มีบัญชีอยู่แล้ว?
Nayuki ร้านชารูปแบบใหม่ระดับไฮเอนด์
ปัจจุบัน ตลาดเครื่องดื่มชารูปแบบใหม่ในจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเนื่องจากการพัฒนาของอินเทอร์เน็ตและกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ โดยเมื่อปี ค.ศ. 2020 ตลาดเครื่องดื่มชาในจีนมีมูลค่า 442,000 ล้านหยวน (68,465 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเป็นตลาดชารูปแบบใหม่เกือบ 1 ใน 4 รวมทั้งมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี ค.ศ. 2025 ตลาดชารูปแบบใหม่อาจขยายตัวมากถึง 340,000 ล้านหยวน (52,665 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ เครื่องดื่มชารูปแบบใหม่ได้เริ่มปรับตัวสู่การเป็นสินค้าไฮเอนด์ ซึ่งการบริโภคชาไฮเอนด์จะมีมากถึง 50,000 ล้านหยวน (7,745 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
1
ร้านชารูปแบบใหม่แห่งแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
Nayuki หรือ 奈雪の茶 เป็นร้านชารูปแบบใหม่ที่จำหน่ายทั้งชาผลไม้ ขนมปัง และเบเกอรี่ ที่ต้องการยกระดับให้เครื่องดื่มชากลายเป็นสินค้าระดับไฮเอนด์ โดยเน้นการออกแบบร้าน ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และยกระดับคุณภาพสินค้า ทั้งนี้ ชื่อ Nayuki อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจว่าเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น แต่การใช้ชื่อจากวัฒนธรรมอื่นไม่ใช้เรื่องแปลก โดยชื่อของ Nayuki แสดงถึงความเป็นที่นิยมของวัฒนธรรมญี่ปุ่นในกลุ่มผู้บริโภคจีน อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมการดื่มชาของญี่ปุ่นจะแตกต่างจากวัฒนธรรมการดื่มชารูปแบบใหม่ของจีน แต่การใช้ชื่อ Nayuki จะช่วยให้มีความแตกต่างจากแบรนด์เครื่องดื่มอื่น ๆ ของจีน
Nayuki ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2015 ที่เมืองเซินเจิ้น โดยนาง Peng Xin และนาย Zhao Lin และเริ่มขยายธุรกิจออกนอกมณฑลกวางตุ้งเมื่อปี ค.ศ. 2017 โดยปัจจุบัน Nayuki มีสาขามากกว่า 500 สาขาใน 70 เมืองทั่วจีน อีกทั้งมีสาขาในต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ และในระหว่างปี ค.ศ. 2021 – 2022 มีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 300 – 350 สาขา โดยเน้นการเปิดสาขาในเมืองระดับ first tier และร้อยละ 70 ของสาขาที่จะเปิดใหม่เป็นร้าน Nayuki PRO ซึ่ง Nayuki จะบริหารจัดการสาขาทั้งหมดโดยตรง ไม่ใช้ระบบแฟรนไชส์
Nayuki มียอดขายต่อออเดอร์เฉลี่ย 43 หยวน (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของร้านชาระดับไฮเอนด์ที่มียอดขายต่อออเดอร์ 35 หยวน) และมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 18.9 สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของร้านชาระดับไฮเอนด์ในจีน (รองจาก Hey Tea ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 25.5) นอกจากนี้ Nayuki เป็นร้านชารูปแบบใหม่ร้านแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเพิ่งผ่านการพิจารณาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและอยู่ในระหว่างการเตรียมเสนอขาย IPO ทั้งนี้ การเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ Nayuki อาจกลายตัวกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมชารูปแบบใหม่ให้กับแบรนด์อื่น ๆ ที่มีแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น Hey Tea และมี่เสวี่ยปิงเฉิง เป็นต้น
การตกแต่งร้านรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของ Nayuki ใช้คอนเซ็ปต์ความน่ารักและสนุกสนาน เน้นสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าได้เข้าสังคมและผ่อนคลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงสมัยใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมือง ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของ Nayuki คือผู้หญิงอายุระหว่าง 20 – 35 ปี โดยจากข้อมูลเมื่อปี ค.ศ. 2020 ผู้บริโภคส่วนมากเป็นผู้หญิงและเกือบร้อยละ 70 มีอายุระหว่าง 18 – 24 ปี เป็นคน Gen Z ที่มีอายุเพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวบริโภคชาโดยเฉลี่ย 400 หยวนต่อเดือน ทั้งนี้ ผู้บริโภคชารูปแบบใหม่มากกว่าร้อยละ 80 มี brand loyalty สูง และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Nayuki มีลูกค้าสมัครสมาชิกประมาณ 34.7 ล้านคน และจากสถิติเมื่อปี ค.ศ. 2020 ยอดสั่งซื้อร้อยละ 49 มาจากสมาชิก
กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ
หลักการของ Nayuki คือ การให้คนรุ่นใหม่ได้ดื่มชาและใช้การดื่มชาเป็นไลฟ์สไตล์ในการเข้าสังคม รวมถึงใช้ชาในการสื่อสารผ่านโลกโซเชียล ดังนั้น Nayuki จึงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดความสนใจของคนรุ่นใหม่ผ่านการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ โดยสร้างสรรค์ผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ เช่น การจำหน่ายชาควบคู่กับขนมปังและเบเกอรี่ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกว่าเป็นของที่ต้องรับประทานคู่กัน ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และรสชาติ เช่น การออกซีรีส์เครื่องดื่มที่ทำจากลิ้นจี่ การออกเครื่องดื่มใหม่ตามฤดูกาล และการออกแบบแก้วและถุงให้เข้ากัน ทำการตลาดร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ออกแบบขนมร่วมกับพระราชวังต้องห้าม ซึ่งเป็นซีรีส์ขนมที่แสดงถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีน
Nayuki ยังให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลที่ตั้งของร้านซึ่ง Nayuki จะเลือกสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ตามคอนเซ็ปต์ของร้าน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่ง Nayuki ร่วมมือกับ supplier มากกว่า 250 แห่งที่จะจัดส่งวัตถุดิบผ่านครัวส่วนกลาง ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน (synergy) เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานโดยภาพรวม การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลจากผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีทั้งในส่วน front-end (อาทิ เพื่อสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์) และในส่วน back-end (อาทิ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน) ซึ่งในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา Nayuki ได้จัดตั้งแผนก IT ขึ้นเพื่อพัฒนาระบบจัดการร้าน
นอกจากนี้ Nayuki ยังนำข้อมูลจากผู้บริโภคมาใช้เพื่อทำการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเปิดร้าน Nayuki PRO ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเจาะตลาดและขยายสาขาเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยจะไม่มีส่วนเบเกอรี่เพื่อลดขนาดร้านค้าและใช้อุปกรณ์อัตโนมัติ (automated devices) เพื่อลดค่าแรง เพิ่มสินค้าที่เป็นกาแฟและอาหารว่างแนว grab and go โดยมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักคือพนักงานออฟฟิศ
ความท้าทายคือการสร้างกำไร
ถึงแม่ว่า Nayuki จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระหว่างปี ค.ศ. 2018 – 2020 Nayuki โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 909.5 ล้านหยวน เป็น 2,870.9 ล้านหยวน แต่การสร้างกำไรยังคงถือเป็นความท้าทาย ซึ่งจากรายงานประจำปี ค.ศ. 2020 Nayuki ขาดทุนสุทธิ 203 ล้านหยวน ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากในระหว่างปี ค.ศ. 2017 – 2020 Nayuki ขยายสาขาจาก 44 สาขา เป็น 556 สาขา ทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สำหรับวัตถุดิบสูงที่สุด และรองลงมาคือ ค่าจ้างพนักงานและค่าใช้จ่ายเพื่อการเช่าพื้นที่ร้าน
นอกจากนี้ Nayuki ได้ลงทุนเพื่อสร้าง brand awareness และสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินการ อาทิ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากดูจากงบกระแสเงินสดกิจกรรมดำเนินงาน (operating cash flow) ในระหว่างปี ค.ศ. 2018 – 2020 Nayuki ยังคงมีกระแสเงินสดมากกว่ามูลค่าขาดทุนสุทธิในช่วงเดียวกัน
แนวทางการพัฒนา
การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจพร้อมกับการสร้าง brand awareness ของ Nayuki อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มขึ้นจนการสร้างกำไรกลายเป็นความท้าทาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าในระยะกลางถึงระยะยาว ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างกำไรอย่างยั่งยืนของ Nayuki คือ การแข่งขันภายในตลาดเครื่องดื่มชารูปแบบใหม่ ความสามารถในการควบคุมต้นทุน และการเปลี่ยนแปลงของรสนิยมผู้บริโภค ทั้งนี้ ปัจจุบัน Nayuki มีแนวทางการประกอบธุรกิจเพื่อเพิ่มกำไร เช่น ยกระดับห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้สามารถประมาณการณ์สินค้าคงคลัง (inventory) ได้แม่นยำมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมค่าเช่าที่ รายได้และรายจ่ายของร้าน การนำเทคโนโลยีมาใช้ภายในร้านมากขึ้น และเปิด Nayuki PRO เพื่อให้เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้นและตอบโจทย์แนวทางการบริโภคที่มีความหลากหลาย
อนึ่ง แนวทางการดำเนินธุรกิจของ Nayuki ที่ให้ความสำคัญกับความสร้างสรรค์ของผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ รสชาติไปจนถึงการออกแบบร้าน และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับการให้บริการและจัดการร้านอาจเป็นกรณีศึกษาให้กับธุรกิจเครื่องดื่มของไทยที่ต้องการเพิ่มมูลค่าเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด และผู้ที่ต้องการเข้ามาในตลาดจีนเพื่อทำธุรกิจร้านเครื่องดื่ม
จัดทำโดย :สุวิชญา กีปทอง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว
ติดตามข้อมูลข่าวสารด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และการลงทุนในจีนได้ทาง www.thaibizchina.com
ไม่พลาดเรื่องราวที่น่าสนใจ สมัครรับ e-newsletters (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ทาง https://thaibizchina.com/about-us/newsletter/
#ThaiBizChina
#เพื่อนคู่คิดเพื่อธุรกิจไทยในจีน
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      พ่อ แม่ และอาชีพของเรา 1. ถ้าคุณเลือกอาชีพได้ตามใจอยากโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น คุณจะเลือกทำอาชีพอะไรครับ?
      SC Asset คว้าโอกาสจาก Cryptocurrency จับมือ Zipmex แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซื้อบ้าน คอนโดผ่าน 5 สกุลเงินดิจิทัล พร้อมมีโรดแมพออก Morning Coin, ICO, และ NFT ในอนาคต นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน market cap ของคริปโตฯ มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเติบโตจากปี 2562 ถึง 10 เท่า และเติบโตควบคู่ไปกับจำนวนผู้ใช้คริปโตฯ โดยที่ต้นปี 2564 มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคน เพิ่มจากเดิม 35 ล้านคนในเวลา 2 ปี
      เหตุผลแท้จริงที่สหรัฐฯ ต้องย้ายโรงงานกลับประเทศ Blockdit Originals โดย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ก่อนหน้านี้ เราเคยเข้าใจกันว่า การที่สหรัฐฯ พยายามสนับสนุนให้ธุรกิจย้ายโรงงานในจีนและที่อื่นๆ กลับสหรัฐฯ หรือที่เรียกกันว่า Reshoring เป็นเพราะสหรัฐฯ ต้องการหันมาสร้างงานให้คนของตน และกังวลเรื่องความมั่นคงของซัพพลายเชน
      20 นาที ที่นานกว่า 20 นาที 1. มีอยู่วันหนึ่ง ผมนั่งกินข้าวในฟู้ดเซนเตอร์ เห็นชายหญิง ไม่แน่ใจว่าแฟนกันหรือเปล่า ทั้งคู่กินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกัน นั่งฝั่งตรงข้ามกัน ภาพที่สะดุดตา จนอยากถ่ายรูปเก็บไว้ (แต่ไม่ได้ถ่าย) ก็คือ ขณะที่มือขวาของทั้งคู่ตักข้าวเข้าปาก มือซ้ายก็ถือมือถือ มองจอ ไม่มองจาน และแน่นอน ...ไม่มองกัน
      ดูทั้งหมด