มีบัญชีอยู่แล้ว?
แม่นยำพอมั้ย? Apple ซุ่มพัฒนา AI ตรวจจับภาวะออทิสติก สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง
The Wall Street Journal รายงานว่า Apple บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่กำลังซุ่มพัฒนาระบบเอไอที่สามารถตรวจจับภาวะความผิดปกติทางจิตหรือภาวะออทิสติกได้โดยการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์จากอุปกรณ์ iPhone ของผู้ใช้
ไอเดียที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนานี้คือไอเดียแบบเดียวกับที่พัฒนาระบบตรวจจับสัญญาณของโรคหัวใจใน Apple Watch โดยระบบจะเก็บข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของเราเพื่อตัดสินว่าเรามีอาการทางจิตหรือภาวะออทิสติกหรือไม่
หลังจากข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ฟีเจอร์นี้ได้รับการวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญมองว่าภาวะทางจิตใจนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมาใช้เทคโนโลยีตรวจจับและหวังผลลัพธ์ที่แม่นยำได้ เนื่องจากภาวะออทิสติกมีความหลากหลายทั้งทางอารมณ์และจิตใจ แพทย์เองก็ไม่สามารถใช้มาตรฐานที่ตายตัวในการวินิจฉัยได้ ต้องวินิจฉัยอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
ระบบเอไอของ Apple นี้อาจใช้วิธีการเรียนรู้และจดจำจากข้อมูลในงานวิจัย เพื่อตรวจหาสัญญาณที่สื่อถึงภาวะออทิสติก อย่างไรก็ตามการนำเอไอมาตรวจจับภาวะทางจิตใจของมนุษย์ยังเป็นเรื่องที่ไม่มีประสิทธิภาพนัก การใช้เอไอตรวจจับอารมณ์ผ่านการแสดงออกทางสีหน้าหรือเสียงก็ยังเป็นข้อถกเถียงในเรื่องความไม่แม่นยำอยู่ตลอด เพียงแค่การแสดงออกทางอารมณ์เช่นนี้ก็มีตัวแปรที่เหนือความสามารถของเอไอแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงการตรวจจับภาวะออทิสติก และนอกจากนี้ยังมีหลายฝ่ายมองว่าภาวะออทิสติกไม่ถือเป็นอาการผิดปกติที่ต้องได้รับการรักษา ผู้มีภาวะออทิสติกหลายคนนั้นมองว่าตนเองแข็งแรงดี และไม่ต้องการรับการรักษาใด ๆ รวมถึงไม่อยากถูกวินิจฉัยว่า ‘ผิดปกติ’
แน่นอนว่าแค่เพียงข่าวของการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีการปล่อยมาใช้งานจริง แต่สมมุติว่าหากฟีเจอร์นี้พัฒนาออกมา จาก 2 เหตุผลดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้ฟีเจอร์นี้ไม่สามารถใช้งานได้จริง ทำให้เกิดตรวจจับที่ผิดพลาด ที่อาจส่งผลเสียให้ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง และการลงมาเล่นกับเรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ยังอาจทำให้ Apple ต้องเจอกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งรังแต่จะส่งผลเสียอย่างต่อเนื่อง
Does it really work? Apple is reportedly developing a controversial AI feature to detect 'autism' in iPhone.
The Wall Street Journal recently reported that Apple might be researching and developing an AI feature to detect mental illness and autism by collecting biometrics data from users' iPhones.
The idea behind this project is similar to the cardiac disease detection feature in Apple Watch. The AI system would process our normal usage data from our device and diagnose if we have any sort of mental illness or autism.
After the project was revealed, a lot of criticism followed. Experts said that mental illness and autism couldn't be diagnosed by using technologies and expect accurate results. Autism is diverse in terms of the mental and emotional spectrum. Even doctors are unable to use such static criteria. Patients with any sort of mental illness or autism need a careful individual diagnosis.
Apple's AI might be developed by learning sign symptoms in researches that experts believed indicated autism. Nonetheless, using AI to diagnose humans' minds has been proved quite ineffective so far. Facial expression detection AI has been controversial in terms of inaccuracies. Just these superficial emotional expressions already have variables that are beyond AI ability, not to mention autism. Furthermore, some people don't regard autism as an illness that needs treatment. Many people with autism consider themselves perfectly strong and don't want to be diagnosed.
Just the news about the R&D stage of the feature doesn't mean it would come out as a product. Supposing that the feature was put to use, it would be ineffective and might lead to misdiagnosis due to the two reasons stated above. It could also cause devastating effects on the user's life. Additionally, playing with this sensitive matter might cost Apple their reputation and chronic negative effects.
บทความโดย: ทีม Sertis
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      Khabane Lame อายุ 21 ปี เกิดที่เซเนกัล ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่อิตาลี เค้าเริ่มต้นใช้ TikTok เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่กำลังตกงาน ไม่มีอะไรทำ แต่ระหว่างที่กำลังหางานใหม่ เค้าเกิดไอเดียทำคลิป React ล้อเลียนคลิปวิดีโอของคนอื่น ที่ปกติจะทำเรื่องที่ง่ายอยู่แล้วให้ยากและซับซ้อนกว่าเดิมในรูปแบบกวนๆ และนำมาเปรียบเทียบกับวิธีของเขาที่ง่ายกว่าของเค้า พร้อมกับการแสดงสีหน้านิ่ง เบื่อหน่าย ประมาณว่า “แค่นี้ก็ต้องให้สอน” ซึ่งนี่แหละยิ่งทำให้เรียกเสียงฮาจากผู้คน ถึงขนาดที่ว่าหลายคนชอบนำภาพสีหน้าเบื่อหน่ายไปทำเป็นมีมต่าง ๆ รวมถึงวิดีโอของเขาก็ยังถูกแพร่หลายในโลกโซเชียล จนตอนนี้เขามีแฟนคลับอยู่แทบทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียว
      ทำความรู้จักอีกหนึ่ง Top Tech Company ของไทย “เทนเซ็นต์ ประเทศไทย” ผู้ครองอาณาจักรเอนเตอร์เทนเมนต์แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศ และมี Cloud Solutions ระดับเวิลด์คลาส กับก้าวต่อไปในการขยายธุรกิจสู่ตลาด SEA ที่น่าจับตามอง | ลงทุนTECH
      สู้ไม่ไหว ก็ล้มซะเลย! Johnson & Johnson ให้บริษัทลูกยื่น ‘ล้มละลาย’ ในคดีแป้งฝุ่นก่อมะเร็ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เป็นข่าวใหญ่โตอย่างมาก เมื่อมีผู้หญิงกว่า 1,000 คนรวมตัวกันฟ้อง Johnson & Johnson หรือ J&J ในข้อหาปิดบังความเสี่ยงในการก่อมะเร็งของแป้งเด็กที่บริษัทผลิต ทั้งยังมีการโฆษณาว่าปลอดภัยต่อการใช้งาน หลังจากที่มีผู้หญิงชื่อว่า ฟ็อกซ์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ในปี 2015 จากแร่ใยหินที่ปนเปื้อนอยู่ในแป้งเด็กของ J&J
      เมื่อเลือกไม่ได้ และอยากใช้ภาษาญี่ปุ่นช่วย 😁 ในเวลาที่ตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างเองไม่ได้ การเด็ดกลีบดอกไม้เพื่อช่วยในการตัดสินใจก็ดีเหมือนกันนะคะ 😁 เช่นแบบว่า นับกลีบดอกไม้เพื่อเลือกว่าจะรักใครดี เอหรือบี เอ หรือ บี เอ บี รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก 😂 การใช้ตัวช่วยแบบนี้ในภาษาญี่ปุ่นก็มีเหมือนกันค่ะ เป็นการนับง่าย ๆ เด็ก ๆ ชอบเล่นกัน วิธีเล่นก็จะชี้นิ้วไปที่สิ่งที่จะเลือกแต่ละอัน แล้วพูดว่า ... どれにしようかな 天の神様の言う通り (ど-れ-に-し-よ-う-か-な-て-ん-の-か-み-さ-ま-の-い-う-と-お-り) (โดะ เระ นิ ชิ โย อุ คะ นะ เทน โนะ คะ มิ ซะ มะ โนะ อิ อู โทะ โอะ ริ ) แปลว่า เอาอันไหนดีน๊า ทำตามที่เทพสวรรค์บอก (ละกัน) ☺️ พอคำสุดท้าย (คำว่า ริ) หยุดที่อันไหนก็แปลว่า เทพสวรรค์บอกให้เลือกอันนั้น 😇 วันนี้เราไปเลือกขนมกันค่ะ ละลานตาเลือกไม่ถูก ต้องพึ่งการนับ 😄 แต่สุดท้ายขอโทษด้วยนะคะที่แอดมินไม่ได้ทำตามที่เทพสวรรค์บอก 😅😂 ขนมวันนี้เลือกเป็น เค้กคาราเมล ซอฟครีมมะม่วง แล้วก็พุดดิ้งพาร์เฟ่ต์มาค่ะ ☺️😋 ปล. การนับเพื่อเลือกแบบนี้ ถ้าเพื่อน ๆ ท่านไหนทราบว่าของไทยเรายังมีแบบอื่นนอกจากเด็ดกลีบดอกไม้อีกไหม ช่วยบอกกันบ้างนะคะ 🙏😊
      ดูทั้งหมด