มีบัญชีอยู่แล้ว?
ส่อง 9 เทรนด์โลก ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยใน 5 ปีข้างหน้า
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นแผนที่มีความสำคัญของประเทศที่เป็นเหมือน “เข็มทิศ” หรือ “หางเสือ” ที่จะกำหนดทิศทางของแผนงานอื่นๆของหน่วยงานภาครัฐ หรือภาคธุรกิจ ในระยะ 5 ปีข้างหน้า เมกะเทรนด์โลกที่จะกำหนดทิศทางของแผนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
1
บทความโดย นครินทร์ ศรีเลิศ
ส่อง 9 เทรนด์โลก ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยใน 5 ปีข้างหน้า
ขั้นตอนในการจัดทำแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในวงกว้าง รวมทั้งผ่านการกลั่นกรองจากคณะผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากกว่าที่จะได้แผนชาติที่กำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ในการจัดทำแผนประเด็นหนึ่งที่ต้องมีการวิเคราะห์ก็คือบริบทของการพัฒนาซึ่งไม่เพียงแต่ติดตามแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นในประเทศเท่านั้น แต่ยังติดตาม “เทรนด์” สำคัญๆที่จะเกิดขึ้นในระดับโลกหรือที่เรียกว่า “Global Megatrend” โดยในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ได้มีการบรรจุเรื่องของเมกะเทรนด์ในระดับโลกซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่างๆรวมทั้งประเทศไทยไปอีกอย่างน้อย 5 ปี ตามระยะเวลาการใช้แผนฯที่ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปีระหว่างปี 2565 – 2570
“กรุงเทพธุรกิจ” สรุปประเด็นสำคัญของ Global megatrend ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 จำนวน 9 ข้อที่ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับนี้
1. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปัจจุบันโลกอยู่ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของการพัฒนานวัตกรรม เน้นการต่อยอดเทคโนโลยีสาขาต่างๆ แล้วผนวกเข้าด้วยกัน เช่น เทคโนโลยีทางกายภาพ ชีวภาพ ดิจิทัล และพลังงานเพื่อเอามาใช้ประโยชน์ในภาคส่วนต่างๆอย่างกว้างขวางในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วนี้ส่งผลให้พลวัตการพัฒนาในอนาคตของโลกสามารถปรับเปลี่ยนไปได้อย่างพลิกผัน นำมาซึ่งโอกาสสำคัญ ทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อความอยู่รอด
5
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ประกอบด้วย
- การเติบโตของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และเศรษฐกิจแบบแบ่งปันที่จะส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจในภาคบริการ เช่น การคมนาคมและโลจิสติกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และที่พักอาศัย รวมถึงการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ประชากรในพื้นที่ห่างไกล และการทำงานในรูปแบบใหม่
1
- การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ช่วยยกระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจ และการออกแบบนโยบายสาธารณะ การพัฒนาและใช้งานข้อมูลขนาดใหญ่จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องมีมาตรฐานการจัดเก็บและเชื่อมโยงฐานข้อมูลผ่านเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ IoT และบล็อกเชน และการมีบุคลากรที่มีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เช่น เหมืองข้อมูล และการเรียนรู้
1
- การใช้ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการทดแทนแรงงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะชับซ้อนในภาคการผลิต (อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์) ภาคการเกษตร และภาคบริการ (กลุ่มร้านอาหารและร้านค้า)
​​​2.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โครงสร้างประชากรของโลกมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 20% จนมีจำนวนรวมถึง 1.5 พันล้านคน ส่งผลให้สัดส่วนประชากรวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลงในเกือบทุกประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก และมีแนวโน้มที่ประชากรผู้สูงอายุจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 312 ล้านคน
1
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกสู่สังคมสูงวัยจะนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ จากความต้องการสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคการผลิตและบริการส่วนหนึ่งมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น เช่น ยาและเวชภัณฑ์ อาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจบริการสุขภาพ บริการทางการแพทย์ และศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ รวมทั้งยังเป็นช่องทางในการพัฒนานวัตกรรม สินค้า และบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสูงวัย เช่น หุ่นยนต์สำหรับการดูแลและนวัตกรรมของใช้ภายในบ้านสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น
2
3.การดูแลรักษาสุขภาพและการรักษาพยาบาล แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในระยะ 10 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย
3
การเพิ่มขึ้นของการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อันเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในสังคมเมืองสมัยใหม่ตลอดจนการเผชิญกับมลพิษจากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของระดับความเครียดจากการทำงานและความวิตกกังวลในการใช้ชีวิต โดยมีสถิติผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นจำนวนถึง 41 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็น 71% ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก และเป็นสาเหตุหลักของของการเสียชีวิตของคนไทยถึง 75% หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี โดยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบมากที่สุด คือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โรคไม่ติดต่อเรื้อรังมักเป็นโรคที่รักษายาก มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม จะเกิดเป็นภาระต่อสถานะทางการเงินของผู้ป่วยและเป็นภาระทางการคลังของประเทศในระยะยาว
3
กระแสความตระหนักในการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน ที่เพิ่มมากขึ้นจากการที่ประชากรโลกมีความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นอันมาพร้อมกับการศึกษาและความแพร่หลายของสื่อออนไลน์ เป็นผลให้ความต้องการอาหารและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งความตื่นตัวในการป้องกันโรคติดต่อที่สืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการด้านอาหาร บริการสุขภาพ และการท่องเที่ยว จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาดและสุขอนามัยในการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรักษาพยาบาล จากเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าและการเพิ่มขึ้นของความต้องการบริการทางการแพทย์ ได้กระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้บริการสาธารณสุข เช่น การตรวจวินิจฉัยและเฝ้าระวังสุขภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชัน และอุปกรณ์สำหรับสวมใส่ที่มีเซ็นเซอร์หรือเทคโนโลยีตรวจวัดสุขภาพ เช่น การวัดความดัน วัดระดับน้ำตาลในเลือด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน การจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ มาใช้ประโยชน์ควบคู่ กับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการข้อมูลในเชิงชีวสารสนเทศ จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสาธารณสุข ทั้งเพื่อการบริหารจัดการคลังย วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการควบคุมโรคระบาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของการวิจัยในด้านพันธุกรรมและจิโนมิกส์ ยังสนับสนุนให้เกิดการรักษาพยาบาลที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นโอกาสใหม่สำหรับบริการทางการแพทย์ในอนาคต
หลากหลายความคิด
คนแก่ที่เกิน60เกษียนแล้วต่อไปจะอยู่อย่างไรไม่มีเงินไม่มีงานทำเป็นภาระให้ใคร
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    “ฝีดาษลิง” (monkeypox) ระยะฟักตัวกี่วัน หายเองได้ไหม ? “ฝีดาษลิง” (monkeypox) ล่าสุด องค์การอนามัยโลกระบุว่า นับจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 92 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 28 ราย ใน 12 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา
    เตือนภัย!! แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ดีแทค ร่วมกับ กสทช. แนะนำประชาชนให้สังเกตหมายเลขที่โทรเข้ามา ถ้ามีเครื่องหมาย + (เบอร์ที่โทรมาจากต่างประเทศ) ควรระมัดระวัง หากไม่มีคนรู้จักที่จะติดต่อจากต่างประเทศ
    “ชัชชาติ” ย้ำ ไม่ยุ่งการเมืองใหญ่ ฟิต วิ่งสวนลุมฯ เผย 3 สิ่ง จะทำทันที “ชัชชาติ” ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 17 สุดฟิต วิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี บอก 3 สิ่งแรกที่จะทำทันที คือ พูดคุยกับข้าราชการ กทม.-จัดลำดับปัญหา-และแก้ปากท้องให้ประชาชน ย้ำ ไม่ยุ่งการเมืองใหญ่ แต่อยากทำเมืองให้ดีขึ้น
    เปิดประวัติ “ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ “ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 กับคะแนนเสียงกว่า 1.3 ล้านคะแนนที่ชาว กทม. เทใจให้ ❗️ขอบอกว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เมื่อคืนวานนี้ (22 พค. 2565) เราคงได้ทราบผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กันแล้ว
    ดูทั้งหมด