มีบัญชีอยู่แล้ว?
ทุนประกันชีวิตเท่าไหร่ที่เรียกว่าพอ
หากกล่าวถึงประกันชีวิตจุดประสงค์หลักของการทำประกันชีวิตคือการวางแผนจัดการภาระทางการเงินของคุณเมื่อคุณไม่อยู่
เพื่อไม่ให้ภาระทางการเงินของคุณสร้างความเดือดร้อนให้กับคนข้างหลัง
ซึ่งประกันชีวิตที่ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีคือ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือ Whole-life Insurance
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว จะได้รับเงินเมื่อผู้ถือกรมธรรม์เสียชีวิตหรือเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดสัญญา
ซึ่งมักจะกำหนดไว้ที่อายุ 90 - 99 ปี จึงเหมาะสำหรับการสร้างมรดกให้กับลูกหลาน เพื่อเป็นหลักประกันว่าครอบครัวจะไม่ลำบากเมื่อเราจากไป
นอกจากนี้การจ่ายเบี้ยประกันของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ มักจะจ่ายเป็นช่วงเวลาไม่นาน เช่น 2, 5, 10 ปี ขึ้นอยู่กับแบบประกันแต่ละแบบของแต่ละบริษัท
หากเริ่มเห็นถึงความสำคัญของการทำประกันชีวิตแล้ว คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยและควรต้องรู้คือ ควรทำประกันชีวิตเท่าไหร่จึงจะพอ
ซึ่งจะต้องประเมินในแง่ที่ว่าจำนวนเงินที่จะได้รับจากบริษัทประกันชีวิต ในกรณีเสียชีวิตหรือครบกำหนดสัญญาหรือที่เรียกว่า ‘ทุนประกัน’ ควรจะเป็นเท่าไหร่
หลักการในการคำนวณทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมคือ ทุนประกันชีวิตควรจะครอบคลุมภาระทางการเงินส่วนเกินหลังจากหักมูลค่าทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว
เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขี้นเราสามารถแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนได้ดังนี้
4⃣ ขั้นตอนในการประเมินทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม
1. ประเมินภาระค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวต้องแบกรับ
หากมีการสูญเสียเกิดขึ้น โดยให้พิจารณาตั้งแต่ ค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว ค่าเล่าเรียนลูก ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่
ซึ่งการประเมินต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านระยะเวลาที่คิดว่าเราจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วย
ตัวอย่าง:
👉 ค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว เดือนละ 20,000 บาท หรือปีละ 240,000 บาท หากคาดว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปีในการเลี้ยงดูครอบครัวก่อนที่ลูกจะโตพอมาดูแลแทน ดังนั้นค่าใช้จ่ายของครอบครัวเท่ากับ 2,400,000 บาท
👉 ค่าเล่าเรียนบุตร ปีละ 100,000 ใช้เวลาอีก 10 ปีก่อนที่ลูกจะเรียนจบ ดังนั้นภาระค่าเล่าเรียนจะเท่ากับ 1,000,000 บาท
👉 ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่เดือนละ 8,000 บาท คิดเป็นปีละ 96,000 บาท จำนวนปีที่คาดว่าท่านจะมีชีวิตอยู่คือ 15 ปี ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูพ่อแม่เท่ากับ 1,440,000 บาท เป็นต้น
2. ประเมินหนี้สินคงค้าง
ซึ่งบางคนอาจลืมเวลาคำนวนทุนประกันชีวิต แต่หากเราไม่ได้คิดถึงในส่วนนี้อาจทำให้คนที่อยู่ข้างหลังต้องมารับภาระในส่วนนี้แทน ยิ่งในกรณีที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันในการกู้ยืม
หากถูกยึดคงทำให้ครอบครัวมีความลำบากในการดำรงชีวิตมากเลยทีเดียว
ดังนั้นจึงควรประเมินรายการหนี้สินทั้งหมดที่มีไม่ว่าจะเป็น การผ่อนบ้าน, ผ่อนรถยนต์, หนี้สินจากการทำธุรกิจ รวมทั้งหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้นอกระบบด้วย
ตัวอย่าง:
👉 หนี้บ้าน 1,500,000 บาท, หนี้รถ 300,000 บาท รวมภาระหนี้สินเท่ากับ 1,800,000 บาท
3. ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่มีในปัจจุบัน
หากเราจากไป สินทรัพย์ที่มีในปัจจุบันสามารถใช้ในการต่อยอดสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัวที่อยู่ข้างหลังต่อไปได้
ดังนั้นควรประเมินรายการทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดเช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ เงินฝากธนาคาร เงินลงทุนในหุ้นหรือกองทุนต่างๆ รวมถึงเงินทดแทนที่จะได้รับเมื่อเสียชีวิต
ตัวอย่าง:
👉 ที่ดินมูลค่า 1,000,000 บาท, บ้านมูลค่า 2,500,000 บาท เงินลงทุนรวม 800,000 บาท และเงินฝากธนาคาร 200,000 บาท รวมมูลค่าสินทรัพย์ที่มีในปัจจุบันเท่ากับ 4,500,000 บาท
4. คำนวณทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม
ได้จากการนำภาระทางการเงินทั้งหมด หักด้วยมูลค่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ทุนประกันชีวิต = ภาระค่าใช้จ่าย (1) + หนี้สินคงค้าง (2) – มูลค่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ (3)
ตัวอย่าง:
👉 จากตัวอย่างข้างต้น ทุนประกันชีวิตที่ควรมี = 4,840,000 + 1,800,000 – 4,500,000 = 2,140,000 บาท
ทั้งนี้ มีข้อพึงระวังคือไม่ควรซื้อประกันจนเป็นภาระเราเกินไป เพราะหากในอนาคตมีเหตุให้เราต้องขาดรายได้
เช่น ต้องออกจากงานอย่างกะทันหัน เราควรจะยังสามารถจ่ายเบี้ยประกันชีวิตต่อไปได้ โดยไม่ต้องยกเลิกหรือเวนคืนกรมธรรม์
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการเวนคืนกรมธรรม์มักจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่ได้จ่ายไป
อีกหนึ่งวิธีช่วยลดความเสี่ยง ที่จะไม่สามารถชำระเบี้ยประกันชีวิตให้ครบได้
คือการเลือกประกันชีวิตแบบตลอดชีพที่จ่ายเบี้ยประกันระยะเวลาสั้นๆ
เพราะการบริหารจัดการการเงินในช่วงระยะเวลาที่สั้นกว่า จะมีโอกาสเกิดเหตุไม่คาดฝันน้อยกว่านั้นเอง
วิธีการคำนวณทุนประกันชีวิตข้างต้นน่าจะพอเป็นแนวทางในการตอบคำถามสำหรับหลายๆ คนว่า
ควรมีทุนประกันชีวิตเท่าไหร่ จึงจะครอบคลุมภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว
ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ เพื่อให้คุณสามารถส่งต่อมรดกให้กับครอบครัว เพื่อเป็นทุนในการดำเนินชีวิตของพวกเขาต่อไป
สนใจอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม คลิก >>>>
#KKP #KiatnakinPhatra #KKPAdviceCenter #Insurance #ประกันชีวิต #คำนวณทุนประกัน
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      EXPORT: ข่าวดีผู้ส่งออกไทย ออสเตรเลียเลิกใช้ AD สับปะรดกระป๋อง และกระจกโฟลตใสจากไทยแล้ว หลังบังคับใช้มายาวนานถึง 20 ปี กรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ออสเตรเลียประกาศยุติการใช้มาตรการ AD สินค้าสับปะรดกระป๋องและกระจกโฟลตใสจากไทยแล้ว หลังไม่พบความเสียหายต่ออุตสาหกรรมในประเทศ แต่ยังคงเตือนผู้ส่งออกไทย อย่าเพิ่งทุ่มตลาด
      ## NO นวัตกรรมสุดล้ำ ช่วยชีวิตผู้ป่วยหนักได้ โดยไม่พึ่งท่อช่วยหายใจ ## 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 นวัตกรรมทางการแพทย์ต่างมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสแล้ว ในตอนนี้มีการศึกษายาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง ที่ถูกคาดว่าจะเป็นความหวังใหม่ ซึ่งจะช่วยรักษาผู้ป่วย ที่ถึงแม้จะติดเชื้อ และมีอาการ ก็ไม่ป่วยหนักหรือเสียชีวิตลง
      UPDATE: กทม.เปิดรายชื่อ 63 โรงเรียน อนุญาตเปิดเรียนได้ (24 ตุลาคม 2564) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายชื่อโรงเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 63 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับอนุญาตจาก กทม. ให้เปิดการเรียนการสอนได้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยทั้ง 63 โรงเรียนที่อนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนแบบ On site กระจายอยู่ในพื้นที่ 30 เขตของกทม. และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติ
      เซ็น"ลิซ่า"ร่วมงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่สัปดาห์หน้า ขอ ครม.เบิกค่าตัว100ล้าน กรณีกระเเสข่าวกระทรวงท่องเที่ยวฯ วางแผนดึงตัว ลลิษา มโนบาล “ลิซ่า Black Pink” ร่วมงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ 2022 ล่าสุดนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถึงขณะนี้ทาง ศิลปินสาวชาวไทยแห่งค่าย YG Entertainment ลิซ่า แบล็กพิงค์ คอนเฟิร์ม ว่าจะมาร่วมงานเคาท์ดาวน์ภูเก็ต ปีใหม่ 2022 โดยสัปดาห์หน้าจะมีการเซ็นสัญญาร่วมงานอย่างเป็นทางการ
      ดูทั้งหมด