มีบัญชีอยู่แล้ว?
เช็คราคา 20 หุ้น กลุ่ม ICT
ราคาเพิ่มสูงสุด จากสิ้นปี 2563 (ณ วันที่ 08/10/2564)
หุ้นกลุ่ม ICT หรือ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นอีกกลุ่มที่ทำผลตอบแทนได้โดดเด่น เมื่อเทียบราคาจากสิ้นปี 2563 ที่ผ่านมา เพราะจากจำนวนหุ้นในกลุ่ม 29 ตัว สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 22 ตัว และมีถึง 5 ตัว ที่ปรับตัวเพิ่มมากกว่า 100%
.
ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มนี้ ที่ส่วนใหญ่ยังสามารถทำกำไรได้อยู่ในภาวะวิกฤต อีกทั้งยังมีบางบริษัทที่กำไรยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
.
โดยดัชนีของกลุ่ม ICT วันที่ 08/10/2564 ปิดู่ที่ 164.9 จุด เทียบสิ้นปี 63 +21% และแม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย -0.1% เมื่อเทียบกับสิ้นเดือน ก.ย.64
.
โพสนี้จึงจะมาเช็คราคา 20 หุ้น ในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ลองไปดูกันว่าพอจะมีหุ้นเด้งตัวไหน อยู่ในพอร์ตของคุณบ้างไหม
.
(ข้อมูลเรียงตาม %การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564)
.
.
1. JTS : บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 34,793 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 49.25 บาท เพิ่มขึ้น 47.32 บาท จาก 1.93 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 2451.8% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ปรับตัวลดลง -6.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 467.6 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 69.37 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3vdHuYH
.
2. FORTH : บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 16,800 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 17.5 บาท เพิ่มขึ้น 11.4 บาท จาก 6.1 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 186.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 6.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 23.22 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 10.94 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3wgoTLU
.
3. SDC : บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 8,939 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 0.77 บาท เพิ่มขึ้น 0.46 บาท จาก 0.31 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 148.4% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน และมีค่า PB เท่ากับ 25.67 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2Vuz4Pd
.
4. AIT : บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 8,150 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 39.5 บาท เพิ่มขึ้น 21.7 บาท จาก 17.8 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 121.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 15.02 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 2.79 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/390HDV5
.
5. ILINK : บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,920 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 9.05 บาท เพิ่มขึ้น 4.57 บาท จาก 4.48 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 102% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 2.8% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 22.17 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 1.61 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3C8xhQW
.
6. JMART : บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 41,334 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 19.75 บาท จาก 20 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 98.8% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 37.38 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 7.82 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/36zYSMQ
.
7. MFEC : บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,172 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 9.45 บาท เพิ่มขึ้น 4.65 บาท จาก 4.8 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 96.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 16.64 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 2.28 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3fpfn2E
.
8. SIS : บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 11,644 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 33.25 บาท เพิ่มขึ้น 15.75 บาท จาก 17.5 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 90% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 3.1% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 16.44 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 4.09 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3oKNIe6
.
9. TWZ : บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,936 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 0.13 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท จาก 0.07 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 85.7% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 212.51 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 0.59 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3rNQRNH
.
10. SVOA : บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 1,442 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 2.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.86 บาท จาก 1.18 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 72.9% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 12.28 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 0.84 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3pJ6B2z
.
.
11. SYNEX : บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 20,591 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 24.3 บาท เพิ่มขึ้น 9.3 บาท จาก 15 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 62% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 27.81 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 5.73 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3AA9Qit
.
12. SAMTEL : บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 4,202 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 6.8 บาท เพิ่มขึ้น 1.8 บาท จาก 5 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 36% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 6.2% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน และมีค่า PB เท่ากับ 1.25 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/37geULF
.
13. INTUCH : บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 245,305 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 76.5 บาท เพิ่มขึ้น 20.25 บาท จาก 56.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 36% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ปรับตัวลดลง -5% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 22.71 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 6.24 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2JLmF4b
.
14. SYMC : บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 2,428 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 5.6 บาท เพิ่มขึ้น 1.3 บาท จาก 4.3 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 30.2% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ปรับตัวลดลง 0% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 26.67 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 0.99 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2YEheHZ
.
15. THCOM : บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 12,057 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 11 บาท เพิ่มขึ้น 2.45 บาท จาก 8.55 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 28.7% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน และมีค่า PB เท่ากับ 1.09 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3jodTGN
.
16. SAMART : บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 6,995 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 6.95 บาท เพิ่มขึ้น 1.5 บาท จาก 5.45 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 27.5% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน และมีค่า PB เท่ากับ 2.43 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3A3UwcV
.
17. DTAC : บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 98,264 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 41.5 บาท เพิ่มขึ้น 8.25 บาท จาก 33.25 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 24.8% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.6% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 24.15 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 4.54 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3d7LtPj
.
18. TRUE : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 136,810 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 4.1 บาท เพิ่มขึ้น 0.66 บาท จาก 3.44 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 19.2% อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 7.9% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ NA เนื่องจาก ผลการดำเนินงานล่าสุด ขาดทุน และมีค่า PB เท่ากับ 1.67 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > http://bit.ly/3c86OYD
.
19. HUMAN : บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 7,004 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 10.3 บาท เพิ่มขึ้น 1.35 บาท จาก 8.95 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 15.1% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ปรับตัวลดลง -3.7% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 40.35 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 5.34 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/3pK1iQq
.
20. ADVANC : บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) [มูลค่าตลาด 575,455 ล้านบาท]
โดยราคาหุ้นวันที่ 08-10-2564 ปิดที่ 193.5 บาท เพิ่มขึ้น 17.5 บาท จาก 176 บาท เมื่อสิ้นปี 2563 หรือ เพิ่มขึ้น 9.9% แต่เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนที่แล้ว (ส.ค.) ปรับตัวลดลง -1.3% ซึ่งปัจจุบันมีค่า PE เท่ากับ 21.03 เท่า และมีค่า PB เท่ากับ 7.33 เท่า
ศึกษาข้อมูล Factsheet เพิ่มเติมได้ที่ > https://bit.ly/2ObzFlf
.
❗ หมายเหตุ : โพสนี้จัดทำขึ้น เพื่อให้ระมัดระวังในการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำว่าบริษัทไหนน่าลงทุนกว่าบริษัทไหน หรือผลตอบแทนการลงทุนจะไม่เปลี่ยนไป เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนเสมอ🙂
.
#หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
#หุ้นICT
#หุ้นเด้ง
#การลงทุน
#iYomBizInspiration
.
Reference
.
สนใจข้อมูลธุรกิจ การเงิน การลงทุน เล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างฝัน ติดตาม iYom Biz+Inspiration ได้ที่
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    - พาชมจัดเต็มทุกมุม! “ศูนย์ฯ สิริกิติ์” โฉมใหม่ อลังการกลิ่นอายสถาปัตยกรรมไทย พร้อมเปิดกันยายน’65 - 1) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ปิดปรับปรุงไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 และกำลังจะเปิดบริการใหม่อีกครั้งวันที่ 12 กันยายน 2565 โดย บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ใช้งบลงทุนไปกว่า 15,000 ล้านบาทในการพลิกโฉมใหม่ทั้งหมด
    รวม new collection จาก Younique Customized Furniture เวย์การแต่งบ้านมีมาให้เลือกตามเทรนด์ และเสน่ห์ของเลขาคณิต homey ในสไตล์ NORDIC ที่กำลังอิน Younique เลยชวนมาอัพเดทเฟอร์ฯ ซีรีย์ใหม่ล่าสุด “Wooden house”
    สารัชถ์ รัตนาวะดี ก้าวเป็น บุคคลรวยสุดในประเทศไทยแล้ว แซงเสี่ยเจริญ และเสี่ยธนินท์ วันนี้ คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ได้แซงหน้าคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในไทยแล้วตามการจัดอันดับของ Forbes
    นักเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ดชี้ หากคบ ‘เพื่อนรวย’ ตั้งแต่เด็ก จะทำให้รายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 20% หากในอนาคตคุณอยากเป็น ‘คนรวย’ ผลวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ดชี้ว่า คุณต้องคบเพื่อนที่รวยตั้งแต่เด็ก เพราะมีเพียงครึ่งหนึ่งของคนในวัย 30 ปีที่มีรายได้มากกว่าพ่อแม่เมื่ออายุมากขึ้น ลดลงจาก 90% ของคนรุ่นก่อนๆ
    ดูทั้งหมด