มีบัญชีอยู่แล้ว?
สวัสดีวันพุธ ขึ้น๑๒ ค่ำ เดือน ๘/๒ ครับ
มนุษย์ มักโอหัง ว่าตนยิ่งใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว
ธรรมชาติ ต่างหากที่ยิ่ง ในโลกใบนี้ มนุษย์ช่าง
โง่เขลานัก ที่ละโมบ และทำลาย ธรรมชาติ.
ธรรมชาติวิวัฒนาการนำหน้ามนุษย์เสมอ
สวัสดีครับ ก่อนเข้าเรื่องเล่า เรามาคุยกันก่อนสักนิด เรื่องของธรรมชาติ ในความเข้าใจของผม
นะครับ
พวกเราเคยสังเกตุไหมครับ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ต่างๆ ทั้งที่เป็นภัยพิบัติ และ คุณสมบัติ ทุกอย่างล้วนเกิดจากที่ธรรมชาติ ทำการปรับสมดุลเพื่อความเหมาะสมทั้งสิ้น
อย่างกรณี แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม
หรือลมพายุ และอื่นๆ ล้วนเป็นพลวัต ของการขับเคลื่อนเพื่อปรับสมดุล ทั้งสิ้น
ธรรมชาติ ไม่เคยเอาอะไรไปจากโลกใบนี้เลย
เมื่อสิ่งหนึ่ง แตกสลายลง จะเกิดสิ่งใหม่มาทดแทนเสมอ
ธรรมชาติ วางแผนการจัดการ ได้ล้ำหน้ามนุษย์
และคอมพิวเตอร์ที่ว่าฉลาด มากมายหลายเท่านัก
เพียงเพื่อ จะบอกมนุษย์ที่โอหัง และละโมบว่า
มนุษย์ ควรอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่ทำลาย
กรณีโรคระบาด ก็เป็นอีกหนึ่งพลวัต ของธรรมชาติ จะเห็นได้ว่า หลังจากเกิดการระบาด
ของไวรัส ในปัจจุบัน ธรรมชาติ ในหลายแห่ง
ได้พักฟื้น และฟื้นตัว ขึ้นมาเป็นอย่างมากเนื่องจาก
สามารถใช้ ไวรัสนี้ สกัดกิจกรรมทำลายธรรมชาติ ของมนุษย์ ได้ในระดับหนึ่ง
ธรรมชาติ ไม่ได้ทำร้ายมนุษย์ หรือสิ่งอื่นได
เลย ธรรมชาติ จะสร้างปัญหา และ วิธีแก้ปัญหา
ไว้ให้ คู่กันไปเสมอ เมื่อมนุษย์ละความละโมบ
มักง่ายเห็นแก่ได้ ลงได้ จะเห็นสิ่งวิเศษที่ธรรมชาติ สร้างไว้ให้
แต่นั่นคงยากสักหน่อย ธรรมชาติ เลยต้องสร้าง
เพิ่ม ให้มนุษย์อีก อย่างสองอย่าง นั่นก็คือ
สร้าง ผู้นำ ที่ออกจะสุดโต่ง เพื่อมาลดประชากร
ของมนุษย์ ที่โอหัง ทั้งหลาย อย่างในอดีต ก็มีทั้ง
ฮิตเลอร์ และ อีก มากมาย แม้ในปัจจุบัน รูปแบบ
จะเปลี่ยนไปนิดหน่อย อาจสร้างมาแบบ ทึบๆ
ตุ่ยๆมึนๆอย่าง ที่เราเห็น ออกทีวี บ่อยๆ
1
แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ธรรมชาติ สร้างไว้ภายในของ
พวกผู้นำเหล่านั้น เหมือนๆกันคือความริษยา
และความละโมบ
 
แต่ไม่ต้องห่วงครับ ธรรมชาติ มักจะสร้างวิธี
แก้ปัญหา มาพร้อม กันกับที่มอบปัญหาให้เรา
เสมอ อยู่ที่ว่า เราจะเลือกรูปแบบใหนในการแก้
ปัญหา แบบแก้ที่สมุดฐานถึงรากถึงแก่น หรือ
แก้แบบ รูปหน้าปะจมูก แบบขอไปที
ถ้าแก้ผิดที่ผิดทาง ทุกอย่างก็จะหมุนวนไป
และกลับมาให้แก้่ใหม่เสมอ มันเป็นวงเวียนแห่ง
วัฏจักร ของธรรมชาติ อย่างที่เราประสบกันอยู่ในขณะนี้
ตัวแทนแห่งความมืดบอดริษยาและละโมบ
เรื่องเล่าจากมหากาพย์ มหาภารตะ
อย่างที่กล่าวในข้างต้น สงครามทำลายล้างคนนับล้านที่ทุ่งกุรุ นี้ ก็มีนัยยะ มาจากการต้องการปรับสมดุลของธรรมชาติ เริ่มจากเจ้าแม่ธรณี ไปอ้อนวอนต่อเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ ว่าทนแบกรับพวกมนุษย์ ที่นับวัน รังแต่จะเพิ่มแต่ความบาปหยาบช้า
ขึ้นทุกวันไม่ไหวแล้ว ให้ช่วยปลดเปลื้องภาระนี้ให้ที
และนัยยะนี้ เจ้าแม่ธรณี ก็คือ ธรรมชาติที่เราเรียกว่าแผ่นดินนั้นเอง และเทพที่เป็นใหญ่ อีกนัยนะหนึ่ง อาจคือองค์รวมของธาตุทั้งหลายที่ประกอบกันเป็นธรรมชาติ ของโลกใบนี้
แล้วธรรมชาติ ทำอย่างไร ให้พวกคนบาปมันฆ่า
กันตาย มากๆ
ก็ส่งผู้นำ ที่มีคุณสมบัติ พิเศษ มาให้ไงครับ
เริ่มจาก ท้าวธฤตราษฎร พระราชาตาบอด
ซึ่ง เป็นพระบิดา ของทุรโยธน์ ซึ่งธรรมชาติ
ให้แกเกิด มามีปมด้อย ที่ตาบอด ตั้งแต่เกิด
และธรรมชาติ ได้ให้ความพิเศษ แกมาอีกสองอย่าง ครับ อย่างแรกคือความริษยาที่รุนแรง
ริษยาที่น้องชายแกได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ แทนแก
เนื่องจากแกตอบอด
อย่างที่สอง คือความละโมบ ครับ เมื่อน้องชาย
แกตาย และได้ทิ้งราชบัลลังก์ ที่มั่งคั่งและมั่นคง
เอาไว้ให้ และแกก็ได้ขึ้นครองราชย์
ด้วยความละโมบ แกไม่คิดแบ่งความมั่งคั่งกับใคร
แม้ลูกๆ ของน้องชาย แกที่เป็นกำพร้า
ความละโมบ และริษยา ถูกส่งต่อมายัง ทุรโยธน์
ถ้าพอได้อ่านตอนต้นมาบ้างจะเห็นได้ว่า ด้วยความริษยา และละโมบ ที่ถูกส่งทอดมา ทุรโยธน์
พยายามทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามแห่ง
อำนาจ นั่นก็คือพวกปาณฑพ นั่นเอง
และแม้สิ่งที่พวกปาณฑพ สร้างเองกับมือจากพื้น
ที่รักร้าง อย่างนครอินทรปัตถ์
ก็ใช้กลโกงหลอกล่อ ด้วยการเล่นสกา จนพวกปาณฑพ ต้องไปลี้ภัย เป็นระยะเวลายาวนาน
แต่มีสัญญา ว่าจะคืนให้เมื่อการลี้ภัยสิ้นสุดลง
ไม่มีสัจจะในหมู่คนพาล คำสัญญาของพวกคนพาล ริษยา และละโมบ ก็ไม่ต่าง กับคนที่กลืนกิน
อาจมที่ตนเองสำรอกออกมา มันจึงไม่มีคำสัญญา
ที่จริงจัง อะไร จากคนเหล่านี้
1
และ เมื่อพวกพี่น้องปาณฑพ ลี้ภัยครบกำหนด
และทำตามสัญญา ทุกอย่าง ไม่บิดพริ้ว
เหล่าพี่น้องปาณฑพ อีกนัยยะหนึ่ง เป็นตัวแทน
ของผู้มีสัจจะ ความเที่ยงธรรม และเสรีภาพ
แต่ถึงกระนั้น ด้วยความละโมบ ของทุรโยธน์
จึงไม่ยอมคืนเมืองให้ตามสัญญา อย่าว่าแต่เมือง
เลย แค่หมูบ้านเดี่ยว ทุรโยธน์ ก็ไม่ให้
และเมื่อความอดทนถึงที่สุด ธรรมชาติ กำหนดให้
ต้องต่อสู้เพื่อความชอบธรรม และการทวงคืนความชอบธรรม จึงเกิดขึ้น สงครามจึงเป็นสิ่งที่
หลีกเลี่ยงยาก เพราะคุณสมบัติ ที่ธรรมชาติมอบใว้ให้แกทุรโยธน์ ความริษยา ความละโมบ
ความเพ่งแต่โทษผู้อื่น ไม่เคยพิจารณาในความผิดของตัวเอง และแก้ไขมัน
ผมเคยเห็นแววตาการมองของคนในภาพๆหนึ่ง
เป็นการมองของนายทหารคนหนึ่ง ที่มองผู้บังคับ
บัญชา ตัวเอง น่าจะในภาระกิจอะไรสักอย่าง
อาจเป็นการ ช่วยเหลือ น้ำท่วม อะไรประมาณนี้
แววตามีความริษยา อาฆาต ต่อผู้บังคับบัญชา
อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผมนึกถึงทุรโยธน์
วันนี้ปูพื้น เรื่องเล่า ที่มาที่ไป และเหตุปัจจัย
ของ ความตาย อย่างมากมายในสงครามที่ทุ่งกุรุ
เพื่อบางท่านที่เพิ่งมาอ่าน อาจได้ไอเดียพอเป็น
ไกด์ไลน์ จะได้ตามกันทัน
 
และเรื่องของเรื่อง ก็อยากเปรียบเปรย กับสถานการณ์ ปัจจุบัน ด้วย เรื่อง คำสัญญา
ของทุรโยธน์ เรื่อง ไม่มีสัจจะในหมู่คนพาล
และเรื่อง เมื่อความอดทนถึงที่สุดก็ไม่มีความกลัว
หรือการประณีประนอมอีกต่อไป
มีอะไรสามารถทำให้ พวกคนพาลไร้สัจจะ
เปลี่ยนใจ ได้บ้าง ยอมเสียสละเพื่อ คนอื่นได้บ้าง
ยอมละทิ้ง ความละโมบได้บ้าง นอกจากการต่อสู้ให้ได้มา อย่างที่ต้องทำที่ทุ่งกุรุ บอกกันบ้าง
นะจะ555
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านและติดตามครับ
วันนี้ ปูพื้น ให้เพื่อนๆ ที่เพิ่งเคยอ่านหน่อย
ที่จริงก็ไม่มากหลอก และผมก็ชอบด้วย
วงแคบๆ เข้าใจกันดี ไม่ต้องตะโกน5555
ล้อเล่น ขำขำ
 
เดี๋ยวตอนหน้าเราค่อยมาต่อสงครามที่ทุ่งกุรุ
ในคืนวันที่สิบสี่ กัน ผมจะเล่าไปวิจารณ์ไป
ตามความคิดเห็นของผม เลยทีนี้
ต้องลองดูมันจะเข้าท่าไหม ของมันต้องลอง
เนอะ ถ้าคนอ่านว่าไง ผมก็ว่าตามนั้น
ตามใจผู้อ่านอยู่แล้ว มีอะไรก็คอมเม้นท์กัน
รับทั้งติ และชม ครับ เอวัง
สายัณห์สวัส
    NidaVariety
    ขอบคุณข้อคิดดี ๆ จากเรื่องเล่านะคะ ติดตามอ่านค่ะ