มีบัญชีอยู่แล้ว?
🇨🇺 การปฏิวัติคิวบา | ฉบับรวบรัด
• Fast Check
การปฏิวัติคิวบา (Cuban Revolution) เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1953 จนถึง 1959 โดยเป็นการปฏิวัติเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการในคิวบา และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิวบาปกครองภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์มาจนถึงทุกวันนี้
ในปี 1895 จนถึงปี 1898 คิวบาได้ทำสงครามเพื่อประกาศอิสรภาพจากการตกเป็นอาณานิคมของสเปน ซึ่งในท้ายที่สุดคิวบาก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ และประกาศเอกราชจากสเปน แต่ปรากฏว่า สหรัฐอเมริกากลับเข้าแทรกแซงและมีอิทธิพลในคิวบาแทนที่สเปน
จนกระทั่งในปี 1902 คิวบาก็ได้ประกาศเอกราชจากสหรัฐอเมริกา แต่ในความเป็นจริง คิวบาก็ยังคงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ อยู่ดี เพราะสหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงครอบงำทั้งในด้านการเมือง และทางเศรษฐกิจของคิวบา ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มนายทุนและทหารของอเมริกา
โดยในปี 1933 นายพลฟุลเจนซิโอ บาติสต้า (Fulgencio Batista) นายพลคิวบาผู้มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ได้ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจ ซึ่งนายพลบาติสต้าก็ครองอำนาจอยู่ในคิวบาจนถึงปี 1944
Fulgencio Batista
แต่ต่อมาในปี 1952 นายพลบาติสต้าก็กลับมามีอำนาจเป็นครั้งที่ 2 โดยได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 1940 ยกเลิกการเลือกตั้ง ยกเลิกพรรคการเมือง ทำให้คิวบาตกอยู่ภายใต้เผด็จการแบบสมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีชาวคิวบาจำนวนมากออกมาต่อต้านรัฐบาลเผด็จการของนายพลบาติสต้า ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ สองพี่น้องตระกูลกัสโตร ฟิเดล กัสโตร (Fidel Castro) และราอูล กัสโตร (Raul Castro)
Fidel Castro (ซ้าย) และ Raul Castro (ขวา)
โดยในวันที่ 26 กรกฎาคม 1953 ฟิเดลพร้อมด้วยกลุ่มนักปฏิวัติอีกราว 160 คน ได้ทำการบุกยึดคลังอาวุธของกองทัพคิวบาในฐานทัพมอนกาดา (Moncada) เมืองซานติเอโก (Santiago) เพื่อนำอาวุธที่ได้ก่อการปฏิวัติโค่นล้มนายพลบาติสต้า
แต่ปรากฏว่า ปฏิบัติการดังกล่าวกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เพื่อนนักปฏิวัติของฟิเดลส่วนใหญ่ถูกสังหารโดยทหารคิวบา ฟิเดลและราอูลถูกจับกุมตัวไว้ได้
ในเดือนตุลาคม 1953 ฟิเดล ราอูล และเพื่อนนักปฏิวัติที่เหลือรอดชีวิตอีกราว 24 คน ถูกพิจารณาคดีในข้อหากบฏ โดยฟิเดลถูกตัดสินโทษจำคุก 15 ปี
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 1955 นายพลบาติสต้าได้ประกาศนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง ทำให้ฟิเดลและพรรคพวกได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ
หลังจากที่พ้นโทษ ฟิเดลและพรรคพวกของเขาก็ได้เรียกตัวเองว่า ขบวนการ 26 กรกฎาคม (26th of July Movement) หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินทางไปที่เม็กซิโก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิวัติครั้งต่อไป
ซึ่งที่เม็กซิโก พวกเขาก็ได้พบกับนักปฏิวัติชาวอาร์เจนตินาอย่าง เออร์เนสโต 'เช' เกวารา (Ernesto 'Che' Guevara) โดยเชก็ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับขบวนการปฏิวัติของฟิเดลด้วย
Che Guevara
และแล้วในเดือนธันวาคม 1955 ขบวนการ 26 กรกฎาคม ก็เดินทางออกจากเม็กซิโกเพื่อกลับไปก่อการปฏิวัติในคิวบา
เมื่อเดินทางถึงคิวบา ขบวนการ 26 กรกฎาคม ก็ได้ทำสงครามกองโจรเพื่อต่อสู้ และโค่นล้มรัฐบาลของนายพลบาติสต้า โดยพวกเขามีฐานที่มั่นอยู่ในเทือกเขาเซียร์รามาเอสตรา (Sierra Maestra)
ในที่สุดหลังจากที่ต่อสู้ยาวนานกว่า 4 ปี ท้ายที่สุด ในวันที่ 1 มกราคม 1959 ขบวนการ 26 กรกฎาคม ก็สามารถบุกยึดครองกรุงฮาวานา (Havana) เมืองหลวงของคิวบาได้สำเร็จ การปฏิวัติคิวบาจึงจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายปฏิวัติ นายพลบาติสต้าลี้ภัยออกนอกประเทศ
ขบวนการ 26 กรกฎาคม บุกเข้ายึดกรุงฮาวานา ท่ามกลางความยินดีของชาวคิวบา
หลังชัยชนะในการปฏิวัติ ฟิเดล กัสโตร ก็ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของคิวบา ซึ่งเขาจะครองอำนาจอยู่ในคิวบายาวนานกว่า 50 ปี และคิวบาก็ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์แบบมาร์กซิสต์ (Marxist) มาจนถึงปัจจุบัน
ในขณะที่นักปฏิวัติคนสำคัญอย่าง เช เกวารา เขาก็ได้รับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลของฟิเดล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รวมไปถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติคิวบา
1
แน่นอนว่าการขึ้นสู่อำนาจของฟิเดล กัสโตร (โดยเฉพาะการที่คิวบากลายเป็นรัฐคอมมิวนิสต์) ทำให้สหรัฐฯ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก สหรัฐฯ จึงออกมาตรการคว่ำบาตรคิวบา และตัดความสัมพันธ์ทางการทูต โดยยังมีกระแสข่าวลือว่า CIA กำลังวางแผนโค่นล้มอำนาจของฟิเดล
นอกจากนี้ การที่คิวบาเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหภาพโซเวียต ก็ได้ยิ่งสร้างความหวั่นวิตกให้กับสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ในวันที่ 17 เมษายน 1961 กองกำลังชาวคิวบาภายใต้การสนับสนุนจาก CIA ก็ได้ยกพลบุกคิวบาบริเวณอ่าวหมู (Bay of Pigs) แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ทหารคิวบาสามารถจับกุมตัว และสังหารผู้ก่อการเป็นจำนวนมาก
วันที่ 19 เมษายน 1961 ฟิเดลจึงตอบโต้การกระทำดังกล่าวของสหรัฐฯ โดยการแอบเจรจากับสหภาพโซเวียต ในการติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ในคิวบา
ต่อมาในตุลาคม 1962 เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ ก็ได้ตรวจพบฐานยิงขีปนาวุธของโซเวียตที่ติดตั้งอยู่ในคิวบา สหรัฐฯ ส่งเรือรบปิดล้อมคิวบา ก่อให้เกิดเป็นวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) ที่เกือบจะนำพาให้โลกเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์
ภาพจากเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ ที่ได้ถ่ายตำแหน่งที่ตั้งของฐานยิงขีปนาวุธในคิวบา
แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ยอมเจรจากัน (ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ของสหรัฐฯ กับ นิกิต้า ครุซซอฟ ของสหภาพโซเวียต) สหภาพโซเวียตยอมถอนฐานยิงขีปนาวุธของตนในคิวบา แลกกับการที่สหรัฐอเมริกาจะต้องถอนฐานยิงขีปนาวุธของตนในยุโรปเช่นเดียวกัน
ในปี 1965 เช เกวารา ได้ลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองในคิวบาทั้งหมด เพื่อทำตามเจตนารมณ์ของเขา ที่จะเผยแพร่อุดมการณ์ของการปฏิวัติไปทั่วโลก
โดยเชเริ่มต้นเดินทางไปที่ประเทศคองโกในแอฟริกา เพื่อทำการปฏิวัติที่นั่น แต่การปฏิวัติในคองโกนี้ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ
1
ต่อมาในปี 1966 เชก็ได้เดินทางต่อไปยังโบลิเวียในภูมิภาคอเมริกาใต้ เพื่อเข้าร่วมกับกองทัพปฏิวัติที่มีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลที่มีสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน
แต่สุดท้ายในวันที่ 9 ตุลาคม 1967 เชก็พลาดท่าถูกทหารโบลิเวีย (ภายใต้การสนับสนุนจาก CIA) จับกุมตัวไว้ได้ และถูกประหารชีวิตในท้ายที่สุด ปิดฉากหนึ่งในนักปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20
*** Reference
#HistofunDeluxe
    บอกเล่าภาษาชาวบ้าน
    ผมชอบแกมากเลยเช ผมว่าแกไม่ได้นิยมคอมมิวนิสต์ แต่แกอยากปลดแอก จากอำนาจนิยม ที่ครอบงำ