มีบัญชีอยู่แล้ว?
Active Fund vs Passive Fund เลือกลงทุนแบบไหนดี
การลงทุนในกองทุนรวม สิ่งที่ผู้ลงทุนควรรู้อันดับแรกๆ คือกองทุนลงทุนในสินทรัพย์อะไร
เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ลงทุนแบบผสม หรือสินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น
รวมถึงมีการลงทุนในต่างประเทศหรือไม่ มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนหรือความอ่อนไหวต่อปัจจัยอะไรบ้าง และผลตอบแทนย้อนหลังเป็นอย่างไร
อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องรู้ก็คือกลยุทธ์ที่ผู้จัดการกองทุนใช้ในการบริหารกองทุน
ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่าผู้ลงทุนควรคาดหวังผลตอบแทนอย่างไร
แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ การบริหารแบบเชิงรุก หรือ Active Fund และการบริหารแบบเชิงรับ หรือ Passive Fund
กองทุนทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการลงทุนแบบไหน ลองมาติดตามรายละเอียดกันเลย
กองทุนรวมแบบ Active Fund
มีเป้าหมายในการลงทุนคือการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิง (Benchmark) หรือ การพยายามเอาชนะตลาด
ผู้จัดการกองทุนจะต้องใช้ความสามารถในการเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ต
โดยมีแนวทางการวิเคราะห์ในการเลือกหลักทรัพย์ 2 แบบได้แก่
📌 Top-down Analysis คือวิเคราะห์จากภาพรวมเศรษฐกิจ และลงไปในระดับอุตสาหกรรม ก่อนที่จะเลือกหุ้นแต่ละตัวจากปัจจัยพื้นฐาน
📌 Bottom-up Analysis ซึ่งจะตรงกันข้ามจากวิธี Top-down คือเป็นการเลือกตัวหลักทรัพย์ก่อนที่จะพิจารณาปัจจัยด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ
Active Fund มีข้อดีคือจะมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามภาวะตลาด
ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าในช่วงที่ตลาดไม่ไปไหน
และเหมาะสำหรับการลงทุนที่เน้นโอกาสทำกำไรระยะสั้น
ขณะที่กองทุนรวมแบบ Passive Fund
คือกองทุนรวมที่เน้นการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม Passive Fund มีโอกาสที่ผลตอบแทนอาจจะสูงหรือต่ำกว่า Benchmark ได้
เนื่องจากสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนอาจไม่ได้เหมือนกับดัชนีอ้างอิงแบบ 100%
ข้อดีของกองทุนแบบนี้คือมีค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงต่ำเนื่องจากเป็นการลงทุนตามดัชนีอ้างอิง
จึงลดต้นทุนในการบริหารจัดการ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการเลือกหลักทรัพย์ผิดตัว
อาจมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องเลือกลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามตลาด แทนที่จะลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด
คำตอบก็คือในตลาดที่มีประสิทธิภาพ จะไม่มีใครสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดระยะยาว
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับจึงเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว และยังมีต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำอีกด้วย
Active Fund vs Passive Fund ควรเลือกอะไรดี
มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้ว่าควรเลือกลงทุนในกองทุนประเภท Active Fund หรือ Passive Fund
จริงๆ แล้วเราสามารถลงทุนได้ทั้งกองทุน Active Fund และ Passive Fund ด้วยการแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนตามกลยุทธ์ Core-satellite Portfolio
ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนแบบยืดหยุ่น และเหมาะกับทุกสภาวะตลาด ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนตามการเติบโตของตลาดระยะยาว
ขณะเดียวกันก็ไม่พลาดโอกาสทำกำไรที่สูงขึ้นจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นด้วย
การลงทุนส่วนหลัก (Core Portfolio) ส่วนนี้เป็นการลงทุนที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว
เน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภท (Asset Allocation) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
การลงทุนสำหรับ Core Portfolio ควรมีสัดส่วนเงินลงทุนอยู่ที่ 60 – 90% ของพอร์ต ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน
และเหมาะกับการบริหารการลงทุนแบบเชิงรับหรือ Passive ที่มีการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตไม่บ่อย
ทำให้มีต้นทุนการบริหารที่ต่ำ และได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาดในระยะยาว
การลงทุนส่วนเสริม (Satellite Portfolio) มีวัตถุประสงค์เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนส่วนหลัก
เน้นการลงทุนระยะสั้นหรือกลาง โดยอาจเลือกลงทุนในตัวหุ้น หรืออุตสาหกรรม หรือธีมการลงทุนที่น่าจะได้รับผลดีจากสภาวะตลาดในช่วงเวลานั้นๆ
ใช้การจับจังหวะการซื้อขาย (Market Timing) ควรเป็นการบริหารการลงทุนแบบ Active
เนื่องจากคาดหวังผลตอบที่สูงกว่าตลาด และมีความเสี่ยงสูงกว่า Core Portfolio
สำหรับการลงทุนส่วนเสริมนี้ ควรมีสัดส่วนเงินลงทุนเท่ากับส่วนที่เหลือจาก Core Portfolio ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
พอร์ตการลงทุนโดยรวมก็จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจาก Satellite Portfolio มีสัดส่วนการลงทุนที่ไม่สูงมาก
สิ่งสำคัญสำหรับการลงทุนคือการติดตาม และปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance)
เพื่อให้ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละคน
ทั้งสัดส่วนระหว่าง Core กับ Satellite Portfolio และสัดส่วนภายใน Core Portfolio เอง
กรณีที่ Core Portfolio เลือกลงทุนในกองทุนแบบ Asset Allocation อยู่แล้ว
ก็จะมีผู้จัดการกองทุนช่วยทำหน้าที่ในการปรับสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ระดับที่เหมาะสมตามความเสี่ยงของกองทุนที่กำหนดไว้แต่แรก
ซึ่งการมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยบริหารก็จะทำให้การลงทุนง่ายขึ้นอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าการลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ Core-satellite Portfolio เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ประโยชน์ทั้งจากการลงทุนแบบ Passive และ Active
1
ที่สามารถลงทุนโดยเน้นการเติบโตไปพร้อมกับตลาดในระยะยาว
ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรเพิ่มในระยะสั้น ซึ่งทำให้การลงทุนโดยรวมมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนแบบเชิงรับอย่างเดียว
#KKP #KiatnakinPhatra #ลงทุน #Investment #กองทุน #MutualFund #ActiveFund #PassiveFund #CoreSatellitePortfolio #กลยุทธ์ #การบริหารกองทุน
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      EXPORT: ข่าวดีผู้ส่งออกไทย ออสเตรเลียเลิกใช้ AD สับปะรดกระป๋อง และกระจกโฟลตใสจากไทยแล้ว หลังบังคับใช้มายาวนานถึง 20 ปี กรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ออสเตรเลียประกาศยุติการใช้มาตรการ AD สินค้าสับปะรดกระป๋องและกระจกโฟลตใสจากไทยแล้ว หลังไม่พบความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในประเทศ แต่ยังคงเตือนผู้ส่งออกไทย อย่าเพิ่งทุ่มตลาด
      ## NO นวัตกรรมสุดล้ำ ช่วยชีวิตผู้ป่วยหนักได้ โดยไม่พึ่งท่อช่วยหายใจ ## 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 นวัตกรรมทางการแพทย์ต่างมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสแล้ว ในตอนนี้มีการศึกษายาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง ที่ถูกคาดว่าจะเป็นความหวังใหม่ ซึ่งจะช่วยรักษาผู้ป่วย ที่ถึงแม้จะติดเชื้อ และมีอาการ ก็ไม่ป่วยหนักหรือเสียชีวิตลง
      UPDATE: กทม.เปิดรายชื่อ 63 โรงเรียน อนุญาตเปิดเรียนได้ (24 ตุลาคม 2564) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายชื่อโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 63 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับอนุญาตจาก กทม. ให้เปิดการเรียนการสอนได้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทั้ง 63 โรงเรียนที่อนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนแบบ On site กระจายอยู่ในพื้นที่ 30 เขตของกทม. และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติ
      เซ็น"ลิซ่า"ร่วมงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่สัปดาห์หน้า ขอ ครม.เบิกค่าตัว100ล้าน กรณีกระเเสข่าวกระทรวงท่องเที่ยวฯ วางแผนดึงตัว ลลิษา มโนบาล “ลิซ่า Black Pink” ร่วมงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ 2022 ล่าสุดนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถึงขณะนี้ทาง ศิลปินสาวชาวไทยแห่งค่าย YG Entertainment ลิซ่า แบล็กพิงค์ คอนเฟิร์ม ว่าจะมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ภูเก็ต ปีใหม่ 2022 โดยสัปดาห์หน้าจะมีการเซ็นสัญญาร่วมงานอย่างเป็นทางการ
      ดูทั้งหมด