Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อ่านดีกว่าไม่อ่าน? - สุวิจักร บิ๊ก
•
ติดตาม
30 ก.ย. 2021 เวลา 03:09 • การศึกษา
ความสำคัญของแรงจูงใจกับพฤติกรรมของมนุษย์
https://www.freepik.com/free-vector/choose-concept-illustration_5784488.htm?epik=dj0yJnU9QkxJMEw3N3hGWkFSbU85LUt4bUNZU0pMLVZnNU16QzgmcD0wJm49WXRmNjZ6anp1TkE4Y2FKcG1mdk1VZyZ0PUFBQUFBR0ZWS1o4
การจูงใจมีอิทธิผลต่อผลผลิต ผลิตผลของงานจะมีคุณภาพดี มีปริมาณมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับ การจูงใจในการทำงาน ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้างานจึงจำเป็นต้องเข้าใจว่าอะไร คือแรงจูงใจที่จะทำให้พนักงานทำงานอย่างเต็มที่ และไม่ใช่เรื่องง่ายในการจูงใจพนักงาน เพราะ พนักงานตอบสนองต่องานและวิธีทำงานขององค์กรแตกต่างกัน การจูงใจพนักงานจึงมี ความสำคัญ สามารถสรุปความสำคัญของการจูงใจในการทำงานได้ดังนี้
1. พลัง (Energy) เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการกระทำ หรือ พฤติกรรมของมนุษย์ ในการทำงานใดๆ ถ้าบุคคลมี แรงจูงใจ ในการทำงานสูง ย่อมทำให้ขยันขันแข็ง กระตือรือร้น กระทำให้สำเร็จ ซึ่งตรงกันข้ามกับ บุคคลที่ทำงานประเภท "เช้าชาม เย็นชาม" ที่ทำงานเพียงเพื่อให้ผ่านไปวันๆ
2. ความพยายาม (Persistence) ทำให้บุคคลมีความมานะ อดทน บากบั่น คิดหาวิธีการนำความรู้ความสามารถ และ ประสบการณ์ของตน มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่องานให้มากที่สุด ไม่ท้อถอยหรือละความพยายามง่ายๆ แม้งาน จะมีอุปสรรคขัดขวาง และเมื่องานได้รับผลสำเร็จ ด้วยดีก็มักคิดหา วิธีการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
3. การเปลี่ยนแปลง (variability) รูปแบบการทำงานหรือวิธีทำงานในบางครั้ง ก่อให้เกิการค้นพบช่องทาง ดำเนินงาน ที่ดีกว่า หรือประสบ ผลสำเร็จมากกว่า นักจิตวิทยาบางคนเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลง เป็นเครื่องหมายของ ความเจริญ ก้าวหน้า ของบุคคล แสดงให้เห็นว่า บุคคลกำลังแสวงหาการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิต บุคคลที่มี แรงจูงใจ ในการทำงานสูง เมื่อดิ้นรน เพื่อจะบรรลุ วัตถุประสงค์ใด ๆ หากไม่สำเร็จบุคคล ก็มักพยายามค้นหา สิ่งผิดพลาด และพยายามแก้ไข ให้ดีขึ้นในทุก วิถีทาง ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การทำงานจน ในที่สุดทำให้ค้นพบแนวทาง ที่เหมาะสมซึ่ง อาจจะต่างไป จากแนวเดิม
4. บุคคลที่มีแรงจูงใจในการทำงาน จะเป็นบุคคลที่มุ่งมั่นทำงานให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และการมุ่งมั่นทำงานที่ตนรับผิดชอบ ให้เจริญก้าวหน้า จัดว่าบุคคลผู้นั้นมี จรรยาบรรณในการทำงาน (work ethics) ผู้มีจรรยาบรรณในการทำงาน จะเป็นบุคคล ที่มีความรับผิดชอบ มั่นคงในหน้าที่ มีวินัยในการทำงาน ซึ่งลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ ผู้มีลักษณะ ดังกล่าวนี้ มักไม่มีเวลาเหลือพอที่จะคิดและทำในสิ่งที่ไม่ดี
สรุปได้ว่า แรงจูงใจ เป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมออกไปเพื่อตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เพื่อให้ผู้ตามแสดงพฤติกรรมในทิศทางบวก ผู้บริหารต้องสร้างแรงจูงใจให้ตรงกับความต้องการของผู้ตาม โดยการทำงานเต็มความสามารถของผู้ตาม ต้องอาศัยแรงจูงใจที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จของหน่วยงานหรือองค์การ
https://www.freepik.com/free-vector/mind-map-concept-illustration_7741856.htm?epik=dj0yJnU9NGlqSmgzdzByVmp0SzRyVmx5TjRpVllwdkVteFJEbTcmcD0wJm49R1FXellKaGJ1R3FaVGxBeUtCZHlPdyZ0PUFBQUFBR0ZWS2ZZ
ประเภทของแรงจูงใจ
นักจิตวิทยาส่วนใหญ่ จำแนกแรงจูงใจออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แรงจูงใจทางกายภาพ หรือ แรงจูงใจทางสรีระ (Physiological Motives) และแรงจูงใจทางจิตวิทยาหรือแรงจูงใจทางสังคม (Psychological Motives)
แรงจูงใจทางกายภาพ หรือ แรงจูงใจทางสรีระ (Physiological Motives)
แรงจูงใจทางกายภาพ หรือ แรงจูงใจทางสรีระ เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการจำเป็นทางร่างกาย ซึ่งเป็นความขาด หรือ ความพร่องที่เกิดภายในตัวมนุษย์ เมื่อเกิดความขาดขึ้นมนุษย์ก็จะแสดงพฤติกรรมที่มีเป้าหมาย เพื่อลดความขาดนั้น และทำให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาพปกติ หรือ สภาพสมดุล (Homeostasis) การรักษาสภาพสมดุลนี้อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติภายในร่างกาย เช่น เมื่อร่างกายรู้สึกร้อนเกินไป ก็จะมีการหลั่งของเหงื่อเพื่อระบายความร้อน แต่อย่างไรก็ตาม คนเราก็มักแสดงพฤติกรรมต่างๆเพื่อช่วยรักษาสมดุลเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้ความต้องการจำเป็นทางกายภาพบางอย่าไม่อาจทำให้เกิดสภาพสมดุลได้โดยกระบวนการภายใน ดังนั้น การแสดงพฤติกรรมของมนุษย์จึงมีส่วนเกี่ยวข้องในการตอบสนองแรงจูงใจทางกายภาพด้วย
เนื่องจากแรงจูงใจทางกายภาพ เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการพื้นฐานจำเป็นของมนุษย์ ซึ่งชีวิตขาดเสียไม่ได้ จึงมักใช้ชื่อเรียกแรงจูงใจชนิดนี้ว่า แรงจูงใจปฐมภูมิ (Primary Motives) แรงจูงใจทางกายภาพที่สำคัญและมีบทบาทมากต่อพฤติกรรมของบุคคล ได้แก่ ความหิว ความกระหาย และจูงใจที่เกิดจากความต้องการต่อไปนี้ คือ ความต้องการอากาศหายใจ ความต้องการพักผ่อน ความต้องการอุณหภูมิ ที่เหมาะสม ความต้องการกำจักของเสียออกจากร่างกาย และความต้องการทางเพศ
แรงจูงใจทางจิตวิทยา หรือ แรงจูงใจทางสังคม (Psychological Motives หรือ Social Motives)แรงจูงใจทางจิตวิทยา หรือ แรงจูงใจทางสังคม เป็นแรงจูงใจที่เกิดความต้องการทางจิตใจและสังคม โดยทั่วไปเกิดจากการเรียนรู้และมีพัฒนาต่อเนื่อง จากการที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แรงจูงใจทางจิตวิทยานี้ถึงแม้ไม่ได้ตอบสนองก็ไม่มีผลโดยตรงต่อการมีชีวิตอยู่ แต่มีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกและสภาพจิตใจของบุคคล เนื่องจากโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่ได้ดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่ต้องการทางร่างกานเท่านั้น แต่ยังทำพฤติกรรมต่างๆเพื่อแสวงหาความต้องการทางอื่นด้วย เช่น เกียติยศชื่อเสียง อำนาจ และยอมรับนับถือจากผู้อื่น เป็นต้น
https://storyset.com/illustration/make-it-rain/pana?epik=dj0yJnU9bjBNdUIwTnRYVDRjTDJJOTZCRTRkVnZkUUV1WmdkTUsmcD0wJm49eXMzTExpVkd6UldOWXd6YkhVb19sUSZ0PUFBQUFBR0ZWS2lV
การจำแนกประเภทแรงจูงใจ มีหลายประเภท เช่น
1.แบ่งตามลักษณะการเกิด โดยแบ่งแรงจูงใจออกเป็น 3 แบบ คือ แรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการทางกาย แรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการทางสังคม และแรงจูงใจส่วนบุคคลซึ่งพัฒนามาจากความต้องการทางกายและทางสังคมร่วมกัน
2.แบ่งตามแหล่งที่เกิด โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แรงจูงใจภายนอก และแรงจูงใจภายใน
แรงจูงใจภายใน หมายถึงแรงจูงใจที่เกิดจากภายในตัวบุคคล เช่น ความหิว ความอยากรู้อยากเห็น ความรัก ความสนใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความสงสาร ความพอใจ ความศรัทธา ความต้องการ เป็นต้น
แรงจูงใจภายนอก หมายถึง แรงจูงใจที่เกิดจากภายนอกตัวบุคคล เช่น การแข่งขัน การร่วมมือ การให้รางวัล การลงโทษ เป็นต้น
3.แบ่งแรงจูงใจออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.แรงจูงใจทางกาย หรือแรงจูงใจทางสรีระ คือ แรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการทางกาย
2.แรงจูงใจทางจิตวิทยา คือ แรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการพื้นฐานทางจิตใจ
3.แรงจูงใจทางสังคม คือ แรงจูงใจที่เกิดจากการกระตุ้นหรือการเรียนรู้
#อ่านดีกว่าไม่อ่าน
#ฝากกดไลค์ กดแชร์ แสดงความคิดเห็นและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะครับ ขอบคุณครับผม😊
วิทยาศาสตร์
2 บันทึก
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย