนเด็กๆ ทุกคนอย่างพิถีพิถัน ใส่รายละเอียดปลีกย่อยให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงโยอิจิกับชิบุกิตั้งตัวเป็นคู่แข่งกันโดยตรง แต่ก็ยังเคารพวิถีทางของกันและกัน ส่วนโทโมกิต้องใช้เวลาฝึกหนักกว่าเดิมเพื่อไล่ตามเพื่อนสองคนนั้นให้ทัน จนสาวน้อยที่เคยมามุ้งมิ้งกับเขา ตอนนี้หันไปควงกับน้องชายตัวดีแทนเสียแล้ว โทโมกิเลยซึมเซา ขาดซ้อม ขอหลบพักทำใจเสียก่อน
สหพันธ์กีฬากระโดดน้ำแจ้งข่าวด่วนว่า เดือนหน้า ซุนเว่ย โค้ชชาวจีนระดับหัวแถวของโลกจะมาคัดเลือกเด็กญี่ปุ่น 3 คนไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ปักกิ่งหนึ่งเทอมด้วยตัวเอง ขอให้นักกีฬาเตรียมตัวให้พร้อมด้วย สมาชิกทุกคนตื่นเต้นกันยกใหญ่ ฝึกฝนกันจริงจังกว่าที่แล้วมา
ในวันคัดเลือกโค้ชจีนไม่ได้คัดแบบดูจากคะแนนลำดับ 1-3 เพียงอย่างเดียว แต่เพิ่มหลักเกณฑ์ส่วนตัวเข้าไปอีกหลายข้อ นักกีฬาได้คะแนนลำดับ 1 กับโยอิจิที่คะแนนลำดับ 2 ได้รับคัดเลือกแล้ว และกลายเป็นชิบุกิที่ทำคะแนนมาลำดับ 7 ติด 1 ใน 3 คนนั้น ทว่าปัญหาสะโพกบาดเจ็บทำให้ต้องหลุดโผ และดันโทโมกิที่คะแนนอยู่ลำดับ 4 ขึ้นมาแทน
โค้ชคายาโกะเคยกล่าวกับโทโมกิไว้เมื่อตอนพบกันครั้งแรกว่า “ยิ่งนายดิ้นรนมากเท่าไหร่ นายจะยิ่งไขว่คว้ามันได้ดีขึ้น และหลังจากนั้นนายก็จะได้เห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น” เธอรู้ดีว่าโทโมกิมี “ดวงตาเพชร” ดวงตาที่จำแนกและจดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ แม้จะเห็นเพียงแวบเดียว สามารถประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว และจัดระเบียบร่างกายให้เหมาะกับสถานการณ์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าซุนเว่ยคงเห็นคุณสมบัติข้อนี้เช่นกัน หลังประกาศผลคัดเลือกเธอจึงเฉลยให้โทโมกิได้รับทราบไว้
ผู้กำกับ นาโอโตะ คูมาซาวะ (Naoto Kumazawa) บรรจงดัดแปลงนิยายของ เอโตะ โมริ (Eto Mori) ชื่อเดียวกันมาเป็นบทหนัง ตัวละครวัยรุ่นทั้ง 3 คนราวกับเป็นตัวอย่างของจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ 3 ประเภทที่พบเห็นได้ทั่วไป
โยอิจิให้ความสำคัญกับเรื่องทางจิตใจ เขาห่างไกลจากความสัมพันธ์แบบพ่อกับลูก พ่อปฏิบัติต่อเขาในฐานะโค้ชกับนักกีฬาแบบมืออาชีพ แม้แต่เวลาที่อยู่บ้าน เขาอยากจะสัมผัสความรักในฐานะลูกชาย อยากให้พ่อคุยเล่นกับเขา อยากเห็นแววตาพ่อที่กำลังเชียร์ลูกชายที่ริมสระบ้าง คนประเภทนี้คิดอ่านลึกซึ้งแบบศิลปิน เข้าใจรายละเอียดของอารมณ์ดีกว่าคนอื่น
โทโมกิประทับใจในกีฬากระโดดน้ำ มุ่งมั่นจะทำตามความฝันวัยเยาว์ของตน เขาจะเอาชนะมังกร (แท่นกระโดดน้ำที่ตั้งตระหง่านสูงชันอยู่ริมสระ) จึงสร้างระเบียบวินัยส่วนตัวเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดทั้งหลายไปให้ได้ โดยค่อยๆ ขยับไปทีละขั้น จนแสดงพรสวรรค์ที่แท้จริงออกมา คนประเภทนี้จึงทุ่มเทปฏิบัติโดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
ชิบุกิศรัทธาแรงกล้าในวิถีดั้งเดิมเฉพาะตัว เขาเป็นคนนอกระบบผู้โหยหาความรุ่งเรืองในอดีต ใช้แรงบันดาลใจจากคนในครอบครัวผลักดันตัวเอง เขายอมกลับมาฝึกซ้อมและร่วมแข่งขันในกติกาอีกรอบ เพราะอยากรับรู้ความรู้สึกเดียวกันกับปู่ และอยากพาชื่อตระกูลกลับมาเกรียงไกร คนประเภทนี้ดูเหมือนแข็งกร้าว แต่จิตใจกลับอ่อนโยนกว่าใครๆ
ตัวละครทั้งสามมุมานะ เคร่งครัดกับวินัยที่ตนเองสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ส่วนตัว ผสานพรแสวงเข้ากับพรสวรรค์ที่มีอยู่อย่างเหมาะสมโดยมีโค้ชคอยช่วยชี้นำทาง ถึงจะเคารพและชื่นชมวิถีของคู่แข่งขนาดไหน แต่ก็ยังคงใช้ข้อโดดเด่นส่วนตัวสู้ไม่ถอยตามวิถีทางของตน ซึ่งแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความมีเอกลักษณ์อันเป็นค่านิยมพื้นฐานของชาวอาทิตย์อุทัยทั่วไป และยืนยันกับผู้ชมได้ว่าหนทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเส้นทางเดียว อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ลืมให้กำลังใจกันและกันในฐานะเพื่อนนักเรียน และนักกีฬาร่วมทีม
หลังจากเล่าเรื่องคนสามประเภท พร้อมให้รายละเอียดสวยงามเอาไว้แล้ว ตอนใกล้จบผู้กำกับยังส่งสารเรื่องคนสามรุ่นที่ปูไว้แต่ต้นเรื่องมาแถมไว้เบาๆ ด้วยว่า
รุ่นปู่ - รุ่นบุกเบิก ตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่สำหรับตนเอง สำเร็จแล้วสร้างสำนักเพื่อปลูกฝังความฝันระดับโลก และแรงบันดาลใจชั้นยอดเอาไว้ให้
รุ่นพ่อ - รุ่นสานต่อ เชื่อฟังผู้อาวุโส ปฏิบัติตามหลักการ เดินตามรอยความสำเร็จเดิมอย่างเคร่งครัด ประคบประหงมความฝันเอาไว้ส่งสู่รุ่นต่อไป
รุ่นหลาน - รุ่นปรับปรุง เป้าหมายและความฝันยังคงเดิม ทว่าเชื่อฟังหัวใจตนเองมากขึ้น ปรับวิธีคิด ค้นหาแนวทางใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง
ประธานสหพันธ์กีฬาว่ายน้ำแห่งชาติที่เป็นเพื่อนสนิทของคุณปู่เจ้าของโรงเรียน เสมือนตัวแทนของคนรุ่นบุกเบิกที่กำลังจะลาวงการ รอส่งไม้ให้คนรุ่นต่อไป โดยเขาส่งมอบเพียงหลักการสำคัญ และความฝันสวยงามเอาไว้...
การได้เข้าร่วมแข่งโอลิมปิก มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติเป็นฝันร่วมกันของเหล่านักกีฬารุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ความฝันตั้งต้นกับเป้าหมายเดิมนั้นยิ่งใหญ่ และยังคงใช้การได้ดีอยู่เสมอ
คนรุ่นปู่เริ่มถอยฉาก ให้คนรุ่นพ่อรับช่วงแทนมาพักใหญ่ คนรุ่นที่สองยังคงใช้วิธีการเดิมในคาบเวลาต่อเนื่องกัน ยังไม่ได้ดัดแปลงใดๆ เมื่อเวลาผ่านไป บริบทเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ช่วงปลายจึงเริ่มแผ่วลง และก่อนที่รุ่นบุกเบิกจะวางมือถาวร เขาจึงเปิดใจกว้างยอมรับวิธีคิดและแนวทางใหม่ๆ อีกหน ร่วมทดลองเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตนเชื่อมั่น และได้คำตอบว่าคนรุ่นใหม่ รุ่นปรับปรุงนี้มีฝันเดียวกัน และกล้านำหลักการสำคัญไปประยุกต์ใช้ด้วยความเข้าใจถูกต้องอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ได้หมายความถึงแค่โรงเรียนเอกชนมิสึกิแห่งนี้ แต่กินความถึงวงการกระโดดน้ำญี่ปุ่น และก็ไม่แปลกใจถ้าหากจะอนุมานเลยไปถึงสังคมใหญ่ทั้งประเทศด้วย
...หลักการเดียวกัน ความฝันเดียวกัน ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน แค่ปรับปรุงวิธีการให้รัดกุมตามปัจจัยแวดล้อม และตามกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดเดิน คุณปู่ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว
คนญี่ปุ่นจงใจสอดแทรกค่านิยมหลักของชาติเอาไว้ในงานเสมอ ทั้งงานศิลปวัฒนธรรม สื่อบันเทิงนานา และกีฬาต่างๆ ตลอดจนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมอีกหลากหลาย เพื่อปลูกฝังแก่เด็กน้อยที่กำลังเติบโต เด็กวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้ และกระตุ้นคนวัยทำงานที่กำลังไล่ล่าฝัน ซึ่งคนเหล่านี้ต่อไปจะเป็นส่วนสำคัญของอนาคต คนรุ่นก่อนจึงฝากฝังแรงบันดาลใจให้คนรุ่นนี้ โดยหวังว่าพวกเขาจะสามารถนำพาจิตวิญญาณลูกพระอาทิตย์ไปกับทุกๆ งานที่ทำ และแสดงคุณค่าให้ชาวโลกเห็นเต็มตาโดยทั่วกัน ...อย่างที่เราได้เห็นนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ สวมชุดมาริโอ ตัวละครจากเกมชื่อดัง โผล่ขึ้นมาจากท่อสีเขียวในพิธีปิดโอลิมปิก 2016 ที่บราซิลด้วยความภาคภูมิใจ...
กีฬาโอลิมปิก 2020 ที่ถูกเลื่อนมา 1 ปีกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางเสียงเห็นด้วยและคัดค้านปนเปกันไป อย่างไรก็ตามระหว่างทางผู้ชมน่าจะได้เห็นนักกีฬาที่มุ่งมั่นเกินร้อย การประสานงานของทีมผู้จัดระดับมืออาชีพ และน้ำใจนักกีฬาที่แฟนๆ ส่งต่อให้ตัวแทนประเทศของตน ขอเอาใจช่วยให้กีฬาโอลิมปิกพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้สำเร็จ ส่งพลังใจให้แก่ผู้คนทั่วโลกที่กำลังห่อเหี่ยวให้ฮึดสู้ กลับมากระชุ่มกระชวยได้อีกหน
...ชมรมกระโดดน้ำเล็กๆ ที่มีพร้อมทั้งทัศนคติชั้นเลิศ พลังสร้างสรรค์ล้นเหลือ แพสชั่นแบบจัดเต็ม ควบคู่กับแรงบันดาลใจแบบปัจเจก หลังรับพลังจากผู้สนับสนุนที่ไม่น้อยหน้าใครแล้ว สามารถส่งสมาชิกหนึ่งในสามให้เป็นตัวแทนประเทศไปแข่งโอลิมปิกครั้งถัดไปได้ วันหนึ่งที่โยอิจิเคยกล่าวกับโทโมกิไว้ว่า “เราเล่นกีฬาประเภทบุคคลเดี่ยว ยิ่งชนะก็จะยิ่งโดดเดี่ยวนั่นแหละ” มาถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาเข้าใจแก่นของกีฬาผิดมาตลอดเอง
...มิตรภาพระหว่างนักกีฬานั้นยั่งยืน สง่างามกว่าชัยชนะตั้งมากมาย บัดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ของโยอิจิเรียบร้อยแล้ว
เซอร์พอล สมิธ นักออกแบบชั้นนำชาวอังกฤษ เขียนข้อความไว้บนปกหนังสือของตัวเองว่า “คุณพบแรงบันดาลใจได้จากทุกสิ่ง ถ้ายังไม่เจอ ลองมองดูอีกที” (You can find inspiration in everything. *And if you can’t, look again.)
วันนี้คุณผู้อ่านเจอแรงบันดาลใจอะไรแล้วบ้าง โปรดช่วยบอกให้รู้ที
#โอลิมปิก #โตเกียว2020 #โตเกียว #เชียร์ไทย #ข่าวกีฬา #ผลการแข่งขัน #ผลกีฬา #PlayNowThailand

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Chollada kudidthalert
    ไม่ทราบว่า จะหาดูเรื่องนี้ได้ที่ไหนค่ะ