มีบัญชีอยู่แล้ว?
จับ “สัญญาณ” บิ๊กตู่ ถอดใจ วางมือทางการเมืองทิ้งทวนสู้ นับถอยหลัง ยุบสภา “บิ๊กป้อม” หานายกฯคนใหม่ นำทัพพปชร.สู้เลือกตั้ง
1
หลังเจอวิกฤติศรัทธา จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโควิด จนถูกมองว่าเป็น “ขาลง” “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ต้องปรับกลยุทธ์ ใหม่ หลังจากที่ใช้เวลาอยู่กับตัวเองในช่วงการกักตัว เวิร์คฟอร์มโฮม จากที่บ้านพัก ใน ทม.ร.1รอ. พล.อ.ประยุทธ์ คงได้มีเวลาไตร่ตรอง ครุ่นคิดในหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมา 7 ปี และ กับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่รวมทั้งปัญหาทางการเมืองกับพรรคร่วมรัฐบาล
เสียงก่นด่าโจมตี ดังขึ้นๆ อย่างไม่หยุดหย่อน คนที่เคยสนับสนุน เริ่มไม่ปลื้ม คนที่เคยเป็น เอฟซี.เริ่มเฉยๆ กองเชียร์ เริ่มไม่ไหว เพราะสถานการณ์โควิดหนักหนาสาหัส ผู้ติดเชื้อรายวัน ทะลุ หมื่นคน และพุ่งสูงขึ้นๆ ยอดคนเสียชีวิต ทะลุร้อยคน
แม้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล จะพยายามบอกว่าหนักกันทุกประเทศทั่วโลก ก็ตาม แต่สำหรับประเทศไทยเห็นชัดเจนว่าเป็นการบริหารที่ผิดพลาด ประเมินสถานการณ์ผิด โดยเฉพาะเรื่องการสั่งวัคซีนมาให้ประชาชน ไม่พอ ล่าช้า ขาดตอน ไม่ใช่วัคซีน ที่ประชาชนอยากได้ แถมมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น
การกลับออกมาทำงาน ในทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง หลังการกักตัว พล.อ.ประยุทธ์ จึงมากับมาดนิ่ง สุขุม รักษาอาการ ไม่มีการยิ้มหัวเราะ นะจ๊ะ เช่นเมื่อครั้งที่อยู่ในวงล้อมคุณหมอ และหัวเราะเฮฮา ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของประชาชน จากการสูญเสียคนในครอบครัว จากโควิด
1
ในการพูดจา กล่าวเปิดงาน ใดๆ จึงเป็นการอ่านตามสคริปต์ ที่เตรียมไว้ ไม่มีการใส่มุd เพิ่มเติมสีสัน เช่นที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยเป็น ด้วยเกรงว่า จะเผลอ ยิ้ม หัวเราะ หรือเล่นมุd ที่ไม่สมควร กับสถานการณ์ที่สูญเสีย เรียกได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ มาด้วยหน้าเศร้า บทเศร้า ราวกับจะเรียกร้องความเข้าใจ ความเห็นใจ
พร้อมๆกับ กระแสข่าว จากสายพรรคพลังประชารัฐ แวดวง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่ว่า จะต้องเตรียมหานายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทน พล.อ.ประยุทธ์กันแล้ว เพราะมองว่า พล.อ.ประยุทธ์สะบักสะบอม บอบช้ำ คะแนนนิยมหดหาย ถึงขั้นเกิดวิกฤติศรัทธา ไม่สามารถจะเป็นจุดขายให้กับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้าได้อีก
3
แม้ว่าในอนาคตอันใกล้ หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายและการแก้ปัญหาดีขึ้น อาจจะทำให้คะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ฟื้นกลับมาบ้างก็ตาม แต่ก็ยากที่จะเหมือนเมื่อครั้งเป็น หัวหน้าคสช. จนพล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดเปรยๆให้นักการเมือง ได้ยินว่า ที่ได้เข้ามาเป็นส.ส. และเป็นรัฐบาล ก็เพราะคะแนนนิยมของตนเอง หลังจากที่นักการเมือง แย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี ในการจัดตั้งรัฐบาลและการปรับคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา
แต่มาตอนนี้ พรรคพลังประชารัฐ จะชู พล.อ.ประยุทธ์ ในการหาเสียง ไม่ได้แล้ว ไม่แค่นั้น ยังเกิดกระแสข่าวที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะวางมือทางการเมือง โดยจะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลสมัยนี้ เท่านั้น หากต้องยุบสภา ในปี 2565 เลือกตั้งใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่มาเล่นการเมืองแล้ว
1
แต่ตอนนี้จะไม่ลาออก แต่จะอดทน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายเพื่อตีตื้นคะแนนนิยมขึ้นมาบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะลงจากหลังเสือ แบบไม่สวยงาม และจะพยายามยื้อเวลาให้ได้นานที่สุดก่อนที่จะยุบสภาและโบกมือลาการเมือง ว่ากันว่า จนทำให้พล.อ.ประวิตร ต้องเตรียมหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ มาแทนกันเลยทีเดียว
จากเดิมที่จะเคยหาคนที่เหมาะสม แบบค่อยๆดูกันไป เพราะยังมีเวลา เพราะเดิมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯสมัยนี้ และต่อด้วยสมัยหน้าอีกสมัยหนึ่ง แต่ในเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเพราะโควิดก็ส่งผลต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ และอาจทำให้แผนเปลี่ยน พร้อมกันนั้น ก็มีการจับตามองไปที่ตัวพล.อ.ประวิตร เองว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ วางมือทางการเมืองแล้ว พล.อ.ประวิตร จะเป็นนายกรัฐมนตรี หากชนะการเลือกตั้งในสมัยหน้าหรือไม่
แม้ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร จะพูดเสมอว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าน เลิกเล่นการเมือง ตนเองก็จะพักผ่อน กลับบ้านเช่นกัน และไม่เคยคิดหวังที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม แต่หากหา นายกรัฐมนตรีไม่ได้ พรรคพลังประชารัฐ ก็น่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ที่หัวหน้าพรรค จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี และหากเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคฯ ประกาศว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แต่จะเดินหน้าสร้างให้เป็นสถาบันทางการเมือง โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ที่ประกาศจะทำให้พรรคพลังประชารัฐได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่งและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง
1
ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าร.อ.ธรรมนัส กำลังดูดส.ส. จากพรรคเพื่อไทย มาเข้าพรรคพลังประชารัฐ ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า อีกเกือบครึ่งพรรค รวมทั้งกระแสข่าว “ซูปเปอร์ดีล” ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทยผ่านสายสัมพันธ์เดิม ของ พล.อ.ประวิตรกับบ้านจันทร์ส่องหล้า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ที่ยังแนบแน่นกับ พล.อ.ประวิตร เพราะถือว่าเป็นอีกคนสำคัญที่เคยสนับสนุนพล.อ.ประวิตรมาตลอดเมื่อครั้งที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จนมีการถูกจับไปโยงกับการที่ ทักษิณ ออกมาประกาศว่า จะกลับเมืองไทยแน่ แต่ยังไม่บอกว่าเมื่อใด
1
รวมถึงคำพูดที่ว่า หากต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป ก็ให้ไปฟ้อง พล.อ.ประวิตร “ถ้าอยากให้ลุงตู่ออก ก็ต้องไปฟ้องลุงป้อม” ที่ถือว่ามีนัยสำคัญ แม้จะเป็นไปได้ยากที่ทักษิณจะได้กลับประเทศในสถานการณ์เช่นนี้แต่ก็สะท้อนได้ว่าน่าจะมีความพยายามในการเจรจาต่อรอง หรือดีล อะไรกันไว้
หรือจะเป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆของทักษิณ ที่อาจจะถูกใครหลอกให้ความหวังอีกครั้ง ก็เป็นได้ แต่อย่างน้อยก็สะท้อนว่าคนที่ทักษิณ คุยด้วยจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนายทักษิณ ไม่น้อย จึงกล้าออกมาประกาศย้ำหลายครั้งว่าจะกลับประเทศไทยแน่
โดยมีการโยงไปถึงความสัมพันธ์ของทักษิณกับ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งก็เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน แต่จำเป็นต้องย้ายข้าง มาช่วยลุง 3 ป.หลังการรัฐประหาร 2557 จนเข้าตาพล.อ.ประวิตร และกลายเป็นมือขวาจนทุกวันนี้ ทักษิณถึงขั้นระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีอนาคตดี เลยทีเดียว
1
จนเกิดกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตกันเลยทีเดียว เพราะการที่มาเป็นรัฐมนตรีได้และไม่ขาดคุณสมบัติ แม้จะเคยต้องคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ก็ตาม ก็สะท้อนถึงความไม่ธรรมดาของ ร.อ.ธรรมนัส
ดังนั้นภารกิจในเวลานี้คือต้องช่วยพล.อ.ประวิตรในการทำพรรคพลังประชารัฐให้เข้มแข็งและได้จำนวนส.ส.มาเพิ่มให้มากที่สุดเพื่อชนะการเลือกตั้งและกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมาดูกันว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะถอดใจวางมือทางการเมืองจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่กระแสเรียกความเห็นใจ หรือเป็นการโยนหินถามทาง
2
แต่แน่นอนว่า เมื่อถึงวันนั้น พล.อ.ประวิตร จะได้รับการสนับสนุนจากรูปพรรคพลังประชารัฐให้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียเองอย่างแน่นอน แต่อยู่ที่ว่าพล.อ.ประวิตร จะรับเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะเคยพูดไว้แล้วว่า จะไม่เป็นนายกฯ
สำคัญที่ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะวางมือทางการเมืองจริงหรือไม่ และเมื่อถึงวันที่พรรคพลังประชารัฐ จะต้องเสนอชื่อนายกฯรัฐมนตรี ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคจะมีชื่อของ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ หรือจะพ่วงชื่อ ร้อยเอกธรรมนัส เข้าไปด้วย รวมถึงชื่อของคนนอก ที่อาจจะปรากฏขึ้นมา เมื่อถึงเวลานั้น ในกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จะวางมือทางการเมืองจริงๆ หรืออาจจะทำให้คนไทยต้องมานั่งขบคิดว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไป แล้วใครจะมาลุงตู่ ไป แต่ได้ลุงป้อม มาเป็นนายกฯหรือเปล่า
เพราะยากที่หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วอำนาจจะเปลี่ยนมือ ยากที่พรรคฝ่ายค้านเช่นพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จะชนะเลือกตั้ง จนจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะถึงอย่างไรรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ที่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีอยู่ในบทเฉพาะกาลอยู่
1
และต้องไม่ลืมว่าพล.อ.ประวิตรเป็นคนตั้ง 250 ส.ว.มากับมือ ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นโควตาของพล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น หากพล.อ.ประยุทธ์ วางมือทางการเมืองจริงๆ 250 ส.ว. ก็พร้อมที่จะโหวตให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ได้เช่นกัน
แม้ว่ากองเชียร์ ฝ่ายพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร จะมีมหาศาล ที่อยากจะเห็นพล.อ.ประวิตร ถึงฝั่งฝันสูงสุดในการเป็นนายกรัฐมนตรี จากที่เคยเป็นคนสร้างนายกฯตั้งนายกฯอย่างพล.อ.ประยุทธ์มาแล้ว แต่สำหรับ พล.อ.ประวิตรแล้ว เชื่อได้ว่าไม่คิดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเองเพราะจะถูกมองว่า อยากมีอำนาจ และอาจถูกเข้าใจว่า ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องวางมือทางการเมือง พล.อ.ประวิตร คงจะต้องมองหา นายกฯสำรองไว้ ที่จะต้องเป็นพลเรือน และพล.อ.ประวิตร ก็เป็นนายกฯเงา อยู่เบื้องหลัง เช่นที่เคยเป็นนายกฯเงา ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ มาแล้วนั่นเอง
กระแสข่าวนี้ เกิดขึ้นในห้วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังถูกมองว่า ถูกพรรคร่วมรัฐบาล โดดเดี่ยว ในยามที่ถูกกระหน่ำจากการเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะปัญหาคาใจกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ระหองระแหงกันมา ตลอด จากการแก้ปัญหา โควิด และวัคซีน จนมีการปล่อยเอกสารหลุด ถล่ม อนุทิน ในการสั่งวัคซีนแอสตราเซเนกา เพื่อที่จะทำให้ เป็นแพะรับบาป จากปัญหาวัคซีนขาด จนส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้อง เพราะ อนุทิน ไม่ได้เป็นคณะกรรมการวัคซีนฯ และ นายกฯก็รวบอำนาจไว้คนเดียว ส่งผลให้ เกิดการตอบโต้กันอีกครั้งของ พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคภูมิใจไทย
1
โดยถูกมองว่า เป็นปฏิบัติการถล่ม อนุทิน ที่เป็นแคนดิเดท นายกฯในอนาคต เพื่อตัดคู่แข่งทางการเมือง ให้พรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแสกดดันให้ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล และทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพูดกลางวงครม. แบบออนไลน์ ว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเล่นการเมือง “ผมไม่ทิ้งท่าน ท่านจะทิ้งผม ก็ตามใจ”
พร้อมแสดงความมุ่งมั่น ที่จะทำงานแก้ปัญหาต่อไป ยังไม่มีทีท่า ว่า จะลาออก หรือ จะยุบสภา แต่จะอดทน ยื้อเวลาไปให้ได้นานที่สุด เพราะรู้กันดีว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออกไปกลางคัน ตอนนี้ ถือว่า จบไม่สวย แต่ต้องพยายาม ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ในระดับหนึ่งก่อน ที่คาดกันว่า ในปีหน้า จะมีการยุบสภา แล้ว ในเวลานั้น มารอดูกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจกับอนาคตทางการเมือง ของตนเอง อย่างไร
เพราะทั้งหมดนี้เป็นแค่กระแสข่าวที่สะพัดออกมาในช่วงสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อ ในช่วงนี้ เพราะหากสถานการณ์ในอนาคต เปลี่ยนไป การตัดสินใจก็ต้องเปลี่ยนไปตาม
ที่สำคัญที่สุด ต้องดูว่าพล.อ.ประยุทธ์ ที่สุดแสนบอบช้ำ จะ ยังได้รับไฟเขียวให้ไปต่ออยู่หรือไม่ หรือมีการส่งสัญญาณ ที่จะต้องถึงเวลาของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่จะเป็นใครเท่านั้น
    Hand made
    2 สมัยก็พอแล้วม้างงงงง