มีบัญชีอยู่แล้ว?
ทุกคนมีเวลาเท่ากัน คำนี้เราคงได้ยินอยู่บ่อย ๆ แต่ความต่างอาจอยู่ที่ว่า แต่ละคนจัดสรรเวลาที่มีเท่ากันนี้ และให้ความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ แตกต่างกันอย่างไรในแต่ละวัน วันนี้เซอร์ทิสจะมาแนะเคล็ดลับการทำงานให้มี work-life balance ให้เกิดสมดุลทั้งด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว แต่เรื่องจริงคือไม่มีกฏตายตัวสำหรับเคล็ดลับเหล่านี้ของแต่ละคน แค่เราอยากแบ่งปันแนวทางดี ๆ ที่จะช่วยให้ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของคุณจะไม่ ‘ไร้’ balance อีกต่อไป
.และที่เซอร์ทิส เราสนับสนุนเรื่องความยืดหยุ่นของเวลาเริ่ม-เลิกงาน (flexible working hours) เพื่อให้พนักงานเลือกช้อยส์ที่พอดีกับชีวิต ขอแค่ทำงานครบ 8 ชั่วโมงต่อวันก็พอ และเราเชื่อว่าการที่พนักงานมีชีวิตที่สมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว จะส่งผลให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลงานดี ๆ ให้กับบริษัท ซึ่งเราให้ความสำคัญกับการที่พนักงานจะประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว ในด้านครอบครัว สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสุขภาพจิตที่เป็นเลิศ เรียกว่า วิน วิน ทั้งสองฝ่าย รู้แบบนี้แล้ว ใครอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเซอร์ทิส สามารถดูรายละเอียดตำแหน่งที่เปิดรับในเดือนนี้กันได้ที่เว็บไซต์
1. หาจุดที่พอดีของตัวเอง - เราอาจเคยได้ยินคำแนะนำให้แบ่งเวลาเท่านั้นเท่านี้ในแต่ละวันในการทำงานและการพักผ่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความพอดีและจุดสมดุลของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน เราต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ และถามตัวเองว่าเราจะแบ่งเวลางาน เวลาส่วนตัว และเวลาพักผ่อนของเราแบบไหน เพื่อให้งานที่ต้องรับผิดชอบสำเร็จตามเป้า มีงานที่มีประสิทธิภาพส่งตามเวลาที่กำหนด และยังมีเวลาพักสมองบ้าง เราจึงต้องกำหนดเวลาของตัวเองในแต่ละวันให้กับงานและการพักผ่อนให้ตรงใจเรามากที่สุดในกรอบเวลาการทำงานที่เรามีอย่างสมเหตุสมผล และไม่กระทบกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น
2. จัดลำดับความสำคัญของงาน - อาจเริ่มจากการมองภาพรวมของงานที่ต้องทำรายเดือน ย่อยลงมาเป็นรายอาทิตย์ ไปจนถึงลำดับความสำคัญของแต่ละงาน ในแต่ละวัน วางแผนเวลาในการทำงานให้ดีเท่านี้ก็สำเร็จไปครึ่งนึงแล้ว
3. เผื่อเวลาสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด - นอกจากวางแผนงานอย่างดีแล้ว ควรมีความยืดหยุดให้กับเหตุการณ์หรืองานที่ไม่คาดคิดไว้ด้วย เช่น งานด่วน งานแก้ งานลูกค้าเปลี่ยนแปลงกระทันหัน สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราจึงควรมีแผน และเวลาสำรองไว้สำหรับงานเหล่านี้อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เสียแผนงานเดิมที่วางไว้ และให้งานแทรกบรรลุสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน
4. มองงานในมุมบวก - ทัศนคติที่มีต่องานเป็นเรื่องสำคัญ และปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเราอาจมีงานบางอย่างที่คาใจเรา ที่เราอาจจะไม่ถนัดจะทำ หรือเบื่อหน่ายกับมันบ้าง อยากให้มองสิ่งเหล่านี้ในแง่ดีไว้เสมอว่ามันเป็นบททดสอบชั้นดีให้กับเรา ในการงัดศักยภาพที่เรามีใส่ลงไปในงาน ทลายกำแพงความรู้สึกอคตินั้นให้ได้ แล้วเราจะบรรลุความรู้สึกแย่ ๆ ที่มีกับมัน ปัญหามีไว้แก้ถ้าใจเราแน่พอ แต่อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปหละ
5. แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว - ไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวไปคิดปะปนกับเรื่องงานในเวลางาน เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการทำงาน เสียสมาธิ และเรื่องส่วนตัวก็จะพาลคิดไม่ตก แก้ปัญหาไม่ได้อยู่ดี พยายามขีดเส้นแบ่งสองเรื่องนี้ให้ชัดเจน จะได้ไม่พังไปทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน
6. แวะพักทักทายสิ่งรอบตัว (บ้าง) - ระหว่างการนั่งทำงานในเวลางานอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมที่จะลุกไปยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายแบบเบา ๆ หาของว่าง-เครื่องดื่มมาเพิ่มความสดชื่น หรือจะสงบจิตสงบใจพักเบรคให้กับสมองและสายตา ในการนั่งสมาธิให้รู้สึกผ่อนคลาย และพร้อมลุยงานต่อ
บทความโดย: ทีม Sertis
ทำความรู้จักเราเพิ่มเติมได้ที่: