มีบัญชีอยู่แล้ว?
ข่าวดี !! วัคซีน Pfizer 1.5 ล้านโดสจะมาถึงประเทศไทย 30 กรกฎาคม 2564
3
จากการประสานติดต่อจัดหาวัคซีน Pfizer ของประเทศไทย และได้มีการแยกเป็นสองส่วน คือ
3
1) ได้รับบริจาคจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยการประสานตรงระหว่างกระทรวงต่างประเทศของทั้งสองประเทศ จำนวน 1.5 ล้านโดส
1
2) จัดซื้อจากบริษัท Pfizer จำนวน 20 ล้านโดส
1
ขณะนี้วัคซีนส่วนที่ได้รับบริจาคจากรัฐบาลสหรัฐจำนวน 1.5 ล้านโดส ได้รับการยืนยันว่า จะเข้ามาถึงประเทศไทยวันที่ 30 กรกฎาคม 2564
และจะกระจายไปถึงพื้นที่ในโรงพยาบาลต่างๆ ประมาณวันที่ 5-10 สิงหาคม 2564 โดยจะมีการอบรมเพื่อเตรียมการฉีดทางออนไลน์ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 นี้
วัคซีน Pfizer เป็นเทคโนโลยี mRNA ซึ่งมีความบอบบาง จึงสลายตัวง่าย มีความยุ่งยากที่จะต้องเก็บที่อุณหภูมิเยือกแข็ง
2
โดยเก็บที่อุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียสได้นาน 6 เดือน และอยู่ในอุณหภูมิตู้เย็นธรรมดา 2-8 องศาเซลเซียสได้เพียง 1 เดือน
นับเป็นข่าวดี ที่ประเทศไทยจะได้วัคซีน Pfizer เข้ามาฉีดตามที่หลายฝ่ายเรียกร้อง
แต่เนื่องจากเป็นวัคซีนเทคโนโลยีใหม่ ที่ประเทศไทยยังไม่คุ้นชิน รวมทั้งประชาชนทั่วไปยังมีข้อมูลความรู้ความเข้าใจน้อย
3
จึงอยากจะสรุปบทเรียนของต่างประเทศ ที่เป็นสิ่งพึงระมัดระวังของวัคซีนดังนี้
13
1) วันหมดอายุ มีกรณีผิดพลาดเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกามาแล้วว่า ได้ฉีดวัคซีนที่หมดอายุแล้วให้กับคนอเมริกันเกือบ 1000 คน โดยที่วันหมดอายุข้างขวดยังไม่หมดอายุ เพราะเป็นกำหนดสำหรับเก็บ -70 องศาเซลเซียส
3
เมื่อเอาออกมาเก็บที่อุณหภูมิตู้เย็น วันหมดอายุจะเหลือเพียงหนึ่งเดือน จึงต้องระมัดระวังนับวันหมดอายุใหม่ให้ถูกต้อง ไม่ใช่ดูวันหมดอายุเดิมที่อยู่ข้างขวดวัคซีน
2) มีการแพ้ที่พบน้อยมาก แต่มีความรุนแรงมาก ที่เรียกว่าแพ้แบบช็อค (Anaphylaxis) โดยวัคซีนไฟเซอร์พบ 4.7 รายใน 1,000,000 โดส และของ Moderna พบ 2.5 รายต่อ 1,000,000 โดส (เกือบทั้งหมดเป็น ผู้หญิง)
4
3) พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) โดยเฉพาะในผู้ชายที่อายุน้อย ของ Pfizer พบ 0.8 รายต่อ 1,000,000 โดส และ Moderna พบ 0.95 ราย ใน 1,000,000 โดส
3
เมื่อประเทศไทยได้รับวัคซีนมา 1.5 ล้านโดส จึงต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียง ดังกล่าว ทั้งกรณีการแพ้แบบช็อก ซึ่งอาจจะพบได้ 6-7 ราย ตามสถิติของสหรัฐอเมริกา
และอาจพบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ 1-2 ราย
ในภาพรวมก็คงจะได้ติดตามการฉีดวัคซีน Pfizer ที่จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันขึ้นสูง แต่มีข้อต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องการเก็บรักษา และการเตรียมฉีดที่ยุ่งยากกว่าวัคซีนเดิม
2
ซึ่งเมื่อมีการอบรมและจัดทำแนวทางที่ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วน ก็จะลดความผิดพลาดลงไปได้
ตลอดจนอาจพบผลข้างเคียงเรื่องแพ้แบบช็อค และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งพบในระดับน้อยถึงน้อยมาก
แต่ต้องเตรียมการแก้ไขให้พร้อม ซึ่งถ้าทุกอย่างได้เตรียมพร้อมอย่างครบถ้วน ก็จะแก้ไขผลข้างเคียงดังกล่าวได้
Reference
    สามัญชน
    ข่าวดีจะเลื่อนไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ AZ ยังเลื่อนตลอด