มีบัญชีอยู่แล้ว?
เป้าหมายทางการเงินที่ SMART
การที่เราต้องมีเป้าหมาย เพื่อที่จะได้เป็นทิศทางในการวางแผนปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งการตั้งเป้าหมายที่ดีทั้งเป้าหมายทางการเงิน และเป้าหมายอื่นๆ ที่ดี ควรประกอบด้วยอะไรบ้างมาอ่านกัน...
หลักการตั้งเป้าหมาย มีดังนี้
1. มีความชัดเจน (Specific)
2. ระบุจำนวนเงินได้ (Measurable)
3. มีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ (Achievable)
4. เป้าหมายจะต้องมีความเป็นไปได้จริง (Realistic)
5. มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน (Time Bound)
ดังนั้นเป้าหมายที่ดีต้อง “SMART” ลองมาดูตัวอย่างการตั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวยาวกัน
- เป้าหมายระยะสั้น ภายใน 1 ปี เช่น ต้องการมีเงินออมฉุกเฉิน 60,000 บ. ใน 6 เดือน
เราจึงวางแผนเก็บเงินเดือนละ 10,000 บ. เป็นเวลา 6 เดือน อยู่ในบัญชีเงินฝาก หรือกองทุนรวมตลาดเงินเนื่องจากเป็นเป้าหมายระยะสั้น ที่ไม่ต้องการสูญเสียเงินต้น
- เป้าหมายระยะกลาง ภายใน 5 ปี เช่น ต้องการมีเงินเพื่อเรียนต่อ 200,000 บ. ในอีก 3 ปี
เราจึงวางแผนเก็บเงินเดือนละ 5,000 บ. ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ได้ผลตอบแทนประมาณ 3% เป็นเวลา 36 เดือน
- เป้าหมายระยะยาว เช่น ต้องการมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 20,000 บ. เป็นเวลา 20 ปี 5 ล้านบาท ในอีก 30 ปี
(ตัวเลข 5 ล้าน มาจากการคิดลักษณะนี้นะ คือนำ 20,000 บ. x 12 เดือน x 20 ปี = 4,800,000 บ. ซึ่งตรงนี้ยังไม่รวมเงินเฟ้อนะ)
เราจึงวางแผนเก็บเงินปีละ 100,000 บ. ลงทุนที่ได้ผลตอบแทนประมาณ 5% เป็นเวลา 30 ปี
เป้าหมายทางการเงินที่ดีต้อง SMART คือ มีความชัดเจนว่าเพื่ออะไร ระยะเวลาเมื่อไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ และวางแผนเพื่อที่จะปฏิบัติได้จริง และอย่าลืมประเมินผลเป็นระยะด้วยนะ ซึ่งหลักการตั้งเป้าหมายนี้ สามารถนำไปใช้ในการตั้งเป้าหมายในมิติอื่น ๆ ของชีวิตได้ด้วยนะ
#การตั้งเป้าหมาย
#เป้าหมายที่ดี
#SMART
#การออม
#ลงทุน
#เป้าหมายทางการเงิน
#หมอยุ่งอยากมีเวลา
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      สื่อฮ่องกงเตือน พบสารก่อมะเร็งในขนมปังเจ้าดังของมาเลย์ สายคนรักขนมปังกรอบ แคร็กเกอร์ มีระแวง เมื่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของฮ่องกงออกมารายงานว่า พบสารที่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายเราในผลิตภัณฑ์ ขนมปังกรอบ แคร็กเกอร์ บิสกิต ที่ผลิตโดย Hup Seng ผู้ผลิตขนมปังเจ้าดังในมาเลยเซีย
      คุณคิดว่าคนเรานั้น...สามารถมีความมั่งคั่งไปพร้อมกับการมีความสุขได้หรือไม่? หรือเราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง? สรุปหนังสือ 7 Strategies for Wealth and Happiness ตอนที่ 1
      เบนจามิน แฟรงคลินเป็นชายที่รอบรู้ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เขาคือหนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ผู้ช่วยร่างและลงนามคำประกาศอิสรภาพสหรัฐฯ ทั้งยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ นักเขียน นักการทูต นักวิทยาศาสตร์ และนักประดิษฐ์ แต่รู้ไหมว่าแฟรงคลินได้เล่าเรียนในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการเพียง 2 ปีเท่านั้น ชีวิตที่เหลือ เขาเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งหมด เบนจามิน แฟรงคลินเกิดในบอสตัน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอังกฤษ เขาเป็นลูกคนที่ 15 จากทั้งหมด 17 คนในครอบครัวที่ทำสบู่และเทียนขาย ซึ่งถือเป็นงานที่ได้เงินไม่มากนัก และด้วยความที่เป็นลูกชายคนสุดท้อง เขาจึงแทบไม่ได้รับอะไรอภิสิทธิ์ใด ๆ เมื่อเทียบกับพี่ชายคนโต แฟรงคลินเข้าเรียนที่ Boston Latin School ได้เพียง 2 ปีเนื่องจากที่บ้านไม่มีเงินส่งเสีย หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เข้าโรงเรียนอีกเลยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ถึงอย่างนั้นแฟรงคลินก็พยายามเรียนรู้ด้วยตนเอง เขาอ่านหนังสือแบบเอาเป็นเอาตายและยังฝึกทำงานเขียนไปด้วย
      UPDATE: กทม.เปิดรายชื่อ 63 โรงเรียน อนุญาตเปิดเรียนได้ (24 ตุลาคม 2564) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายชื่อโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 63 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับอนุญาตจาก กทม. ให้เปิดการเรียนการสอนได้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทั้ง 63 โรงเรียนที่อนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนแบบ On site กระจายอยู่ในพื้นที่ 30 เขตของกทม. และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติ
      ดูทั้งหมด