สรุปอาณาจักรดูโฮม 6 หมื่นล้าน ที่เริ่มต้นจาก ร้านตึกแถวต่างจังหวัด
รู้ไหมว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างในไทย มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 810,000 ล้านบาท
จึงไม่แปลก ที่เราจะเห็นผู้เล่นรายเล็กรายใหญ่เข้ามาแข่งขันในตลาดนี้กันจำนวนมาก
และหนึ่งในอาณาจักรวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของไทย ก็คือ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ “ดูโฮม”
1
ดูโฮม เริ่มต้นจากการเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างเล็ก ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี จนตอนนี้ได้ก้าวมาเป็นแนวหน้าของผู้ค้าวัสดุก่อสร้างในไทยและมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท
เส้นทางของอาณาจักรค้าวัสดุก่อสร้างรายนี้ เป็นมาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของดูโฮม เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2526
คุณอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา และคุณนาตยา ตั้งมิตรประชา ได้ก่อตั้งร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้าง จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด “ศ. อุบลวัสดุ” ในจังหวัดอุบลราชธานี
1
ศ. อุบลวัสดุ ในช่วงเริ่มต้นเป็นแค่ร้านตึกแถว 2 ห้อง แต่ด้วยความที่เป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างครบวงจรร้านแรก ๆ ในจังหวัด จึงทำให้กิจการเติบโตขึ้น
พอกิจการใหญ่ขึ้น ศ. อุบลวัสดุ จึงได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด
มีการปรับรูปแบบร้านค้าให้เป็นโกดังขายสินค้าขนาดใหญ่ และมีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาจัดการคลังสินค้าและจัดการการขาย
ในปี พ.ศ. 2550 ศ. อุบลวัสดุ ก็เริ่มขยายสาขาไปตั้งในจังหวัดอื่น รวมถึงขยับขยายเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้ชื่อ “ดูโฮม” อย่างเป็นทางการ
รายได้ของดูโฮม เติบโตจากหลักร้อยล้าน สู่พันล้าน และสู่ระดับหมื่นล้าน
จนในปี พ.ศ. 2561 บริษัทก็แปรสภาพจากบริษัทจำกัด เป็นบริษัทมหาชนและได้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ภายใต้ชื่อว่า บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)
2
ปัจจุบัน ดูโฮม ก้าวขึ้นเป็นอาณาจักรค้าวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
2
ลองมาดูส่วนแบ่งการตลาดของ 5 บริษัทวัสดุก่อสร้างในปี พ.ศ. 2562 อ้างอิงตามข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี
1
1. โฮมโปร 10%
2. โกลบอลเฮ้าส์ 4.3%
3. ไทวัสดุ 4.3%
4. ดูโฮม 2.7%
5. บุญถาวร 1.6%
3
ปัจจุบันดูโฮมขายสินค้าทั้งแบบค้าปลีกและค้าส่งสินค้าวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ตกแต่ง และยังให้บริการอื่น ๆ เช่น บริการซ่อมแซม ติดตั้ง และบำรุงรักษา
โดยดูโฮม ขายสินค้าผ่านสาขาทั่วประเทศทั้งหมด 25 แห่ง แบ่งเป็นสาขาขนาดใหญ่ ทั้งหมด 13 สาขา
ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่แถบชานเมืองและอยู่ตามต่างจังหวัด
ในขณะที่สาขาขนาดเล็ก เรียกว่า ดูโฮม ทูโก ทั้งหมด 12 สาขา ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามพื้นที่ศูนย์การค้า เจาะตลาดกลุ่มคนเมืองในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ต้องการซื้อวัสดุอุปกรณ์เร่งด่วน
Cr.dohome
นอกจากนั้นยังมีบริการช่องทางสั่งของผ่านการโทรสั่ง และช่องทางออนไลน์
โดยสินค้าที่บริษัทขาย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ในระหว่างปี พ.ศ. 2561-2563 คือ
- วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้น, ปูน, สีทาบ้าน ประมาณ 42-45%
- วัสดุซ่อมแซม เช่น เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์ประปา, เครื่องมือทางการเกษตร ประมาณ 35-38%
- วัสดุตกแต่ง เช่น เฟอร์นิเจอร์, โคมไฟ, เครื่องนอน ประมาณ 17-20%
แล้วผลประกอบการของ ดูโฮม ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ?
ปี 2561 รายได้ 18,535 ล้านบาท กำไร 439 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 17,972 ล้านบาท กำไร 726 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 18,925 ล้านบาท กำไร 727 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2564 รายได้ 6,139 ล้านบาท กำไร 543 ล้านบาท
สังเกตดี ๆ จะเห็นว่า กำไรในไตรมาสแรกปีนี้เพียงไตรมาสเดียว คิดเป็น 75% ของกำไรทั้งปีที่ผ่านมา
1
จากการเปิดเผยของบริษัทระบุว่า มีสาเหตุหลัก ๆ มาจาก การเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นของทุกกลุ่มสินค้า อีกทั้งการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ภาพรวมแล้ว อัตรากำไรสุทธิของบริษัทนั้นเพิ่มสูงขึ้น
3
อีกกลยุทธ์ที่ ดูโฮม กำลังผลักดันเพื่อให้อัตราการทำกำไรของบริษัทสูงขึ้นก็คือ การเพิ่มยอดขายสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง หรือ House Brands ที่บริษัทไปสั่งผลิตจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ
1
จุดเด่นของ House Brands ที่บริษัทสั่งทำเองก็คือ จะขายได้อัตรากำไรที่ดีกว่าการรับสินค้าของแบรนด์อื่นมาขาย หมายความว่ายิ่งขายสินค้ากลุ่มนี้ได้มาก อัตรากำไรของบริษัทก็มีโอกาสขยับสูงขึ้นได้นั่นเอง
2
โดยในปี พ.ศ. 2563 ส่วนแบ่งยอดขาย House Brands ต่อยอดขายสินค้ารวมของดูโฮม อยู่ที่ 16.5% ซึ่งเติบโตขึ้นจาก 14.6% ในปี พ.ศ. 2561 และบริษัทตั้งเป้าจะขยับสัดส่วนนี้เป็น 20% ภายในปี พ.ศ. 2565
มาถึงตรงนี้ ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า
จากร้านขายวัสดุก่อสร้างเล็ก ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี
ได้เติบโตมาเป็นบริษัทมหาชน ที่มีมูลค่ากว่า 63,000 ล้านบาท
ซึ่งก็น่าติดตามต่อไปว่า ดูโฮม จะขยายอาณาจักรของพวกเขาให้ใหญ่โตขึ้น ได้อีกแค่ไหน..
2
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นตัวนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง