“ชัยวุฒิ” แค่เตือน อรรถวิชช์ ฉะ "ต้องแยกแยะ"
กระแส Call out ลาม รมว.ดีดีเอส ชี้เจตนาแค่เตือน ดารามีสิทธิแสดงความเห็น ข้อให้ครบห้ามบิดเบือน เลขาฯพรรคกล้า สวน ประชาชนมีสิทธิวิจารณ์ แนะแยกแยะ ความเห็นกับเฟคนิวส์
#101NewsAndTalk #เพิ่มทุกมุมคิดพลิกทุกมุมข่าว #101News #คลื่นข่าวอันดับ1บนหน้าปัดวิทยุ #การเมือง #Callout
เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2564 เวลา 17.30 น.นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาณ์ในรายการ “101 องศาข่าว” ทางสถานีวิทยุ FM 101 ถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับบรรดาดาราคนดังที่ออกมา Call out วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรม.กลาโหมในขณะนี้ ว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครเข้าข่ายความผิดข้อกฎหมายนะครับ ซึ่งผมก็มีโอกาสได้ดูข้อความที่โพสต์ที่แชร์บ้าง และก็ให้เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเพราะเยอะมาก ทั้งนี้ที่ผมต้องเข้ามา เพราะเริ่มมาจากการชุมนุม(วันที่ 18 ก.ค.)ซึ่งผมก็มีหน้าที่ติดตามซึ่งก็พบว่ามีการโพสต์การแชร์ข้อความเข้าข่ายความผิดจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ก็มีดารา นักร้อง ผู้มีชื่อเสียง ออกมาโพสต์ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งผมมีความเห็นห่วง เลยต้องออกมาเตือน ทังนี้ตามหลักการถ้าเป็นข้อความเท็จ ใส่ร้ายสร้างความตื่นตระหนก อันนี้จะเข้าข่ายพ.ร.บ.คอมฯ หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่การที่ดาราออกมาแสดงความเห็น ผมก็มีเจตนาที่จะเตือน ไม่อยากให้เลยไปกันเยอะ เพราะผมเกรงว่าจะกระทบต่อการทำงานในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของรัฐบาล
1
“ผมมองว่าดาราเป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าต้องการให้ข้อมูลแล้วเป็นข้อมูลที่ไม่ครบ พอมีคนเชื่อ มันแก้ไขได้ยาก การจะโพสต์จะแชร์ควรที่จะต้องครบถ้วนและไม่เป็นเรื่องของการบิดเบือน ผมมีเจตนาที่ต้องการจะเตือน ท่านมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความคิดเห็น ถ้าเป็นเรื่องจริงไม่บิดเบือน ทำเลยเอาให้เต็มที่ผมสนับสนุน “ นายชัยวุฒิ กล่าว
พิธีกรถามว่า การโพสต์ข้อความในลักษณะ เฮชสปรีด เข้าข่ายความผิดหรือไม่ รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า ไม่มีกฎหมายถึงขนาดนั้น แต่ผมว่าความเป็นดาราซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ น่าที่จะช่วยทำให้บรรยากาศบ้านเมืองมันดีขึ้น ไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาเล่นการเมือง แต่เป็นเวลาที่ทุกคนต้องช่วยลดการแพร่ระบาด ที่ผมออกมาเป็นการพูดก็เป็นการพูดในหลักการเพราะตามกฎหมายมีการบังคับเรื่อง Fakenews หรือข่าวเท็จ จึงไม่อยากเอาตรงนี้มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ดาราท่านไม่ใช่คนธรรมดา ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เฉกเช่นเดียวกับการนำเสนอข่าวของสื่อ ซึ่งไม่ได้มีเจตนาโจมตีใคร
เมื่อถามว่า แสดงว่าสามารถแสดงความเห็นได้ต่อไป นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ผมขอความร่วมมือจากท่าน ท่านมีสิทธิ ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ท่านเป็นดาราไม่ใช่นักการเมือง ท่านต้องให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ท่านทำได้ ผมเพียงแค่ขอความร่วมมือ เพื่อลดและป้องกันการแพร่ระบาด ท่านต้องเข้าใจตรงนี้ ขออย่าเอาเรื่องโควิด-19 มาทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง”
ด้านนาย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ให้สัมภาษณ์ในรายการเดียวกันว่า ผมบอกจริงๆนะว่าท่านเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ผมคิดอย่างนี้นะ ผมเห็นหน้างาน พรรคกล้าอาสาลงพื้นที่ เห็นปัญหาเยอะแยะ ท่านต้องยอมรับนะว่า การบริหารที่ผ่านมามีปัญหาไปหมด อย่างว่าแต่ดาราเลย ประชาชนคนทั่วไปเขาก็บ่นกันทั้งนั้น เขาจะโกรธ ก็เป็นสิทธิของเขาที่จะได้แสดงออก ผมว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปปนกับ Fake news ซึ่งมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดูแลอยู่
“เรื่องการแสดงออกทางการเมืองกับ Fake news ท่านต้องแยกให้ออก เป็นนักการเมืองก็ต้องถูกด่า เพื่อนำไปสู่การแก้ไข ต้องฟังด้วยความอดทน ผมอยากให้แยกนะระหว่างความมั่นคงแห่งรัฐซึ่งมีกฎหมายดูแลอยู่กับความมั่นคงของรัฐบาลซึ่งอันนี้ไม่มีกฎหมาย “ นายอรรถวิชช์ กล่าว และว่า ผมว่าสิ่งที่รมต.ต้องทำคือการทำระบบในการติดตามตัวผู้ป่วยว่าเขาป่วยอยู่ที่ไหนเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกัน เอายาเอาอาหารไป ตนไม่อยากให้สาสาละวนกับเรื่องเหล่านี้ ท่านต้องทน เพราะเป็นนักการเมือง ทั้งนี้ตนก็พูดกันพี่กรณ์ (กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า) ก็บอกกันว่า ต้องเตือนรัฐบาล เพราะท่านเป็นความหวังในการแก้ไขปัญหา ก่นด่ากันไปแต่ก็อวยพรให้ท่านไปแก้ไขปัญหา